“ปลดหนี้บัตรเครดิต” ใน 1 ปี พร้อมกลยุทธ์ปลดหนี้แบบง่าย ๆ

“ปลดหนี้บัตรเครดิต” ใน 1 ปี พร้อมกลยุทธ์ปลดหนี้แบบง่าย ๆ

4 min read  

ฉบับย่อ

  • ประสบการณ์ “ปลดหนี้บัตรเครดิต” และกลยุทธ์ปลดหนี้แบบง่าย ๆ ครั้งนี้จาก สมาชิกหมายเลข 1880837 บนเว็บไซต์ Pantip.com
  • สมาชิกหมายเลข 1880837 บนเว็บไซต์ Pantip.com ปลดหนี้บัตรเครดิตได้ภายใน 1 ปีแถมยังมีกลยุทธ์ 5 ขั้นตอนในการปลดหนีมาแชร์ให้อ่านอีกด้วย

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

วันนี้พี่ทุยไปเจอประสบการณ์เกี่ยวกับการ “ปลดหนี้บัตรเครดิต” ที่น่าประทับใจ เลยอยากหยิบขึ้นมาแชร์ให้เพื่อน ๆ ได้อ่าน อย่างเคสนี้เป็นหนี้บัตรเครดิตหลายใบมากแล้วจำนวนเงินนั้นก็ไม่ใช่น้อยเลย แต่ด้วยกลยุทธ์ในการปลดหนี้ของเขา ทำให้สามารถปลดหนี้ได้ภายใน 1 ปีเท่านั้น

เจ้าของเคสรายนี้เป็นคนทำงานที่ได้เงินเดือนสูงค่อนข้างมาก แต่ทำไมยังเป็นหนี้อยู่ มันก็คงเป็นเหตุผลของคนทั่ว ๆ ไปที่ว่า

ใช้จ่ายเกินตัว ของดี ถูกแพงไม่ว่า เพราะมีเงิน เลยคิดว่าถูก
กินเยอะก็อ้วน พอเครียดก็กินอีก เพราะว่าถูก
กินหรู อยู่สบาย รถไฟฟ้า รถเมล์ เมินซะ เพราะว่าถูก
ไปเที่ยวต่างประเทศ เพราะว่าถูก

ส่วนหนึ่งก็เป็นความผิดของเจ้าของเคสส่วนหนึ่งที่คิดว่า จะได้เงินจากงานใหญ่มากงานหนึ่ง เลยเอาเงินในอนาคตมาใช้ก่อนไป ๆ มา ๆ เกิดการแคนเซิลงานกลางอากาศ อะไรที่คิดว่าจะมีก็ไม่มี หนี้ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอีกด้วย รู้ตัวอีกทีก็…เป็นหนี้ไปแล้วจ้า ตอนที่เริ่มรู้ตัวคือ ปลายเดือนธันวาคม 2016 ในวันที่มีเงินจ่ายบัตรเครดิตแค่ขั้นต่ำ และบัตรเครดิตถูกใช้แบบเต็มวงเงินไปหลายใบ แต่ละเดือน ๆ ต้องใช้หนี้ประมาณ 40,000 บาท มีดอกเบี้ย 400 – 500 บาท (ไม่ใช่น้อย ๆ เลยน้าพี่ทุยว่า) เป็นหนี้บัตรเครดิต 3 ใบก็จ่ายดอกไป 1,500 บาท/เดือนแล้ว แต่มันไม่ใช่แค่ 3 ใบนี่สิ

เลยเอายอดหนี้ในบัตรทั้งหมดมารวมกัน แล้วพบว่า ยอดหนี้ทั้งหมดนั้น มีจำนวนประมาณ 50-60% ของเงินเดือนทั้งหมดทั้งปี ถ้าจ่ายแบบ 10% แบบนี้ ถึงสิ้นปีหน้า หนี้ก็จะลดไปน้อยมากในขณะที่จะต้องจ่ายดอกเบี้ยไปฟรี ๆ ประมาณ 40,000 – 50,000 บาท เลยเริ่มคิดว่าไม่ได้แล้ว ทำไมถึงล้มเหลวทางการเงินแบบนี้เนี่ย เจ้าของเคสเลยตั้งใจว่า จะต้องปลดหนี้ให้เร็วที่สุดก่อนที่จะบานปลายไปมากกว่านี้ และจ่ายดอกเบี้ยให้น้อยที่สุด ก็เลยทำตามกลยุทธ์ “ปลดหนี้บัตรเครดิต” 5 ข้อดังต่อไปนี้

1. รวมหนี้และรายละเอียดมาก่อน

ตอนนั้นเป็นหนี้ประมาณ 7 อย่าง ทั้งสินเชื่อ บัตรกดเงินสด และบัตรเครดิต ที่สำคัญคือ ไม่เคยรู้เลยว่า แต่ละที่นั้นดอกเบี้ย เดือนละ หรือปีละเท่าไหร่ การมีหนี้หลายที่ ทำให้บางครั้งเราอาจจะลืมจ่ายหรือจ่ายช้า ซึ่งทำให้มียอดค่าใช้จ่ายต่อเดือนเพิ่มอีกที่ละ 300 บาท ดังนั้นหลังจากตัดสินใจว่า จะต้อง “ปลดหนี้บัตรเครดิต” สิ่งแรกที่ทำคือ การโทรสอบถามทุกธนาคารทุกบัตรที่มีว่า ยอดหนี้ที่แท้จริงคือเท่าไหร่ และค่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายของแต่ละที่คือเท่าไหร่ แล้วเอามาเรียงไว้ใน Excel เป็นยอดหนี้ตั้งต้น

2. ค่าใช้จ่ายต่อเดือน และความสามารถในการใช้หนี้

อย่างที่สองที่ต้องทำก็คือ การคำนวณค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ว่าเดือนนึงเราจ่ายอะไรบ้าง โชคดีที่ไม่มีรายการผ่อนหรือภาระอะไรมากมาย ก็มีให้ที่บ้าน แล้วก็มีจ่ายค่าที่พัก ค่ากิน ค่าเดินทาง ลองคำนวณแบบรัดกระเป๋าจ่ายสุดชีวิต หรือแบบที่ไม่เครียดจนเกินไป มีเผื่อเงินในช่วงที่พอจะรู้ว่าจำเป็นต้องใช้อะไรบ้าง รวม ๆ แล้วจะมีเงินจ่ายหนี้ประมาณ AA,xxx ต่อเดือน ซึ่งเมื่อต้องจ่ายหนี้ประมาณ Axx,xxx ก็จะใช้เวลาประมาณ  11-12 เดือน

ความปวดใจเรื่องค่าใช้จ่าย ในขั้นตอนนี้ขอบอกว่าเจอ Pain Point ตรงนี้เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นค่าโทรศัพท์ที่ทิ้งไว้เฉย ๆ ไม่ได้ใช้ เดือนละ 890++ บาท และ 399++ ประกันอุบัติเหตุที่รับปากซื้อแบบส่ง ๆ เดือนละ 500 บาท ค่าบริจาคที่ไม่เคยถึงมือเด็กน้อยเดือนละ 1,000  บาท อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ในช่วงที่เป็นหนี้ ขอให้โทรไปยกเลิกไปก่อนนะ และพอมาดูค่าใช้จ่ายจริง ๆ ก็คือ ค่าข้าว ค่ารถ ค่าของนู่นนี่ คำนวณให้ตัวเองมีค่าใช้จ่ายต่อวันได้ประมาณ 300 บาท แบบรัดกระเป๋ามาก และ 500 บาทแบบสบาย ๆ แต่ด้วยสังคม และตำแหน่งงาน บางทีมันก็ต้องออกเองไปบ้าง วิธีการตอนนั้นก็มีทั้ง กินถูก ๆ เวลาอยู่คนเดียว ไว้เวลาไปกับเพื่อนค่อยกินดี ๆ ไม่ไปกินข้าวกับที่ทำงานแบบเยอะแยะเกินไป เพราะส่วนใหญ่จะไม่ถูกปากและแพง หรือแบบที่ทำอาหารกินเอง ตรงนี้ถูกมาก สามารถอยู่ได้ด้วยค่ากินเดือนละ 5,000 บาทเอง

3. ลดหนี้ เริ่มจากลดที่ดอกเบี้ย

อย่างที่บอกว่า การมีหนี้หลายที่ทำให้เราอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกหลายอย่าง รวมทั้งดอกเบี้ย หลังจาก เราได้ตัวเลข ข้อมูลของข้อ 1 และ 2  มาแล้ว เราก็พบว่า ธนาคาร A นั้นดอกเบี้ยต่อเดือน 18% จะถูกกว่า ธนาคาร  B ที่ 23% บัตรกดเงินสด จะคิดดอกเบี้ยจากวันที่กด ดังนั้นหากกดวันที่ 10 แล้วจ่ายวันเงินเดือนออก จะจ่ายดอกเบี้ย ไม่ถึง 5% ต่อเดือน แต่ไม่ควรค้างเงินไว้ให้เป็นหนี้ในแต่ละเดือน เพราะดอกเบี้ยจะทบต้นทบดอก ทำให้ดอกล้นไปไกล สิ่งที่จำเป็นในจุดนี้คือการรวมหนี้ไปจุดที่ดอกเบี้ยต่ำสุด หรือถ้ามีคนเสนอให้ Refinance ในช่วงนั้น ก็ทำไปเลย

ช่วงนั้นที่ทำอย่างแรกคือพยายามจ่ายขั้นต่ำกับบัตร A ไปก่อน แล้วก็พยายามเอาเงินไปโปะบัตร B ที่ดอกสูงกว่าให้หมด พอดีมีโปรโมชั่นของธนาคาร C ที่ดอกเบี้ย 9% ต่อปี ก็ไม่รั้งรอที่จะขอสินเชื่อนี้ แนะนำว่าเวลาหาสินเชื่อ อย่าเอาแบบที่มันคงที่ หรือคิดดอกต่อเดือน ให้หาแบบลดต้นลดดอกจะดีกว่า เรื่องสินเชื่อ มีกับดักหลายอย่างของธนาคาร เราแนะนำให้หาข้อมูลดี ๆ ปิดหนี้ก่อนได้หรือไม่ มีค่าปรับไหม มีมากโปะมากได้หรือไม่ และอื่น ๆ

จำไว้ว่า ทุกวันคือดอกเบี้ย สินเชื่อแบบลดต้นลดดอกนั้น ทุกวันมีดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นอย่าได้แคร์ว่า เค้าจะกำหนดให้คุณไปจ่ายวันที่สามหรือห้า เมื่อมีเงิน หรือเงินเดือนออกควรจ่ายทันที โดยเฉพาะเวลายอดหนี้สูง ๆ ดอกเบี้ยต่อวันก็หลักร้อยได้เลยนะ

ในการคำนวณใช้ Excel ในการคำนวณหนี้ต่อเดือน เมื่อเอาเงินจ่ายไปจะกลายเป็น ดอกเบี้ยก่อน ถึงจะไปหักเงินต้น ถ้าทำได้ตามที่คำนวณไว้ยอดก็จะหมดตามที่เราคำนวณไว้ บทสรุปจากตรงนี้เราสามารถลดดอกเบี้ยไปได้ประมาณ 50% จากที่คำนวณไว้ตอนแรก

4. ใช้เงินอย่างไรให้อยู่ได้

เมื่อหนี้มันเกิดจากการใช้เงิน จะใช้หนี้ หรือจะเก็บเงิน หรือจะเป็นหนี้ก็ขึ้นกับการใช้เงินของเรานี่แหละ ตอนนั้นสิ่งที่ทำคือ จดและคิดถึงจำนวนเงินคงเหลือ ก่อนหน้านี้คงคิดแค่ไม่กี่ร้อย กี่พันเอง เทียบกับเงินเดือนก็นิดหน่อยใช้ ๆ ไป แต่ช่วงที่ต้องจำกัด ก็เอาเงินที่จะใช้ต่อวันตั้งแล้วใช้

สมมุติว่า มี 300 บาท พอจะใช้อะไรมันจะรู้สึก โหยมีเงินน้อยอ่ะ อย่าใช้เยอะนะ กินข้าวประมาณ 100-150 บาทพอ บางทีก็ซื้อนมกับขนมปังมาทำแซนวิช เงินที่เหลือก็จะได้มีไว้ไปกินข้าวดี ๆ กับเพื่อน หรือพาที่บ้านไปกินข้าวได้ ส่วนการเดินทาง ก็จะมีใช้ Grab/Uber ช่วงโปร (ถ้าไม่เกิน 20 บาท) BRT BTS MRT และรถเมล์ จริง ๆ ที่ทำงานกับที่พักมันไม่ห่างกันมาก บางครั้งก็เดินกลับบ้านเองก็มี สมมุติอยากได้อะไร แทนที่เมื่อก่อนจะคิดว่า มีเงินงั้นซื้อเลย ก็จะเป็นการออม วันนี้เราเหลือ 100 บาท วันนี้เราเหลือ 150 บาท หลาย ๆ วันเราจะได้เสื้อ 1 ตัว ด้วยวิธีนี้มันทำให้เราไม่เครียดมาก และเป็นการให้รางวัลตัวเองแบบง่าย ๆ ไม่เกินงบด้วย นอกจากนี้ก็จะใช้แอปพลิเคชั่นจดว่า เราใช้เงินไปเท่าไหร่ แล้วเหลือเงินไปเท่าไหร่ สมัยนี้แอปพลิเคชั่นฟรีมีเยอะแยะ พี่ทุยรวบรวมไว้ดูได้ที่นี่ คลิก เอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ เงินก้อนใหญ่ของเจ้าของเคสหมดไปกับการท่องเที่ยว ก็เลยขอเอาตัวเองออกจากกรุ๊ปที่ถามข้อมูลเรื่องเที่ยว แอปพลิเคชั่นหาตั๋วถูก โรงแรมถูก และเพจให้ข้อมูลท่องเที่ยวไปซะ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เที่ยวเลย เพราะก็มีแพลนไปเที่ยวประเทศใกล้ ๆ ราคาถูกกับที่บ้าน ซึ่งทำให้รู้สึกว่าเราก็มีชีวิตที่อยู่ได้แบบที่ใช้เงินน้อยแต่มีความสุขเท่าเดิม

5. หาเงินเพิ่ม และการออม

หาเงินเพิ่ม เป็นเคล็ดลับในการปลดหนี้ที่เร็วยิ่งขึ้น เงินเพิ่มนั้น ตัวเองไม่มีความคิดในเรื่องของขอเงินจากคนอื่นนะ จะเป็นการทำงานนอก งานพิเศษเพิ่มมากกว่า เมื่อได้เงินก้อนเหล่านี้มา บางครั้ง 7-8 พันบาท ก็จะรีบเอาโปะหนี้ ทำให้ยอดลด ดอกเบี้ยลดโดยเร็ว เรื่องการออมนั้น ถ้าการออม มันให้เงินคืนน้อยกว่าดอกเบี้ยหนี้ อย่าพึ่งลงไปกับมันเยอะ อย่าลืมว่าทุกวันคือดอกเบี้ย แต่ถ้าเป็นการลงทุนที่ให้ ผลตอบแทนมากกว่า (เช่น การลดภาษีมีผลตอบแทนคืน 20%) ก็ทำไปเถอะ

ส่วนหนึ่งที่เลือกที่จะจ่ายดอกเบี้ย 12 เดือนทั้งที่จริง ๆ ก็พอมีจ่ายใน 10 เดือนได้ มี 2 เรื่องคือ อาจต้องจ่ายค่าปรับ 1% ถ้าปิดยอดเงินกู้ก่อน 1 ปี กับจะเอาเงินก้อนหนึ่งไว้ซื้อ LTF นี่แหละ ซึ่งพอคำนวณแล้ว ทั้งดอกเบี้ยและผลตอบแทน การแบ่งจ่ายเป็น 12 งวดนั้นได้เงินคืนเกือบ 20,000 บาท และดอกเบี้ยถูกกว่า 1,500 บาท ดังนั้นการใช้ excel ในการคำนวณยอดจ่ายนั้นสำคัญมาก

12 เดือนผ่านไปปลดหนี้ได้ซักที ออมและลงทุนเป็นขั้นต่อไป

ความภูมิใจสุดของเจ้าของเคส คือ วันที่สามารถปลดหนี้จนเหลือ 0 ได้ สิ่งสำคัญที่ต้องทำต่อ คือ การวางแผนทางการเงินต่อ ไม่ให้ตัวเองต้องกลับไปเป็นหนี้อีก รวมทั้งการออมและลงทุนต่อ จากเดิมที่เรามีเงินสำหรับจ่ายหนี้ ก็จะเอาเงินนั้นแหละมาไว้สำหรับออมและลงทุน ที่สำคัญ อย่าลืม หมั่นตรวจสอบเรื่องยอดเงินสำหรับใช้จ่ายต่อเดือนอยู่บ่อย ๆ เพราะเราอาจจะตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นไปได้ และประหยัดได้มากขึ้นอีกด้วย เพื่อให้ตัวเราห่างไกลจากการกลับไปเป็นหนี้ให้มากที่สุด

และเจ้าของเคสยังได้บอกว่า สำหรับใครที่ยังเป็นหนี้อยู่ก็ขอเป็นกำลังใจให้ปลดหนี้ให้ได้เร็ว ๆ ส่วนใครที่ไม่เป็นหนี้ คุณใช้ชีวิตได้อย่างถูกต้องแล้ว ขอให้คุณอย่าลืมคิดถึงเรื่องเงินออม และการใช้เงินอย่างพอดีเพราะการไม่เป็นหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ

ขอบคุณประสบการณ์การปลดหนี้บัตรเครดิตครั้งนี้ จาก สมาชิกหมายเลข 1880837 บนเว็บไซต์ Pantip.com
ใครมีประสบการณ์การปลดหนี้ดีดีอยากจะแชร์ สามารถส่งเรื่องมาที่อีเมลล์ hello@moneybuffalo.in.th ได้เลย


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: