ปิดหนี้ หรือออมเงิน จะตัดสินใจยังไงดี ?

ปิดหนี้ หรือออมเงิน จะตัดสินใจยังไงดี ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • ควรจะจ่ายหนี้ทั้งหมด หรือออมเงินก่อน ? เหมือนจะเป็นปัญหาโลกแตกเวลาเรามีเงินเข้ามาก้อนหนึ่ง แต่ไม่รู้จะจัดการกับเงินนั้นยังไงดี ?
  • ลักษณะของหนี้เป็นตัวบ่งชี้อย่างหนึ่งที่ช่วยในการตัดสินใจว่าควรจะจ่ายหนี้เลยหรือควรจะออมเงินมากกว่า
  • แน่นอนว่าเงินเป็นปัจจัยสำคัญและจำเป็นในการดำเนินชีวิต ดังนั้นดูความจำเป็นและความเร่งด่วนในการใช้เงินในแต่ละอย่างก่อนแล้วเลือกว่าจะจัดการกับเงินยังไงต่อไป

“หนี้” เป็นคำที่หลาย ๆ คนแค่ได้ยินก็กุมขมับและรู้สึกเหมือนจะปวดหัวไปซะดื้อ ๆ และเชื่อว่าบางครั้งหลาย ๆ คนก็ไม่ได้อยากจะเป็นหนี้เป็นสินสักเท่าไหร่ แต่ด้วยปัจจัยบางอย่างทำให้บางคนต้องกลายเป็นลูกหนี้ เมื่อเป็นหนี้แล้วก็ไม่อยากเป็นนาน อยากที่จะหมดภาระให้ได้ในเร็ววัน

“เงินออม” ก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายที่คาดหวังในชีวิต เงินที่เราเก็บทีละเล็กทีละน้อยในแต่ละเดือน เมื่อเวลาผ่านไปจำนวนมันจะมากขึ้นและมากขึ้น แต่มนุษย์เงินเดือนหลาย ๆ คนทำงานมาหลายปีก็ยังคงไม่มีเงินเก็บเงินออมโดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินออมเงินไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญในเวลาที่ต้องการใช้เงินที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันคาดคิด รวมถึงเกิดปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงินได้ แต่แค่ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนก็ชนเดือนแล้วเดือนเล่า โอกาสที่จะเก็บได้ก็ต่อเมื่อได้เงินก้อนเข้ามาเท่านั้น

ในขณะหลายคนที่เป็นหนี้ก็อยากจะ “ปิดหนี้” เพื่อปลดภาระหนี้สินของตัวเอง อยากมีอิสรภาพจากเจ้าหนี้ไว ๆ เพราะถ้าลดการจ่ายหนี้ในแต่ละเดือนออกไปก็จะมีเงินเหลือมากขึ้น และยิ่งพอถึงเวลาที่ได้เงินก้อนมาจำนวนหนึ่ง เช่น เงินโบนัส ก็มักจะเกิดความลังเลใจแล้วว่า.. เอ๊ะ ควรจะทำยังไงกับเงินก้อนที่ได้มาก่อนดีล่ะ ? จะจ่ายหนี้เลย ? หรือจะออมก่อนดี ? เพราะทั้งสองอย่างก็ล้วนให้ประโยชน์กับตัวเราเองทั้งนั้น แต่ถ้าออมเงินทั้งหมดเลย ดอกเบี้ยมันก็จะพอกพูนขึ้นไปอีก ถ้าจ่ายหนี้หมดเลย ก็จะไม่มีทุนหรือเงินออมเผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินในมือเลยเพราะปกติก็ใช้จ่ายชนเดือน และอาจจะต้องไปกู้ยืมหรือเป็นหนี้อีก ก็ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัวกันใช่มั้ย

ก่อนอื่นพี่ทุยว่าเราต้องพิจารณาถึงรายละเอียดของหนี้และความจำเป็นในการใช้เงินซะก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเอายังไงกันแน่ดีกว่านะ

ดูลักษณะของหนี้

พี่ทุยว่าสิ่งที่เราจะต้องพิจารณา คือ ลักษณะหนี้ที่มีซะก่อนว่าหนี้ที่เรามีเป็นแบบไหนกัน มียอดหนี้ที่มีอยู่เป็นเท่าไร หนี้แต่ละก้อนมีดอกเบี้ยเท่าไรและคิดยังไง และไอ้เงินก้อนที่เราได้มานั้นถ้าเราเอาเงินทั้งหมดไปจ่ายหนี้แล้วจะสามารถหมดหนี้เลยมั้ย ? หรือยังมีบางส่วนที่ค้างอยู่เท่าไหร่และการที่จ่ายหนี้ไปแล้วนั้นทำให้เรามีเงินเหลือจากการเคยใช้ผ่อนหนี้แต่ละเดือนไปเท่าไหร่ ? พี่ทุยอยากให้เราเข้าใจในรายละเอียดตรงนี้ก่อนจะตัดสินใจเลือกว่าควรจะทำยังไงนะ

เมื่อเราจดรายการหนี้สินทั้งหมดออกมาแล้ว ทำให้เรารู้จักพฤติกรรมการใช้เงินของตนเองมากขึ้น รู้สาเหตุการเกิดหนี้ แยกหนี้ดีและหนี้ไม่ดี จะทำให้เราจัดการหนี้ได้ดีขึ้น

ถ้าเป็นหนี้ดีก็ปล่อยไป แต่ถ้าหนี้เลว ภาระดอกเบี้ยมันมากกว่าผลตอบแทนที่หาได้ ก็ควรปิดให้หมด

1. หนี้รวย คือ หนี้ที่สร้างรายได้กลับมาให้เรามากกว่ารายจ่าย เช่น หนี้สินนั้นเกิดจากการซื้อทรัพย์สินเพื่อปล่อยเช่า แล้วนำค่าเช่ามาผ่อนจ่าย หรือกู้ซื้อรถยนต์มาสำหรับใช้ในการทำงาน ซึ่งหนี้รถยนต์ถึงปิดก่อนก็ไม่ได้ช่วยลดดอกเบี้ยลง เพราะเจ้าหนี้นั้นคิดดอกเบี้ยเข้าไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ถ้าใครมีหนี้ประเภทนี้อยู่พี่ทุยว่าอาจจะเลือกการออมก่อนจะดีกว่านะ แนะนำให้ทยอยจ่ายหนี้ตามเวลากำหนดไปแบบเดิมอะแหละ ดีที่สุดแล้วล่ะ

2. หนี้จน คือ หนี้ที่กู้ยืมเพื่อซื้อสิ่งของเพื่อความสุขต่างๆ โดยไม่ทำให้เกิดรายได้ เช่น ช้อปปิ้ง หนี้แบบนี้พี่ทุยแนะนำว่าให้รีบเอาเงินไปลดหนี้ ปิดได้ให้รีบปิดซะเลย เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้บัตรกดเงินสด ที่คิดดอกเบี้ยแพงมหาโหด และการโปะหนี้จะช่วยลดเงินต้นที่ทำให้ดอกเบี้ยจ่ายของเราลดลงด้วยนะ และอย่าลืมปรับพฤติกรรมการใช้เงินตามความจำเป็นและใช้ให้สอดคล้องกับรายได้ด้วย จะได้ไม่เกิดหนี้แบบนี้อีก แล้วยังจะมีเงินออมมากขึ้นด้วยเน้อ

ดูความจำเป็นของการใช้เงินด้านอื่น

นอกจากเราจะใช้เงินเพื่อใช้หนี้แล้ว เงินยังเป็นปัจจัยที่ 5 ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินชีวิตในแต่ละวันของทุก ๆ คนอยู่แล้ว แต่ที่สำคัญอีกอย่างที่สำคัญและพี่ทุยย้ำอยู่สม่ำเสมอ นั่นคือ ต้องมีการกันเงินสำรองไว้สัก 6 เท่าของค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนเพียงพอแล้วหรือยัง หรือมีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนนั้นในการดำเนินชีวิตหรือเป้าหมายอื่น ๆ ยังไงบ้าง

โดยอาจจะแบ่งตามเป้าหมายของการใช้เงินออกเป็น 4 แบบ แต่ก่อนอื่นพี่ทุยอยากให้ทำความเข้าใจคำศัพท์กับ 2 คำให้ตรงกันก่อนดีกว่า

สำคัญ คือ กิจกรรมหรือสิ่งต่าง ๆ ที่ช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายชีวิตที่ตั้งไว้
เร่งด่วน มักเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับเป้าหมายการเงินที่เราตั้งไว้เท่าไหร่ และส่วนมากเป็นงานเรื่องที่ต้องใช้เงินแบบทันที

1. เร่งด่วน และสำคัญ เช่น ค่ารักษาพยาบาลคนในครอบครัว
2. เร่งด่วน แต่ไม่สำคัญ เช่น เหตุการณ์จำเป็นต้องใช้เงิน
3. ไม่เร่งด่วน แต่สำคัญ เช่น ค่าเทอมเรียนต่อ หรือค่าเทอมลูก
4. ไม่เร่งด่วน และไม่สำคัญ เช่น ใช้จ่ายช้อปปิ้ง เงินใช้ไปเที่ยว

ถ้าความจำเป็นของการใช้เงินไม่ได้อยู่ในส่วนของเป้าหมายที่เร่งด่วน หรือสำคัญ พี่ทุยว่าก็ควรจะเอาเงินไปจัดการ “ปิดหนี้” เพื่อปลดหนี้สินที่มีอยู่ซะก่อน แล้วค่อยทยอยออมเงินเรื่อย ๆ เอาก็ได้

จากการพิจารณาลักษณะของหนี้และความจำเป็นในการใช้เงินตามเป้าหมายต่าง ๆ พี่ทุยว่าก็น่าจะช่วยให้หลาย ๆ คนพอจะตัดสินใจได้บ้างแล้วเนอะว่าเงินก้อนใหญ่ที่เราได้มานั้นควรจะไปทำประโยชน์อะไรให้สูงที่สุด จะให้คุ้มค่าที่สุด อย่าปล่อยให้ภาระหนี้เยอะต่อไปซึ่งอาจเป็นปัญหาทีหลังได้ และก็อย่าลืมออมเงินเพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเงินกันด้วยละกันนะ แต่ถ้าใครเงินเหลือจริง ๆ พี่ทุยก็เต็มใจและยินดีรับไว้เช่นกันจ้าาาาาา (ฮ่า)


Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: