ความจนไม่ใช่ข้ออ้างของการเป็น “หนี้”

0
5234
ความจนไม่ใช่ข้ออ้างของการเป็น

“หนี้” เชื่อว่าหลายๆคนต้องคิดถึงคนที่รายได้น้อยๆ แล้วทำให้ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแน่ๆ เพราะโดยธรรมชาติของการเป็นหนี้แล้ว ก็คือเมื่อเรามี “รายได้” ไม่เพียงพอกับ “รายจ่าย” ทำให้ต้อง “หาเงินเพิ่ม” แต่รู้กันหรือไม่ว่าจริงๆแล้วยิ่งเรามีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย สิ่งที่เราควรทำไม่ใช่การ “กู้ยืม” แต่ควรเป็นการ “เพิ่มรายรับ” และ “ควบคุมรายจ่าย” ต่างหาก

คนที่เป็นหนี้ไม่ควรเอาความ “ไม่มี” ของตัวเราเองมาอ้าง แล้วก็โทษทุกอย่าง แต่กลับไม่เคยโทษตัวเองเลยที่ไม่มีการจัดการเรื่องเงินที่ดีและไม่มีความเพียงพอ ไม่เคยโทษที่ตัวเราใช้จ่ายมากกว่าฐานะของตัวเอง แล้วยิ่งเราเป็น “หนี้” มากเท่าไหร่แน่นอนว่าสถานะการเงินเราก็จะยิ่งแย่ลงไปอีกเรื่อยๆ เพราะว่าเมื่อเราเป็นหนี้เราก็จะยิ่งมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นนั่นก็คือ “ดอกเบี้ย” ก็จะเป็นเหมือนการซ้ำเติมตัวเองให้หนักขึ้นไปอีก

พอมาถึงตรงนี้หลายๆคนก็อาจจะคิดว่าการที่เราเป็นหนี้จะต้องเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่ๆ ซึ่งจริงๆแล้วการเป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องไม่ดีเสมอไป เพราะถ้าที่เรารู้จักใช้หนี้ให้เป็นก็มีประโยชน์อย่างมหาศาลได้เหมือนกัน เพราะโดยทั่วไปแล้วหนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ “หนี้ที่ดี (Good Debt)” และ “หนี้ที่แย่ (Bad Debt)” โดยคำจำกัดความของ “หนี้ที่ดี” ก็คือ หนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้มากกว่าดอกเบี้ย และ “หนี้ที้แย่” คือหนี้ก่อให้เกิดรายได้น้อยกว่าดอกเบี้ย

ในความเป็นจริงแล้ว “คนที่มีความมั่งคั่งสูงหรือคนรวย” อย่างเช่นเจ้าของบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ 99.9% ของบริษัทต่างก็มีหนี้ด้วยกันทั้งนั้น เพราะถ้าลองไปเปิดดู “งบการเงิน” ที่เว็บไซด์ของบริษัท ก็จะเห็นรายการ “หนี้สิน” ที่เยอะมากๆ ทั้งเจ้าหนี้การค้า เจ้าหนี้กู้ยืม ฯลฯ แต่ว่าการเป็นหนี้ของคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นหนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้หรือหนี้ที่ดีมากกว่า

หรือตัวอย่างที่เห็นได้ชัดอย่าง “ห้างสรรพสินค้า” หรือ “Modern Trade” ต่างๆอย่าง Tesco Lotus ก็มีปริมาณหนี้สินไม่น้อยเช่น โดยเฉพาะเจ้าหนี้การค้าที่เกิดจากเจ้าของสินค้านำสินค้าเข้ามาขายในห้าง ส่วนใหญ่จะมี Credit Term หรือการจ่ายเงินคืนประมาณ 60 – 90 วัน คือเวลาที่สินค้าเราขายได้แล้วกว่าเราจะได้เงินสดกลับมาที่ตัวเราก็รอระยะเวลาของ Credit Term ทำให้ Lotus ต้องไปลงบัญชีว่าเงินที่ได้รับจากการขายสินค้าว่า “เจ้าหนี้การค้า” เพื่อรอเวลาจ่ายคืนนี้

จากนั้นพอทาง Tesco Lotus ก็จะนำ “เงินสด” ที่ได้จากการขายสินค้าไปลงทุนต่อในตลาดความเสี่ยงต่ำอย่าง Money Market Fund ได้ผลตอบแทนประมาณ 1.2% – 1.5% ต่อปีในปัจจุบัน ซึ่งในระยะเวลา 60-90 วัน ผลตอบแทนจากเงินก้อนนี้ก็เพียงพอต่อการจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ค่าดำเนินการ ค่าจ้างพนักงานเกือบทั้งหมดในแต่ละเดือนของสาขานั้นๆแล้ว จะเห็นได้ว่าการเป็นหนี้ก็ไม่ได้มีแต่ข้อเสียเสมอไป

ดังนั้นถ้าเราต้องเป็นหนี้จริงๆ เหตุผลเดียวที่จะยอมรับได้ก็คือเป็นหนี้เพื่อให้มีรายได้ที่มากขึ้น ไม่ใช่เป็นหนี้ เพราะ “รายได้” ไม่พอกับ “รายจ่าย” แล้วถ้าเป็นแบบกรณีหลัง พี่ทุยจึงแนะนำให้กับว่าจัดการกับตัวเองมากกว่าการไปหา “แหล่งเงินกู้”  เพราะเราไม่ควรเอา “ความจน” ของเรามาเป็นข้ออ้างของการเป็นหนี้

บทความนี้เป็นบทความที่พี่ทุยเคยลงในนิตยสาร Money & Wealth ของสมาคมนักวางแผนการเงิน

อัพเดทบทความใหม่ล่าสุดทาง LINE ทุกวัน
Add Friend ที่ LINE ID @moneybuffalo

Spread the love
Sign up for your information
Newsletter*
Text:*