หยุดจ่าย "ดอกเบี้ยบัตรเครดิต" แล้วมา Refinance กันเถอะ!

หยุดจ่าย “ดอกเบี้ยบัตรเครดิต” แล้วมา Refinance กันเถอะ!

 

ปัญหาเรื่องนึงของคนส่วนใหญ่เกี่ยวกับเรื่องการเงิน พี่ทุยว่ายังไงก็หนีไม่พ้นแน่ๆก็คือเรื่องของ “หนี้” เนี้ยแหละ พี่ทุยก็บอกตรงๆว่าไม่ได้แปลกใจสักเท่าไหร่ เพราะถ้าจะย้อนไปจริงๆไม่เคยมีใครสอนเราเลยว่าเราควรจะ “ใช้เงิน” ยังไง ลองนึกดูเวลาที่เรียนหนังสือตอนอยู่โรงเรียนและมหาวิทยาลัยก็มีแต่สอนให้เราไปทำงานหาเงินยังไงซะมากกว่า ทำให้หลายๆคนก็เลยสอบตกเรื่องการใช้เงินในชีวิตประจำวันไปซะอย่างงั้น

แล้วถ้าเราเป็น “หนี้” ขึ้นมาควรทำยังไงดี ?

สำหรับคำตอบของคำถามนี้ พี่ทุยขอพูดถึงในกรณีปกติก่อนนะ เวลาที่เราเป็นหนี้แล้วยังพอจ่ายได้ไม่ลำบากถึงขัั้นชักหน้าไม่ถึงหลัง แต่รู้สึกว่าภาระเริ่มหนักเกินไปอยากลดภาระตรงนี้ สิ่งที่เราสามารถทำได้ นั่นก็คือ

1. คัดประเภทของ “หนี้”

หนี้ที่เราเป็นเนี้ยพี่ทุยว่าบางทีอาจจะมีหลายก้อน หลายประเภทให้ลองแยกประเภทออกมาก่อนว่าอันไหนคือ “หนี้ดี” และอะไรคือ “หนี้เลว”

“หนี้ดี” คือ หนี้ที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับเรามากกว่าภาระดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น
“หนี้เลว” คือ หนี้ที่สร้างดอกเบี้ยให้กับเรามากกว่ารายได้

สาเหตุที่เราต้องแบ่งประเภท เพราะเราจะได้รู้ว่าเราควรจัดการหนี้ตัวที่ไหนก่อน “หนี้ดี” เราเป็นได้และเป็นได้เยอะด้วย ต่อจากนี้เราจะมาโฟกัสที่ “หนี้เลว” กันต่อ

2. จัดลำดับของ “หนี้เลว”

หลังจากที่เราแยกแล้วว่าหนี้อันไหนดีอันไหนเลว เรามาดูที่ “หนี้เลว” กันต่อ การจัดลำดับที่พี่ทุยหมายถึงก็คือเอาหนี้เลวแต่ละอันมาจัดลำดับดูว่า “ดอกเบี้ย” ของหนี้เลวแต่ละก้อนเป็นยังไงบ้าง สิ่งที่เราต้องทำ คือ ให้จัดการหนี้เลวอันที่มีดอกเบี้ยเยอะที่สุดก่อน

คำถามต่อมาที่น่าสนใจก็คือแล้วเราจะจัดการหนี้เลวที่ดอกเบี้ยเยอะที่สุดได้ยังไงบ้าง ? ในกรณีที่เรามีเงินสดพอโปะหนี้ก็จัดการได้เลย แต่ถ้ายังไม่สามารถเคลียร์ได้หมดในทันทีวิธีการนึงที่นิยมมากก็คือ “Refinance”

การรีไฟแนนซ์หลายๆคนอาจจะคุ้นเคยกับการรีไฟแนนซ์บ้าน แต่จริงๆแล้วการรีไฟแนนซ์คือการที่เราปิดหนี้ก้อนเก่าเพื่อไปกู้หนี้อีกก้อนที่ “ดอกเบี้ย” ต่ำกว่ายังไงล่ะ จากประสบการณ์พี่ทุยส่วนใหญ่ “หนี้เลว” ลำดับต้นๆที่จะเจอกันก็คือ “หนี้บัตรเครดิต” แต่รู้กันหรือไม่ว่าหนี้พวกนี้ก็รีไฟแนนซ์ได้เหมือนกัน

ปกติสินเชื่อบุคคลก็มีดอกเบี้ยที่โหดอยู่ แต่ตอนนี้ก็มีธนาคารมากมายที่เค้ามีโปรฯ ดีๆ อย่างธนาคาร CIMB THAI เค้ามีโปรฯ ให้คนที่มีหนี้บัตรเครดิตมา “รีไฟแนนซ์” กับทางธนาคารได้ ปกติหนี้บัตรเครดิตเราจะเสียดอกเบี้ยอยู่แถวๆ 18% แต่ที่ธนาคาร CIMB THAI เสนอก็คือ 11.84% ต่อปี* เท่านั้น !! แถมผ่อนได้ยาวนานถึง 24 เดือน พี่ทุยว่าดีกว่าเราทยอยผ่อนกับบัตรเครดิตเองนะ เพราะดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าที่อัตราดอกเบี้ย 11.84% ต่อปี แทนที่ 18% แบบเดิมทำให้ช่วยทำให้สามารถประหยัดค่าดอกเบี้ยลงไปได้เยอะ ลองยกตัวอย่างง่ายๆ ว่าถ้าเรารูดบัตรเครดิตเพื่อลงทุนในร้านขายของออนไลน์เก๋ๆ ของเราไปสัก 20,000 บาท เดิมเราจะต้องจ่ายดอกเบี้ยปีละ 3,964  แต่เรามารีไฟแนนซ์กับทาง CIMB THAI เราจะจ่ายแค่ 2,550 เรียกได้ว่าประหยัดไปเกือบ 1,500 บาทเลยทีเดียว หรือ หากเราต้องการกู้เงินจำนวนมากถึง 100,000 บาท เราจะสามารถผ่อนเบาๆ เพียงแค่เดือนละ 4,700 บาท (ดอกเบี้ย 11.84% ต่อปี) แทนที่จะเป็นเดือนละ 5,000 บาท(ดอกเบี้ย 18% ต่อปี) ตลอด 24 เดือน ซึ่งเท่ากับจะทำให้เราประหยัดไปได้ถึง 300 x 24 = 7,200 บาทเลยทีเดียว!

พี่ทุยว่าถ้าเราเป็นหนี้อยู่แล้ว การบริหารเงินลักษณะนี้จะช่วยประหยัดเงินให้เราได้นับพัน เผลอๆ ถ้าใครเป็นหนี้เยอะก็อาจประหยัดได้หลักหมื่นต่อปี แค่เราย้ายหนี้ไปอีกที่นึงแค่นั้นเอง ลองใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ตรงนี้ก็จะประหยัดเงินได้ไม่น้อยเลย พี่ทุยว่าจัดการเถอะเพราะประโยชน์ก็จะอยู่ที่ตัวเราเองน้า

*เพียงมีรายได้เดือนละ 30,000 บาทขึ้นไป และมีประวัติการใช้บัตรเครดิตกว่า 2 ปี

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่ คลิก

บทความนี้เป็นบทความ Advertorial
error: