เคล็ดลับทางการเงินที่ควรถูกปลูกฝังตั้งแต่เด็ก

เคล็ดลับทางการเงินที่ควรถูกปลูกฝังตั้งแต่เด็ก

4 min read  

ฉบับย่อ

  • เรื่อง “การเงิน” สำคัญและจำเป็นกับทุกคน ทุกเพศ และทุกวัย ที่สามารถปลูกฝังความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการเงินและคุณค่าของเงินได้ตั้งแต่วัยเด็ก
  • วิธีปลูกฝังที่ง่ายที่สุด คือ ให้รู้จักหยอดกระปุกออมสิน หรือออมเงินตั้งแต่เด็กจะช่วยสร้างวินัยในการเก็บเงินในอนาคตได้เป็นอย่างดี
  • ลองให้ลูกรู้จักการบริหารเงินเองบ้าง ดีกว่าแค่สอนว่าการบริหารเงินที่ดีเป็นยังไง เรียนรู้เทคนิคและข้อผิดพลาดด้วยตัวเอง ซึ่งเด็กจะสามารถซึบซับและจดจำปัญหารวมถึงวิธีการแก้ไขได้ดีกว่า
  • นอกจากการออมและการบริหารเงินแล้ว อีกสิ่งที่ควรทำ คือ ให้เด็กรู้จักการทำให้เงินออม เงินเก็บที่มีงอกเงยขึ้น ซึ่งเป็นเริ่มต้นเรียนรู้การลงทุนไปในตัวด้วย

“ทักษะด้านการเงิน” สิ่งสำคัญกับทุกคนไม่ว่าจะเป็นใคร อายุเท่าไหร่ ก็ควรจะฝึกฝนและพัฒนาความรู้ทางการเงินอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ช่วงวัยเด็กเลย แม้ว่าจะโตเป็นผู้ใหญ่อย่างเราๆ พี่ทุยว่ายังต้องเพิ่มเติมความรู้ทางการเงินอยู่ตลอดเลยนะ ซึ่งไอ้เรื่องของการใช้เงินเนี่ยไม่มีสอนในโรงเรียนสักเท่าไหร่

ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ผู้ปกครองนี่แหละ ที่ไม่ควรมองข้ามและให้ความรู้ทางการเงินเสมือนการให้การศึกษาที่ดีกับลูกเลย พี่ทุยว่ามันจำเป็นนะเพราะเด็กที่มีความรู้ทางการเงินในวันนี้ จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ “ทักษะทางการเงินที่ดี” ในวันข้างหน้า ยิ่งเข้าใจวันนี้จะช่วยลดโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดทางด้านการเงินได้ด้วย

หลายคนมักจะคิดว่าอย่าเพิ่งไปอะไรกับเด็กเลย เรื่องการเงินเป็นเรื่องยากที่จะทำให้เด็กเข้าใจ ผู้ใหญ่บางคนยังจัดการได้ไม่ดีเลย ตรงนี้ต้องบอกเลยว่าพี่ทุยไม่คิดแบบนั้นนะ แม้ว่าวัยเด็กยังไม่สามารถจัดการเงินได้ขนาดนั้น แต่เป็นวัยที่จดจำและเรียนรู้ได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว พี่ทุยแนะนำว่าควรจะค่อยๆปลูกฝังและค่อยๆ ให้เรียนรู้ถึง “คุณค่าของเงิน” ด้วยวิธีการที่แนบเนียนมากกว่าการบอกหรือสั่งให้ทำ แต่ให้เขาได้ลงมือทำด้วยความตั้งใจอยู่เป็นประจำ แล้วพ่อแม่ก็ประคับประคองอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา

นอกจากนั้นแล้วพี่ทุยว่าต้องสอนให้เข้าใจถึงความยากลำบากในการได้มาของเงิน ว่าเราจะต้องใช้แรงกายแรงใจขนาดไหนกว่าจะได้มา แล้วบอกให้เค้ารู้จักการใช้เงินตามความจำเป็น รู้จักค่าของเงิน รู้จักเก็บรู้จักออมเงิน รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเงินได้ด้วยซึ่งวิธีที่ช่วยให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และเข้าใจกับคุณค่าของเงินได้ยังไงละก็ตามพี่ทุยมาเลยยยยยย

ปลูกฝังการออม 

“การออม” เป็นทักษะทางการเงินที่ง่ายที่สุดที่สามารถปลูกฝังให้ตั้งแต่วัยเด็กๆ

อย่างที่พี่ทุยเห็นบางครอบครัวทำซึ่งเป็นวิธีที่ดีเลยนะ ด้วยการซื้อกระปุกออมสินให้ลูก สอนให้รู้จักเก็บออมหยอดกระปุกมันละนิดวันละหน่อยจากเงินเหลือที่เหลือจากโรงเรียนในทุกๆวัน หรือพอได้เงินพิเศษจากญาติผู้ใหญ่ สอนเค้าว่าถ้ายังไม่จำเป็นต้องใช้เราก็เก็บไว้ก่อน ให้เค้าฝึกนิสัยการออมตั้งแต่เด็กเนี่ยพี่ทุยว่ามันช่วยฝึกนิสัยการเก็บเงินเวลาโตขึ้นได้นะ และฝึกการมีวินัยการออมซึ่งจำเป็นมากเวลาโตขึ้นด้วย

หรือพี่ทุยว่าอาจจะสอนให้ลูกรู้จักการออมเงินถ้าหากเค้ามีสิ่งที่อยากได้ เช่น ของเล่น เด็กคนไหนก็ชอบและอยากได้ฮะ ซึ่งมันไม่ใช่ของจำเป็นของเด็ก เช่น อุปกรณ์การเรียนอย่างพวกหนังสือ ดินสอ ยางลบ ต่างๆ ต้องคอยสอนว่าของอันไหนจำเป็นต้องใช้พ่อแม่จะซื้อให้

แต่ถ้าอันไหนไม่จำเป็น อย่างของเล่น พี่ทุยว่าก็ต้องบอกต้องสอนให้เค้ารู้จักการเก็บสะสมเงินเองเพื่อซื้อของด้วยตัวเอง ให้รู้จักพยายามในการได้ของชิ้นนั้นมา และอดทนรอจนกว่าเค้าเก็บเงินครบแล้วถึงจะพาไปซื้อ พี่ทุยว่าแบบนี้เป็นวิธีที่ช่วยสร้างแรงจูงใจในการเก็บเงินของเด็กเพิ่มมากขึ้นด้วยนะ และทำให้เค้ารู้จักคุณค่าของเงินที่เสียไปและรับผิดชอบของชิ้นนั้นๆ

ปล่อยให้รู้จักบริหารเงิน

ยิ่งกว่าแค่สอนว่าบริหารเงินที่ดีเป็นยังไง พี่ทุยว่าลองให้เด็กได้เรียนรู้และลองบริหารเงินเองดูบ้าง เรียนรู้เทคนิคและข้อผิดพลาดด้วยตัวเอง ซึ่งเด็กจะสามารถซึบซับและจดจำปัญหารวมถึงวิธีการแก้ไขได้ดี

พี่ทุยเห็นพ่อแม่บางคนก็หวังดีด้วยความเป็นห่วง เป็นกังวลในการใช้เงินหรือบริหารเงินของลูก เลยจัดการทุกอย่างให้หมด เมื่อไหร่ที่เงินไม่พอใช้ก็ให้เพิ่มทันทีแบบไม่ถามว่าทำไมถึงไม่พอใช้ แต่พี่ทุยว่าจะดีกว่านะถ้าเราให้เงินลูกเป็นรายสัปดาห์  หรือรายเดือน ให้เค้าลองบริหารเงินเองภายในช่วงเวลาสั้นๆ ฝึกให้ตัดสินใจด้วยตัวเองว่าจะซื้อ จะใช้จ่ายอะไรบ้าง ซึ่งพี่ทุยว่าเค้าจะได้เรียนรู้ถ้าหากว่าใช้เงินเยอะไปในช่วงแรกๆ เพื่อซื้อของแพงๆ ก็เต็มที่เลย แล้วสุดท้ายจะมีเงินใช้เพียงพอหรือไม่พอซื้อข้าวหรือขนมที่โรงเรียน เขาได้จดจำและรู้จักเรียนรู้การใช้จ่ายเงิน

และถ้าเกิดว่าลูกมีปัญหาเงินไม่พอใช้ ด้วยเพราะเอาเงินที่ได้ไปซื้อของขนม ของเล่นตามใจอยาก พี่ทุยแนะนำว่าเราอย่าเพิ่งเข้าไปช่วยเหลือทันที แต่ควรให้เค้าเจอปัญหาและได้รับบทเรียนเพื่อปรับปรุงการใช้เงินในอนาคต แล้วค่อยเสนอวิธีช่วยเหลือ อย่ารีบให้เงินเพิ่มทันทีไม่อย่างงั้นพี่ทุยว่าเค้าจะเคยตัวว่าไม่พอก็ขอใหม่ได้ และไม่รู้จักบริหารเงินให้ใช้ได้อย่างเพียงพอ แนะนำว่าให้จับตาเฝ้าดูอยู่ห่างๆจะดีที่สุด

รู้จักการทำให้เงินงอกเงย

หลังจากเก็บเงิน หรือหยอดกระปุกออมสินไว้สักระยะหนึ่งแล้ว ก็ควรจะสอนวิธีให้เค้ารู้จักเอาเงินเก็บที่มีไปทำให้งอกเงยขึ้น

เมื่อสอนให้เค้าออมเงินได้จำนวนนึงแล้ว ต่อจากนั้นพี่ทุยว่าควรจะไปเค้าไปเปิด “บัญชีธนาคาร” เพื่อฝากเงินก็พอยังไม่ต้อท่ายากมากแบบกองทุนรวมหรือเล่นหุ้นขนาดนั้น แล้วบอกว่าทำไมเราต้องฝากธนาคารแทนที่จะทิ้งมันไว้ในกระปุกออมสิน เริ่มสอนให้รู้จักเรื่องของดอกเบี้ยมากขึ้น จากนั้นทุกๆ 3 -6 เดือนก็นำเงินออมที่ได้ไปฝากทำแบบนี้เป็นประจำจนเค้าติดเป็นนิสัย ถึงแม้ว่าบัญชีออมทรัพย์จะให้ดอกเบี้ยไม่มากนัก

แต่พี่ทุยว่าอย่างน้อยก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้เด็กเห็นและรู้สึกดีว่าจากเงินที่เค้าออมไว้จะสามารถเพิ่มขึ้นได้ไปเรื่อยๆ  และช่วยให้เค้าเรียนรู้การลงทุนแบบง่ายๆ รวมถึงเมื่อเค้าโตขึ้นเวลาที่ทำงานมีเงินเดือนนิสัยนี้ก็จะช่วยให้เค้าออมได้ทุกๆ เดือน ซึ่งช่วยให้เค้ามีเงินสะสมก้อนโตได้

พี่ทุยสิ่งที่สำคัญที่ทำให้วิธีทั้งสามนั้นสำเร็จได้อย่างง่ายดาย คือการทำให้เห็น โดยการเป็นตัวอย่างที่ดีในการเก็บเงิน การคิดและตัดสินใจใช้เงินในแต่ละครั้งให้ เพราะถ้าหากเราใช้เงินฟุ่มเฟือย อยากได้อะไรซื้อๆๆ โดยไม่คิดว่าของนั้นจำเป็นมากแค่ไหน พี่ทุยว่าเด็กเค้าก็จะเห็นและทำตามเราจนอาจมีพฤติกรรมการใช้เงินไม่ดีได้ในอนาคต เสี่ยงต่อการมีปัญหาการเงินเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้าเอาได้ แต่ถ้าเรานอกจากสอนแล้วเป็นตัวอย่างที่ดีให้เค้าดู พี่ทุยว่าเด็กก็จะซึบซับได้

เราต้องทำให้เค้าเข้าใจและเห็นคุณค่าของเงิน ไม่ใช่แค่การออมเงิน แต่ต้องรู้จักการบริหารจัดการให้เป็นด้วย พี่ทุยว่าถ้าอยากให้เด็กๆ เรียนรู้วิธีการใช้เงินที่ถูกต้อง และป้องกันไม่เกิดความล้มเหลวในการใช้เงินในอนาคตได้ เราควรที่จะค่อยๆปลูกฝังอยู่อย่างสม่ำเสมอตั้งแต่เด็กเลย พี่ทุยว่ามันไม่เร็วเกินไปที่จะให้ความรู้แบบค่อยๆเป็นค่อยๆไป แล้วโตขึ้นพี่ทุยเชื่อว่าเขาจะได้มีทักษะการเงินที่ดีได้ในอนาคตแน่นอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: