[วิธีการคำนวณ] "ดอกเบี้ย" ซื้อรถ และ ดอกเบี้ยซื้อบ้าน

[วิธีการคำนวณ] “ดอกเบี้ย” ซื้อรถ และ ดอกเบี้ยซื้อบ้าน

 

สินค้าที่มนุษย์เงินเดือนชาวไทยนิยมซื้อแบบผ่อนชำระ ติดแบบอันดับต้นๆ ก็คือ “รถยนต์” และ “บ้าน” อันนี้ใครๆก็รู้อยู่แล้ว ! แน่นอนว่าเมื่อเราซื้อรถยนต์หรือบ้านแบบผ่อนชำระไม่มีผ่อน 0% แทบจะไม่มีให้เห็นเลย แต่เดี๋ยวนี้ก็มีเป็นโปรโมชั่น 0% เฉพาะปีแรก แล้วค่อยไปเก็บเยอะๆทีหลังก็มีเหมือนกัน

แต่รู้หรือไม่ว่าเราอาจจะเห็นว่าดอกเบี้ยรถยนต์ที่เราเห็นอาจจะเรียกเก็บถูกกว่า แต่จริงๆแล้ว ระหว่าง “ดอกเบี้ยกู้ซื้อรถ” กับ “ดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้าน” มีวิธีการคิดดอกเบี้ยกันอย่างชัดเจน พวกเราลองมาดูกันหน่อยว่า 2 แบบนี้ มีความแตกต่างกันยังไงบ้าง ?

มาดูที่ดอกเบี้ยการซื้อ “รถยนต์” กันก่อน สมมติให้ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อรถยนต์อยู่ที่ 5% ต่อปี รถมูลค่า 1,000,000 บาท เราวางดาวน์ไป 250,000 บาท แสดงว่าเราต้องผ่อนชำระอีก 750,000 บาท

สมมติว่าผ่อน 5 ปี ทั้งหมด 5 งวด (สมมติให้จ่ายรายปี เพื่อง่ายต่อการคำนวณ)
ดอกเบี้ยที่จะต้องจ่ายเท่ากับ 750,000 x 5% = 37,500 บาทต่อปี
จำนวน 5 ปี ; 37,500 x 5 ปี = 187,500 บาท

เท่ากับว่าเราติดหนี้ทั้งหมด
750,000 บาท + 187,500 บาท = 937,500 บาท
แสดงว่าเราต้องผ่อน ตกปีละ 187,500 บาท

ทีนี้เราเปลี่ยนมาดูดอกเบี้ยการซื้อ “บ้าน” บ้าง
ให้ราคาบ้าน การวางเงินดาวน์ และ ดอกเบี้ยเงินกู้เท่ากันเลย จะได้คิดง่ายๆ

สมมติให้จ่ายรายปีเช่นเดียวกันดอกเบี้ยปีแรกเท่ากับ 750,000 x 5% = 37,500 บาท สมมติว่าจ่ายปีแรก 187,500 บาท เท่ากับการผ่อนรถเลยแล้วกันนะ เราจ่ายดอกเบี้ย 37,500 บาท จ่ายเงินต้นเท่ากับ เท่ากับ 150,000 บาท (187,500 – 37,500)

มาดูเริ่มที่ปีที่สอง ยอดกู้สุทธิเหลือ 600,000 บาท
600,000 x 5% = 30,000 บาท

เริ่มเห็นความต่างกันมั้ย ?

จะเห็นได้ว่าดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อรถ จะคิดจาก “เงินกู้ก้อนแรก” เสมอ ทำให้ดอกเบี้ย 37,500 บาทตลอด 5 ปี แต่สำหรับดอกเบี้ยบ้านคิดจาก “ยอดสุทธิ” ปีแรกดอกเบี้ย 37,500 บาท ปีสอง 30,000 บาทและลดลงเรื่อยๆ “การผ่อนรถ” จะเป็นการคิดดอกเบี้ยแบบคงที่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่อน(Flat Rate) จากตัวอย่างดอกเบี้ยปีละ 37,500 บาท เป็นเวลา 5 ปี

แต่ถ้าเป็นดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านจะคิดจาก จำนวนเงินที่เราติดค้างให้แต่ละงวดเรียกว่า การคิดดอกเบี้ยแบบอย่างง่าย  (Simple Interest) จากตัวอย่างดอกเบี้ยปีแรก 37,500 บาท ปีที่สอง 30,000 บาท จะลดลงเรื่อยตามจำนวน “เงินต้นคงเหลือ” ที่กู้ไว้

เงื่อนไขการคิดดอกเบี้ยไม่เท่ากัน ทำให้ดอกเบี้ยจ่ายแต่ละปีไม่เท่ากัน แล้วด้วยรถยนต์ถือว่าเป็น สินทรัพย์ที่มีแต่จะเสื่อมค่าแต่บ้านถือว่าเป็น สินทรัพย์ที่เพิ่มค่าหรือสะสมทรัพย์ได้แถมรถยนต์ยังคิดดอกเบี้ยที่แพงกว่าด้วย หูวว ทำไมขี้โกงแบบนี้เนี่ย !

พี่ทุยขอแนะนำว่า จะซื้อรถยนต์สักคันควรคิดให้ดีก่อนว่า “จำเป็น” จริงๆหรือเปล่า เพราะสุดท้ายก็ผ่อนกันไม่ไหวกันเยอะมาก ปล่อยให้โดนยึดกันเป็นแถบ น่าเสียดายมากๆ อย่าให้โลกวัตถุนิยม มาทำให้แผนการเงิน ในอนาคตเสียหาย ถ้ามันไม่จำเป็นจริงๆ พี่ทุยเป็นห่วงทุกคนน้า

error: