“หลุมพรางทางการเงิน” ภัยเงียบสำหรับมนุษย์เงินเดือน

0
2426

BRIEF

  • หลายคนยังคงประมาทและพลาดตกลงไปในหลุมพรางทางการเงินที่ตัวเองได้ขุดไว้ด้วยการติดความสะดวกสบายและความชะล่าใจของตัวเอง
  • หลุมพรางแรก คือ การละเลยการไม่ยอมวางแผนทางการเงิน ซึ่งถือเป็นเครื่องมือในการลดความเสี่ยงและช่วยเพิ่มความสามารถในการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน
  • แม้ทุกคนจะรู้ดีว่าการเงินออมเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น แต่หลุมพรางทางการเงินอีกอย่างหนึ่ง คือการไม่ออมเงิน การใช้เงินเพื่อสร้างความสุขในปัจจุบันมากจนหลงลืมอนาคตไป

เวลาที่เราจะจับจ่ายใช้สอยหรือซื้อสิ่งของที่เราอยากได้ (ที่บางครั้งก็ไม่ได้จำเป็นสักเท่าไหร่) เสียงกิเลสภายในใจเราเองมักจะบอกเราว่า “ไม่เป็นไรหรอกหน่า เดี๋ยวเงินเดือนก็ออกแล้ว” และเมื่อเงินเดือนออกมาก็ใช้จนไม่เหลือ เพราะก็คิดว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวเงินเดือนเดือนหน้าก็ออกใหม่แล้ว แน่นอนอยู่ว่าตัวเราเองย่อมรู้ดีว่าจะมีรายได้เข้ามาวันไหน (ตั้งตาคอยอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ พี่ทุยรู้) และรู้อยู่แล้วว่ามีเงินเข้าแน่นอน สิ่งที่เราไม่รู้เลย คือ รายจ่ายต่างๆที่จะเกิดขึ้นว่ามีอะไรบ้าง

จริงอยู่ที่มาของเงินเราหามาได้เองด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเราเอง เพราะฉะนั้นเราจะใช้เงินเท่าไหร่ก็ได้เท่าที่พอใจเพราะมันคือเงินของเราเอง แต่การใช้เงินที่ไม่มีแบบแผน พี่ทุยว่าแบบนี้ก็จะประมาทมากเกินไปนะ ความเพลิดเพลินในการใช้จ่าย อาจทำให้ตกหลุมพรางที่ตัวเองขุดไว้ได้เหมือนกัน

“หลุมพรางการทางเงิน”

“หลุมพราง” หมายถึง กับดักหรือสิ่งที่ล่อลวง หลุมพรางทางการเงินนั้นเป็นปัจจัยที่ทำให้คนเราติดกับดักทางการเงิน ทำให้สูญเสียอิสรภาพทางการเงินไป เช่น การมีรายได้ที่เพียงพอต่อการใช้จ่าย รวมทั้งทำให้ไม่บรรลุเป้าหมายทางการเงิน พี่ทุยว่าเดี๋ยวนี้สิ่งเร้าต่างๆมากมายล่อลวงให้มนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ เดินหลงหลุมพรางเหล่านั้น โดยเฉพาะให้มนุษย์เงินเดือนที่ไม่ทันระวังตัวมักจะถูกยั่วยวนได้ง่ายและติดหลุมพรางได้อย่างไม่ยากนัก

การที่มีรายได้ประจำและสม่ำเสมอ พี่ทุยว่ามันก็เปรียบเสมือน “Comfort Zone” ของมนุษย์เงินเดือนนะ เหมือนกับติดความสบาย ไม่มีปัญหาอะไรมารบกวนใจ เลยไม่ได้ทำการวางแผนเพื่อรับรองกับการใช้ชีวิตในอนาคตภายหลังเกษียณหรือแม้กระทั่งเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเอาไว้เลย ซึ่งเหตุการณ์บางอย่างไม่เกิดขึ้น เรามักจะยังไม่เห็นถึงความสำคัญของมัน ด้วยความชะล่าใจและการเสพติดความสบายใจจนเคยตัว อาจเป็นต้นตอของความล้มเหลวทางการเงินในอนาคตได้

หลุมพรางที่หนึ่ง คือ การไม่วางแผนการเงิน

“หลุมพรางทางการเงิน” ที่พี่ทุยพบว่ามีผู้พลัดตกลงบ่อยครั้ง นั่นก็คือ การละเลยการวางแผนการเงิน ซึ่งสำหรับการวางแผนทางการเงิน คือ การบริหารจัดการกับค่าใช้จ่ายต่างๆให้สอดคล้องกับรายได้อย่างลงตัว ควรที่จะมีการตั้งเป้าหมายทางการเงินและกำหนดเวลาที่จะบรรลุเป้าหมายให้ชัดเจน รวมถึงมีการจัดลำดับความสำคัญของเป้าหมายให้สอดคล้องกับความสามารถทางการเงินในช่วงเวลานั้นๆ ซึ่งพี่ทุยเห็นว่ามันช่วยให้เราสามารถควบคุมสถานะทางการเงินและควบคุมการใช้จ่ายได้เป็นอย่างดีเลยนะ แต่หลายคนก็ยังคงเมินเฉยในการลงมือทำเพราะอาจจะคิดว่ายังไม่ถึงเวลาต้องทำ หรือบางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรทำตอนไหนถึงจะดี และยิ่งด้วยการที่เป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้สม่ำเสมอนั้นมักจะเนื้อหอมเสมอในสายตาของเจ้าหนี้และสถาบันการเงินต่างๆที่นำเสนอตัวช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้เงินมากขึ้น พี่ทุยว่ายิ่งไม่มีการวางแผนการใช้ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ขาดตัวช่วยในการควบคุมการใช้เงินเลยแหละ

แม้บางคนที่ตระหนักได้แล้วว่าควรจะมีการบริหารและได้วางแผนการเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังขาดความพยายามและความอดทนในการเดินตามแผนการที่ได้วางไว้ให้บรรลุตามที่ได้ตั้งใจไว้ พี่ทุยอยากให้มุ่งมั่นมากขึ้นอีกนิดนึงและต้องมีวินัยอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

จริงอยู่ที่พี่ทุยบอกว่าการวางแผนทางการเงินนั้นช่วยลดความเสี่ยงและช่วยเพิ่มความสามารถในการบรรลุเป้าหมายทางการเงินของมนุษย์เงินเดือนได้เป็นอย่างดี แม้ว่าการไม่วางแผนทางการเงินเป็นเรื่องที่น่าห่วงสำหรับมนุษย์เงินเดือนแล้ว แต่สิ่งที่พี่ทุยว่าหลุมพรางที่น่าเป็นห่วงอีกอย่างหนึ่ง คือ การไม่มีเงินออม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินออมยามฉุกเฉิน

หลุมพรางที่สอง คือ การไม่ออมเงิน

หลายคนรู้ดีว่าเงินออมเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น แต่ก็ออมเงินไม่ได้สักที แต่อย่างที่พี่ทุยบอก คนเรามักติดความสบายมากจนเกินไป เน้นสุขสบายจากการใช้เงินในปัจจุบันจนละเลยที่จะออมเงิน ถ้าพูดถึงเงินออมที่สำคัญอย่างแรกเลยได้แก่ เงินออมฉุกเฉิน เพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ เช่น อุบัติเหตุ อาการเจ็บป่วย เพราะถ้าหากเราไม่มีเงินออมส่วนนี้ที่มากพอ เมื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น การเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในวัยเกษียณก็ย่อมมีความสำคัญสำหรับมนุษย์เงินเดือนทุกคน และเงินเราที่ออมไว้ก็สามารถที่จะส่งต่อให้กับลูกหลานได้อีกด้วย

การไม่ออมเงิน ไม่มีเงินเก็บ พี่ทุยว่านี่เป็นอีกสาเหตุเริ่มต้นในการเป็นหนี้เหมือนกันนะ เพราะเมื่อเรามีความจำเป็นจะต้องใช้เงินด่วน ทำให้ต้องนำเงินล่วงหน้ามาใช้ก่อนโดยการหยิบยืมคนรู้จัก หรือกู้ยืมผ่านสถาบันการเงินที่มาพร้อมกับดอกเบี้ยซะด้วย

งบางคนอาจจะใช้เทคนิคเพื่อช่วยให้ตัวเองออมเงินได้ง่ายขึ้นโดยอาศัยหลักการ รายได้ – เงินออม = รายจ่าย หรือการออมก่อนใช้จ่ายนั่นเอง ซึ่งเหมือนกับว่ากำลังไปได้สวย และจะสามารถปีนออกจากจากหลุมได้แล้ว แต่กลับถอนเงินมาใช้ซะก่อนนี่ พี่ทุยว่าถ้าเป็นเงินออมเผื่อใช้ในเหตุการณ์ฉุกเฉินมันก็คงดีเพราะถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของมัน แต่ถ้าเป็นเงินออมเพื่อการเกษียณอายุของเราแล้วล่ะก็คงจะไม่ดีเท่าไหร่นัก [อ่านเพิ่มเติม : 5 ประเทศที่มีการเกษียณอายุที่ดีที่สุดในโลก]

ด้วยผลของการไม่เริ่มวางแผนทางการเงินรวมทั้งการไม่มีเงินออม [อ่านเพิ่มเติม : แจกไฟล์ฟรี บทเรียนออนไลน์วางแผนการเงิน] อาจจะไม่เห็นผลกระทบที่ชัดเจนในทันที แต่เชื่อพี่ทุยเถอะมันจะเป็นเหมือนคลื่นใต้น้ำที่ดูเหมือนเงียบสงบ แต่ข้างในนั้นร้อนระอุเหมือนดั่งภูเขาไฟที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ ใครที่หลงลงผิดไปแล้วพี่ทุยว่าไม่ควรให้ตัวเองจมอยู่ในหลุมนานนะ เมื่อรู้ตัวแล้วรีบขึ้นมากันเถอะ และถ้าอยากให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินที่ตัวเองตั้งเอาไว้ พี่ทุยว่าทุกคนควรที่จะเริ่มต้นวางแผนทางการเงินและใส่ใจกับออมเงินตั้งแต่วันนี้เลย

อัพเดทบทความใหม่ล่าสุดทาง LINE ทุกวัน
Add Friend ที่ LINE ID @moneybuffalo

Spread the love
Sign up for your information
Newsletter*
Text:*