5 สิ่งที่ควรรู้ก่อน “กู้หนี้สิน” เพื่อการทำธุรกิจ

0
949
5 สิ่งที่ควรรู้ก่อน

การ “กู้หนี้สิน” เพื่อการทำธุรกิจ มักจะมาพร้อมกับเทรนด์เดี๋ยวนี้ที่นิยมการ “เป็นนายตัวเอง” หรือ “เป็นเจ้าของธุรกิจ” กำลังมาแรงมากๆเลยล่ะ พี่ทุยเองก็รู้สึกว่า สมัยนี้เด็กๆรุ่นใหม่ที่จบปริญญาตรีมา เริ่มไม่ค่อยอยากสมัครงานประจำหรือเป็นมนุษย์เงินเดือนกันเหมือนสมัยก่อนๆแล้ว มีหลายคนที่ออกมาทำธุรกิจของตัวเองเลย คนที่มีทุนเพียงพอในการเริ่มต้นธุรกิจอยู่แล้วก็ค่อนข้างสบายตัวหน่อย แต่สำหรับใครที่ไม่มีทุน ก็อาจจะใช้ทางออกด้วยการหาคนมา “ร่วมทุน” เป็นหุ้นส่วน หรืออาจจะ “กู้ยืม” เอาก็ได้

บทความนี้พี่ทุยจะขอพูดถึงแค่เรื่องการ “กู้หนี้สิน” เพื่อทำธุรกิจ อย่างเดียวก่อนแล้วกัน สำหรับใครที่กำลังคิดจะทำธุรกิจและอยากใช้วิธีกู้ยืมในการเริ่มต้น ลองมาดู “5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนกู้หนี้สินเพื่อการทำธุรกิจ” กันดีกว่า

1. ความรู้และประสบการณ์ของผู้ประกอบการ

พี่ทุยว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญมากในการทำธุรกิจ ไม่ว่าเราจะเริ่มต้นทำธุรกิจอะไร เราต้องศึกษาในสิ่งที่เราจะทำให้ละเอียดครบถ้วน รู้จริง อย่าทำธุรกิจตามคนอื่น เห็นว่าคนอื่นทำแล้วสำเร็จไปได้ดี เราก็ลงไปทำด้วยโดยที่ไม่ศึกษาอะไรเลย แล้วยิ่งถ้าเราไม่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจด้านนี้มาก่อน ยิ่งต้องศึกษาให้มากกว่าคนอื่นมากกว่าคู่แข่งที่มีอยู่แล้ว ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าทำไมคนต้องมาซื้อหรือใช้บริการของของเรา ? อะไรคือความแตกต่าง ? และอย่าคิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไป ประมาณว่าเราต้องขายได้แน่ๆ พี่ทุยเองก็เคยพลาดเรื่องนี้มาแล้ว ดังนั้น ต้องอย่าลืมคิดในกรณีที่เลวร้ายที่สุดไว้ด้วย เพื่อจะได้เตรียมแผนสำรองเอาไว้รองรับ ถ้าเกิดความผิดพลาดเราจะได้ไม่เจ็บตัวจนเกินไป

ซึ่งจุดนี้ก็เป็นเรื่องที่ทางธนาคารที่เราขอกู้พิจารณาด้วยเหมือนกัน เพราะธนาคารก็คงไม่อยากปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการที่ดูแล้วไม่น่าจะบริหารธุรกิจไปได้ตลอดรอดฝั่ง ธนาคารเค้าอยากได้ดอกเบี้ย อยากให้เงินงอกเงยเหมือนกัน เค้าก็ต้องไม่อยากให้เงินเค้าหายอยู่แล้ว

2. ทำแผนธุรกิจหรือ Business Plan

เรื่องนี้ก็สำคัญไม่แพ้กับข้อแรกเลย ไม่ว่าเราจะขอกู้หรือไม่ขอกู้เราก็ควรทำแผนธุรกิจ การทำแผนธุรกิจทำให้เราต้องศึกษาลงไปในตัวธุรกิจจริงๆ ต้องรู้ว่าสภาพตลาดเป็นยังไง คู่แข่งคือใคร จะดำเนินธุรกิจไปในทิศทางไหน มีรายรับรายจ่ายเท่าไหร่ รายละเอียดต้นทุนมีอะไรบ้าง จุดคุ้มทุนอยู่ตรงไหน แผนการในอนาคตของเราเป็นอย่างไร สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราเห็นภาพรวมของธุรกิจและตอบได้ว่าธุรกิจของเราน่าทำหรือไม่น่าทำ

นอกจากนี้ แผนธุรกิจยังมีประโยชน์ในการขอเงินกู้ขอสินเชื่ออีกด้วย ธนาคารจะดูเรื่อง..

  • แผนการจัดการองค์กร เช่น แผนก จำนวนพนักงาน เงินเดือน
  • แผนการผลิต เช่น แหล่งซื้อและราคาวัตถุดิบ เพื่อดูต้นทุน
  • แผนการตลาด เช่น ทำเล กลุ่มลูกค้า เพื่อดูยอดขาย และแผนการเงิน เพื่อดูต้นทุนและเงินลงทุนทั้งหมด และจะพิจารณาวงเงินกู้ที่จะให้กับเราตามความเหมาะสม

3. ประวัติและความน่าเชื่อถือของผู้ขอ “กู้หนี้สิน”

เป็นเรื่องธรรมดาที่เวลาเราจะให้ใครยืมเงิน เราก็ต้องเลือกคนที่น่าเชื่อถือที่ทำให้เรามั่นใจว่าเราจะได้เงินคืนอยู่แล้ว ธนาคารก็เหมือนกัน เวลาปล่อยกู้ เค้าก็จะไปเช็คประวัติเราว่าเคยมีประวัติการชำระหนี้ที่ดีหรือเปล่า ดูความสามารถในการชำระหนี้ของเราว่า จะมีรายได้เพียงพอมาจ่ายค่างวดหรือไม่ มีเงินทุนหมุนเวียน หรือทรัพย์สินอื่นๆเพียงพอมั้ย เพราะเผื่อฉุกเฉินเราก็ยังมีเงินตรงนี้มาจ่ายหนี้ได้

4. หลักทรัพย์ค้ำประกัน

ในการขอสินเชื่อหรือการกู้ยืม หลักทรัพย์ค้ำประกันเป็นสิ่งที่จะให้ความมั่นใจกับธนาคารหรือผู้ให้กู้ว่าจะได้เงินคืนแน่ๆ เพราะถ้าผู้กู้ไม่ยอมจ่ายหนี้ ผู้ให้กู้ก็ยังสามารถเอาหลักทรัพย์ค้ำประกันนั้นไปขายทอดตลาดเอาเงินกลับคืนมาได้ ดังนั้น ในการขอสินเชื่อธุรกิจ เราก็ต้องเตรียมหลักทรัพย์ค้ำประกันไว้ อาจจะเป็น ที่ดิน บ้าน คอนโด ที่ไม่ได้ติดจำนองอยู่ หรืออาจเป็นผู้ค้ำประกันให้ แต่ทางธนาคารจะมองว่าผู้ค้ำประกันจะมีความเสี่ยงมากกว่า จะรับแค่หลักทรัพย์ค้ำประกันอย่างเดียว หรืออาจจะรับแต่อนุมัติวงเงินให้ยากกว่า

5. การเลือกสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อ

พี่ทุยแนะนำอย่างแรกเลยให้เช็คประวัติความน่าเชื่อถือของสถาบันการเงินนั้นก่อน ถ้าเป็นธนาคารที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ก็สบายใจได้ระดับนึง ต่อมาให้ลองเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยของหลายๆแห่งดูก่อน เพราะการกู้ยืมก็เป็นต้นทุนของเราอย่างนึง การเลือกที่ที่ทำให้เราจ่ายดอกเบี้ยน้อยที่สุดก็ช่วยให้เราประหยัดและลดโอกาสในการขาดทุนไปได้ ต่อมาเราอาจจะพิจารณาเรื่องวงเงินและบริการหลังการขายต่างๆ เพราะแต่ละสถาบันการเงินมีการให้วงเงินและการบริการแตกต่างกัน เราก็ลองเปรียบเทียบดูว่าที่ไหนที่เราโอเคด้วยมากที่สุด

พี่ทุยเชื่อว่าถ้าเราเตรียมสิ่งเหล่านี้ไว้พร้อมเป็นอย่างดีแล้ว การขอสินเชื่อและการทำธุรกิจของเราก็สำเร็จได้ไม่ยากแน่นอน แต่ถ้าใครที่ถูกปฏิเสธการขอสินเชื่อ ความจริงแล้วเราสามารถขอเหตุผลจากสถาบันการเงินเพื่อเอามาปรับปรุงในการขอสินเชื่อครั้งใหม่ได้นะ แล้วเรายังสามารถขอเอกสารสำคัญที่เรายื่นไป เช่น แผนธุรกิจ งบการเงิน เอกสารหลักประกัน กลับคืนมาได้ด้วยเหมือนกัน

อัพเดทบทความใหม่ล่าสุดทาง LINE ทุกวัน
Add Friend ที่ LINE ID @moneybuffalo

Spread the love
Sign up for your information
Newsletter*
Text:*