เทคนิค “ปลดหนี้บัตรเครดิต” 8 ใบ ภายใน 10 ปี

เทคนิค “ปลดหนี้บัตรเครดิต” 8 ใบ ภายใน 10 ปี

3 min read  

ฉบับย่อ

  • ประสบการณ์การ “ปลดหนี้บัตรเครดิต” 8 ใบ ภายใน 10 ปี ครั้งนี้ จาก สมาชิกหมายเลข 5912009 บนเว็บไซต์ Pantip.com
  • สมาชิกหมายเลข 5912009 บนเว็บไซต์ Pantip.com ติดหนี้บัตรเครดิตมากถึง 8 ใบ แต่ก็หาเทคนิคและกลยุทธ์ต่าง ๆ ทำให้สามารถปลดหนี้ทั้งหมดได้ ภายใน 10 ปี ชีวิตกลับมามีความสุขพร้อมได้บ้านเพิ่มอีก 1 หลัง

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

วันนี้พี่ทุยไปเจอประสบการณ์เกี่ยวกับการเป็นหนี้บัตรเครดิต 8 ใบ นาน 10 ปี เลยอยากหยิบขึ้นมาแชร์ให้เพื่อน ๆ ได้อ่าน อย่างเคสนี้ เค้าสามารถ “ปลดหนี้บัตรเครดิต” ทั้งหมดได้ด้วยเทคนิคต่าง ๆ ถึงแม้จะนานถึง 10 ปี แต่ก็ปลดหนี้คืนความเป็นไททางการเงินให้ตัวเองได้

เจ้าของเคสนี้เป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดาคนนึง มีบัตรเครดิตไว้ใช้ยามจำเป็น จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อปี 2554 วิกฤตน้ำท่วมใหญ่ ทำให้ไม่มีเงินจ่ายหนี้บัตรเครดิต 8 ใบ และหนี้ผ่อนรถ 1 คัน ตอนแรก ๆ ใช้วิธีกดบัตรนี้มาจ่ายบัตรนั้นเอาบัตรนั้นมาจ่ายบัตรโน้น ทำอยู่ได้ 4 ปี ก็ถึงทางตันซะแล้ว เพราะการนำบัตรนี้มาจ่ายบัตรนั้นมันมีดอกเบี้ยเกิดขึ้น ซึ่งสิ่งนี้แหละที่ทำให้ถึงทางตัน มีรายได้เท่าเดิมแต่รายจ่ายเพิ่มขึ้นมาก

รายละเอียดระยะเวลาในการเป็นหนี้ของเจ้าของเคส 10 ปี

ปี 2552 มีบัตรเครดิต มีรถยนต์ 1 คัน
ปี 2554 วิกฤตน้ำท่วม
ปี 2556 รีไฟแนนซ์ รถยนต์ 1 ครั้ง  (ไม่น่าไปทำเลย) เอาไปปิดบัตร และสุดท้ายก็เหมือนเดิม
ปี 2557 ตกงาน 3 เดือน
ปี 2558 ถึงทางตัน
ปี 2558 โดนฟ้อง ต้องไปขึ้นศาล
ปี 2559 ขายรถ
ปี 2562 หมดหนี้ เป็นไท ไชโย!!

สิ่งที่สำคัญที่เจ้าของเคสนี้ต้องทำ คือ

1. ห้ามหน้าบาง ห้ามอาย มีคนมาตามทวงหนี้ทั้งที่บ้าน และที่ทำงาน เราแค่เป็นหนี้เองนะไม่ได้ไปฆ่าใครตายสักหน่อย

2. หยุดจ่ายหนี้ทั้งหมด เก็บเงิน และเริ่มทำบัญชีรายรับรายจ่าย **สำคัญมาก** จดรายรับมีเท่าไหร่ เป็นสิ่งที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างยากไม่แนะนำให้เปลี่ยนงานที่มีเงินเพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่ต้องทำ คือ ลดรายจ่ายที่มันต้องจ่ายประจำทุกเดือน ของเจ้าของเคสมีหนี้ผ่อนรถที่ต้องจ่ายประจำทุกเดือน ก็เลยต้องขายรถทันที อีก 1 ปีจะผ่อนหมดแล้ว แต่มองว่าถ้ายังมีรายจ่ายแบบนี้คงไปไม่รอดแน่ ยอมนั่งรถเมล์ไปทำงาน ดีกว่าต้องเป็นทุกข์จากการเป็นหนี้

3. จดหนี้ทั้งหมดที่มี และจำนวนเงินที่ต้องจ่ายหนี้ทุกเดือน ต้องจ่ายขั้นต่ำบัตรเครดิตทุกตัว เดือนละ 20,000 บาท และผ่อนรถเดือนละ 8,700 บาท ค่าน้ำค่าไฟ 1,000 บาท ค่ากินเดือนละ 3,000 บาท ค่าน้ำมันรถ 5,000 บาท เดือนนึงค่าใช้จ่าย 37,700 บาท เงินเดือนเดือนละ 35,000 บาท ติดลบไปเดือนละ 2,700 บาทจ้า แรก ๆ ใช้วิธี เงินเดือนออกเอาไปจ่ายบัตรกับผ่อนรถ แล้วระหว่างเดือนก็กดบัตรใช้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิด สิ่งที่ถูกต้องคือ กดบัตรเท่าที่เรามีเงินจ่าย ห้ามกดเกินกว่าที่เราจะมีจ่ายนะ

4. เมื่อเราจดรายรับรายจ่ายแล้ว ให้เก็บเงินที่เคยจ่ายหนี้ไว้ และรอเวลาไม่ต้องรับโทรศัพท์  ห้ามเกิน 6 เดือน สำหรับบัตรเครดิตค่ายหนึ่ง ส่วนค่ายอื่นประมาณ 1 ปี และรอเวลาให้หนี้เสีย ธนาคารจะเริ่มขายหนี้ หนี้เราจะกลายเป็นหนี้สงสัยจะสูญ เก็บเงินไว้ประมาณ 5 เดือนที่เขาติดต่อเราไม่ได้ และหลังจากนั้นเราเริ่มรับโทรศัพท์ และเริ่มการชำระหนี้คืน เราโดนหนี้บัตรเครดิตตัวหนึ่ง ที่ต้องรีบจ่ายภายใน 6 เดือน หลังจากที่เขาติดต่อเราไม่ได้เพราะค่ายนี้ฟ้องไวมาก ห้ามปล่อยให้ถึงจุดที่ฟ้องศาลเพราะคุณจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบทันที เราเจอมาแล้วปล่อยให้ถึงศาล ต้องจ่ายเต็มลดแค่ดอกเบี้ยจาก 28% เหลือ 15% ยอดหนี้ 110,000 บาท เรามีเงินที่เก็บตอนไม่ได้ใช้หนี้อยู่ 65,000 บาท มีจ่ายได้แค่นี้ ทนายไม่ยอม เลยคุยกับทนายว่าไม่มีเงินขอผ่อน 2 ปีได้ไหม ตอนนั้นไม่มีทางสู้เลยต้องยอม ตอนก่อนไปถึงศาลมีติดต่อมาลดให้ 53,000 บาท แต่ตอนนั้นไม่มีเงินและไม่มีเทคนิคอะไรเลย เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลแรกที่โดนฟ้อง หลังจากเรื่องนี้ถึงเข้ามาอ่านในกระทู้  Pantip ถึงทำให้ฉลาดขึ้น

5. เรามีบัญชีของธนาคารหนึ่งที่ดอกเบี้ยค่อนข้างโหดอยู่ 2 บัญชี  คือ (1) บัตรกดเงินสด และ (2) สินเชื่อส่วนบุคคล หลังจากโดนฟ้องสินเชื่อส่วนบุคคลไปแล้ว ผ่อนไป 2 ปี และเริ่มมาหาวิธีในกระทู้ Pantip จึงรีบเก็บเงินและติดต่อไปที่บัตรกดเงินสดก่อนจะโดนฟ้องเพื่อขอเจรจามียอดค้างชำระอยู่ประมาณ 65,000 บาท จึงขอเจรจาว่ายอดนี้จ่ายไม่ไหวลดได้เท่าไหร่ เขาจะถามเราว่าเราไหวที่เท่าไหร่ เราต้องเตรียมตัวเลขไว้ในใจส่วนใหญ่จะลดให้ 40% ของยอด แต่เราจะบอกไว้ที่ 50% เผื่อถูกต่อ และไม่ต้องคิดมาก เพราะเขาได้กินดอกเบี้ยเราจนทบต้นทบดอกไปนานแล้ว เราได้ส่วนลดที่ 32,000 บาท เราเจรจาทันทีว่า สิ้นเดือนนี้ชำระ 22,000 บาท และอีกสิ้นเดือนชำระ 10,000 บาท คุณต้องเจรจาถ้าผ่อนได้ขอผ่อน 2 เดือนหรือ 3 เดือน ในการผ่อนห้ามคิดดอกเบี้ยและสิ่งสำคัญห้ามทำสัญญาใหม่ ห้ามปรับโครงสร้างหนี้ใหม่

เทคนิคสำคัญในการเจรจาของเจ้าของเคส

1. ขอเอกสารรายละเอียดการชำระเงินซึ่งต้องมีคำว่า “ถ้าชำระหมดตามยอด” จะถือว่าปิดบัญชี หรือบัญชีนี้ถือว่าชำระเรียบร้อยแล้ว ยอดเงินต้องชัดเจน

2. วันที่ชำระต้องชัดเจน จะส่งมาทางแฟกซ์หรืออีเมลก็ได้ ห้ามรับปากกันทางโทรศัพท์เป็นอันขาด เพราะจะโดนจ่ายเงินฟรี

3. ต้องมีเอกสาร เวลาไปจ่ายเงินใช้ใบแจ้งหนี้ของเดิมของเรา และตรวจสอบเลขที่ให้ถูกต้อง ห้ามโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของคนที่เราคุยด้วย ไม่งั้นโดนจ่ายฟรี

4. หลังจากจ่ายบัตรของธนาคารหนึ่งที่ค่อนข้างโหดมากจบ เราจะเก็บเงินประมาน 3-4 เดือน ถ้ายอดเยอะก็จะเก็บประมาณ 6 เดือน และเริ่มติดต่อไปที่ธนาคารต่าง ๆ ที่เราเป็นหนี้ ทำแบบที่แจ้งไปข้างต้น ใช้เวลาอยู่ 4 ปี

วันที่ “ปลดหนี้บัตรเครดิต” ตัวสุดท้ายได้ เหมือนยกภูเขาออกจากอก ความทุกข์ที่เคยสั่งสมมานานได้หมดสิ้นลง ปัจจุบันตอนนี้มีความสุขมากไม่มีหนี้ มีบ้าน 1 หลัง มีเงินเก็บแต่ก็ยังไม่มีรถเหมือนเดิม แต่ทำไมรู้สึกชีวิตมีความสุขกว่าตอนมีรถเยอะเลยนะ พี่ทุยดีใจกับเจ้าของเคสนี้ด้วยนะที่สามารถปลดหนี้ได้หลังจากเป็นหนี้มานานถึง 10 ปี ใครที่เป็นหนี้อยู่ทุกปัญหามีทางแก้เสมอ ค่อย ๆ หาวิธี เก็บเงิน ลดค่าใช้จ่าย หารายได้เพิ่ม ตั้งเป้าหมายแล้วจะเจอกับทางสว่างเองนะ

ขอบคุณประสบการณ์การปลดหนี้บัตรเครดิตครั้งนี้ จาก สมาชิกหมายเลข 5912009 บนเว็บไซต์ Pantip.com
ใครมีประสบการณ์การปลดหนี้ดีดีอยากจะแชร์ สามารถส่งเรื่องมาที่อีเมลล์ hello@moneybuffalo.in.th ได้เลย


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: