คนที่เป็นหนี้ vs คนที่ไม่มีหนี้ มีชีวิตต่างกันยังไง ?

คนที่เป็นหนี้ vs คนที่ไม่มีหนี้ มีชีวิตต่างกันยังไง ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • เมื่อดูจากงบการเงินหรือแผนการของ “คนที่เป็นหนี้” กับ คนที่ไม่เป็นหนี้ จะเห็นได้ชัดเจนว่ามีความแตกต่างกันอยู่ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่สะท้อนช่องว่างทางความคิด
  • ไลฟ์สไตล์ของคนที่เป็นหนี้ เมื่อเงินเดือนออกก็จะต้องมีเงินจำนวนหนึ่งที่ถูกตัดออกไป เงินจำนวนนั้นไม่ได้นำไปออมที่ไหนอย่างไร แต่เอาไปจ่ายค่าบัตรเครดิต ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ แน่นอนว่าโอกาสที่จะเหลือเงินออมก็เป็นอะไรที่ยากมากขึ้น

เวลาที่พี่ทุยได้คุยกับเด็กจบใหม่หรือคนที่กำลังจะเข้าสู่วัยแรงงาน พี่ทุยมักจะย้ำเสมอว่าอย่ารีบเป็นหนี้ อย่ารีบทำตัวเท่ อย่ารีบใช้จ่าย เพราะการเป็นหนี้จะเป็นตุ้มถ่วงที่ทำให้ชีวิตเรากระโดดหรือก้าวหน้าได้ยากจริงๆ

พี่ทุยเชื่อว่าเด็กจบใหม่ส่วนใหญ่ก็เริ่มต้นชีวิตการทำงานที่ “มนุษย์เงินเดือน” เนี้ยแหละ เพราะว่า เราเรียนมาตลอด 18 ปี จะให้ไปเริ่มทำอะไรของตัวเองเลยทันที พี่ทุยว่าเราอาจจะยังเด็กไปหน่อย การทำงานประจำจะทำให้เราได้เรียนรู้การทำงานจริงๆว่าเป็นอย่างไร และเรียนรู้การเป็นลูกน้องว่าเป็นอย่างไร ถึงวันนึงที่เราออกมาทำบริษัทของตัวเองจะได้เข้าใจว่าสิ่งที่ลูกน้องเราต้องการคืออะไร

ไลฟ์สไตล์ของคนที่เป็นหนี้ เมื่อเงินเดือนออกก็จะต้องมีเงินจำนวนหนึ่งที่ถูกตัดออกไป เงินจำนวนนั้นไม่ได้นำไปออมที่ไหนอย่างไร แต่เอาไปจ่ายค่าบัตรเครดิต ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ แน่นอนว่าโอกาสที่จะเหลือเงินออมก็เป็นอะไรที่ยากมากขึ้น แต่สำหรับคนที่ไม่มีหนี้ แน่นอนว่าจะมีทางเลือกมากกว่า เมื่อมีรายได้เข้ามาก็สามารถหักออมได้สบายๆ ไม่ติดขัดอะไร แต่จากที่พี่ทุยเจอก็ไม่ใช่ทุกคนที่ไม่มีหนี้แล้วจะมีเงินเก็บนะ (ฮ่า) บางคนไม่มีหนี้แต่ก็ใช้เงินแบบเดือนชนเดือนเหมือนกัน ถ้าเรารู้จักออมเงิน คนที่ไม่มีหนี้ก็น่าจะปรับเปลี่ยนแผนชีวิตได้เร็วกว่าอยู่แล้วล่ะ

แล้วผลที่ตามมาหลังจากนั้นก็คือ “ความคล่องตัว” ลองนึกถึงเวลาที่เราเกิดเบื่องานประจำที่ออฟฟิศเราทำอยู่ บางครั้งเรารู้สึกว่าโดนเอาเปรียบ งานหนักเกินไปหรืออะไรก็ตามแต่ แล้วเราอยากจะลาออกก็ไม่กล้า หรือจะเปลี่ยนงานบางทีก็กลัว เหตุผลส่วนนึงก็มาจากการที่เราไม่มีทางเลือก เพราะว่าถ้าเราลาออก เราก็จะไม่มีเงินไปจ่ายค่าบ้าน ค่ารถที่เราต้องจ่ายทุกเดือน

เมื่อเราไม่มีเงินเก็บเราก็จะไม่มีเงินทุนให้เราไปลองทำอะไรที่เป็นของตัวเอง สุดท้ายเราก็จะใช้ชีวิตตามระบบไปเรื่อยๆ แล้วเคยถามตัวเองกันมั้ยว่าถ้าวันนึงเราโดนไล่ออกจากงานจะเป็นอย่างไร นั่นเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมคนเราถึงควรมีเงินสำรองฉุกเฉินไว้เสมอ

แต่ถ้าเราไม่รีบก่อหนี้แล้วรู้จักเก็บเงิน มีเงินสำรองฉุกเฉินแล้ว หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา เราก็ยังเดินหน้าต่อได้ หรือแม้แต่ถ้าเริ่มทำอะไรเป็นของตัวเองก็สามารถทำได้ เคยมีคนกล่าวไว้ว่า

“เมื่อเราเครียดนั่นแปลว่าเราไม่มีทางเลือก เมื่อเราไม่มีทางเลือกเราก็จะเครียด”

แต่การเป็นหนี้พี่ทุยย้ำเสมอว่าไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีเสมอไป การเป็นหนี้นั้นเป็นได้ถ้าหนี้นั้นก่อให้เกิดรายได้กับเรา ส่วนหนี้ที่ไม่ควรเป็นก็คือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ แบบที่คนจำนวนมากกำลังเป็นและประสบปัญหากันอยู่นั่นเอง 


error: