สภาพคล่องขาดมือ เราจะทำยังไงดี ?

“สภาพคล่อง” ขาดมือ เราจะทำยังไงดี ?

4 min read  

สภาพคล่องขาดมือ เราจะทำยังไงดี ?

เวลาที่เริ่มต้นวางแผนการเงิน “แผนการเงิน” แผนแรกที่พี่ทุยมักจะให้เตรียมก่อนเสมอเลยก็คือ “แผนสำรองฉุกเฉิน” หรือที่เค้าเรียกกันว่า “แผนสภาพคล่อง” เผื่อไว้ในกรณีที่รายได้หยุดลง แล้วเราต้องแบกรับค่าใช้จ่ายอยู่เราจะได้มีเงินส่วนนึงมาช่วยขยับปรับตัวในช่วงนั้น แต่ก็ต้องยอมรับว่าถึงแม้จะเตรียมตัวดีแค่ไหนก็ตามก็ยังมีโอกาสเจอสภาวะขาดสภาพคล่องได้

หรือแม้แต่คนที่ประกอบกิจการโดยเฉพาะกิจการขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs) ปัญหาเรื่อง “สภาพคล่อง” ก็เป็นปัญหาลำดับต้น ๆ ที่ต้องเตรียมตัวเจอกันให้ดี ไม่ว่าจะขายของแล้วเก็บเงินไม่ได้หรืออาจจะเก็บเงินได้ช้าเพราะติดช่วงเครดิตทางการค้า (Credit Term) เลยยังไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ แต่รายจ่ายเราต้องจ่ายออกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ทำให้เราขาดสภาพคล่องในบางช่วงได้เหมือนกัน

สภาพคล่องขาดมือ เราจะทำยังไงดี ?

แน่นอนว่าเมื่อถึงเวลาที่เราขาดสภาพคล่องจริง ๆ ทางออกที่นิยมทำกันมากที่สุดคือการใช้บริการสินเชื่อต่าง ๆ เพื่อดึงเงินสภาพคล่องเข้ามาแก้ปัญหาเหล่านั้น แต่พี่ทุยอยากจะแนะนำว่าต้องเลือกแหล่งเงินกู้ให้ดีดีเพราะ “ภาระดอกเบี้ย” แต่ละที่คิดดอกเบี้ยเราไม่เท่ากันนั่นเอง

ก่อนที่เราจะเลือก ว่าเราจะใช้สินเชื่อที่ไหนดี เราต้องเข้าใจหลักคิดของการใช้สินเชื่อก่อนว่า สินเชื่อแบบไหนคิดดอกเบี้ยเราถูกและแบบไหนคิดดอกเบี้ยเราแพง

สภาพคล่องขาดมือ เราจะทำยังไงดี ?

เวลาที่สถาบันการเงินจะคิดดอกเบี้ยเค้าจะดูจาก “ความน่าเชื่อ” ว่าเรามีความสามารถเอาเงินมาคืนเค้าได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าเราดูน่าเชื่อถือแล้วมีแนวโน้มจะสามารถคืนเงินได้แน่ ๆ ดอกเบี้ยก็มักจะต่ำกว่าคนที่ความน่าเชื่อถือต่ำกว่าเป็นธรรมดา

สภาพคล่องขาดมือ เราจะทำยังไงดี ?

โดยหลักการของความน่าเชื่อนั้น ดูได้จาก2 วิธีหลัก ๆ วิธีแรกคือดูที่ เครดิต (Credit) ของผู้กู้

ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาเครดิตก็มักจะถูกดูจากประวัติการใช้บริการทางการเงินต่าง ๆ การกู้ยืมจากสินเชื่อต่าง ๆ บัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคล รวมถึงการผ่อนชำระสินค้า 0% ว่าเป็นอย่างไร จ่ายตรงมั้ย จ่ายเต็มมั้ย ซึ่งประวัติเหล่านี้สามารถดูได้จาก เครดิตบูโร ที่จะมีการบันทึกย้อนหลังประมาณ 3 ปี

ตัวอย่างสินเชื่อประเภทนี้ก็จะมี สินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด เป็นต้น

สภาพคล่องขาดมือ เราจะทำยังไงดี ?

อีกวิธีนึงที่นิยมดูกันมากเลยคือดูที่ “หลักประกัน” ว่าเป็นอย่างไร หลักประกันในทีนี้หมายถึง ถ้าเกิดกรณีที่ผู้กู้ไม่จ่ายคืนหนี้ขึ้นมา ผู้ให้กู้สามารถเอาหลักประกันนั้นไปขายได้

ในกรณีที่หลักประกันนั้นเป็นสินทรัพย์ที่ขายง่าย ขายคล่อง แล้วยังมีมูลค่ามากกว่าวงเงินที่ขอกู้ไปแนวโน้มของดอกเบี้ยก็จะมีแนวโน้มที่ต่ำมาก ๆ แต่ถ้าเป็นหลักประกันที่ขายยากแถมยังไม่เต็มมูลค่าก็จะมีแนวโน้มของดอกเบี้ยที่สูงกว่า

สำหรับสินทรัพย์ที่มีหลักประกัน เช่น สินเชื่อรถยนต์ (มีหลักประกันเป็นรถยนต์) สินเชื่อที่อยู่อาศัย (มีหลักประกันเป็นที่อยู่อาศัย) เราจะเห็นได้ว่าอัตราดอกเบี้ยที่ถูกคิดนั้นจะต่ำกว่าสินเชื่อในแบบแรก

สภาพคล่องขาดมือ เราจะทำยังไงดี ?

ดังนั้น กรณีที่ต้องการ “สภาพคล่อง” อย่างเร่งด่วนพี่ทุยแนะนำว่าลองให้หาแหล่งเงินกู้ที่เราสามารถ “วางหลักประกัน” ได้เพราะจะช่วยทำให้เราเสียดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำลง ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือเจ้าของกิจการก้สามารถใช้หลักคิดนี้ได้เหมือนกัน

สภาพคล่องขาดมือ เราจะทำยังไงดี ?

หลักประกันที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและมีกันเยอะก็คงหนีไม่พ้น “รถยนต์” ในกรณีที่เราใช้รถยนต์เป็นหลักประกัน พี่ทุยขอยกตัวอย่าง “ธนชาตไดรฟ์ รถแลกเงิน” จากธนาคารธนชาตไดรฟ์เพื่อให้เห็นภาพกันมากขึ้น “ธนชาตไดรฟ์ รถแลกเงิน” สามารถให้เรานำรถยนต์รถมาประกอบการอนุมัติได้

สภาพคล่องขาดมือ เราจะทำยังไงดี ?

ถ้ารถยนต์เราปลอดภาระแล้ว ก็สามารถใช้บริการที่ชื่อว่า “ธนชาตไดรฟ์ เล่มแลกเงิน” ได้ ข้อดีเลยคือเค้าจะคิดดอกเบี้ยเราแบบลดต้นลดดอก เหมือนสินเชื่อบ้านทั่ว ๆ ไปเลย สามารถโปะได้ ปิดบัญชีก่อนได้ พี่ทุยว่าดีมากเหมาะสำหรับคนที่ต้องการเงินหมุนระยะสั้นเพราะเมื่อเราจัดการตัวเองเรียบร้อยหรือสภาพคล่องกลับมาในสภาวะปกติก็จัดการปลดหนี้ได้ทันที

สภาพคล่องขาดมือ เราจะทำยังไงดี ?

แต่ถ้ารถเรายังติดภาระผ่อนชำระอยู่ แค่ผ่อนมาได้เกินครึ่งทางแล้วก็ยังสามารถเอาเข้าบริการ “ธนชาตไดรฟ์ รถแลกเงิน” ได้ เราสามารถขอวงเงินกู้ได้เต็ม 100% จากราคาประเมินกลางธนชาตไดรฟ์แล้ว สามารถทยอยผ่อนชำระได้นานถึง 72 เดือน ง่าย ๆ ว่าถ้ากู้ 100,000 บาทก็ผ่อนชำระวันละ 59 บาทตลอด 72 เดือนเท่านั้นเอง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหมุนเงินระยะยาวและมีแผนผ่อนชำระชัดเจน

สภาพคล่องขาดมือ เราจะทำยังไงดี ?

แล้วถ้าถามว่าการกู้แบบมีหลักประกันนั้นดอกเบี้ยต่ำขนาดไหนอย่างบริการ “ธนชาตไดรฟ์ รถแลกเงิน” จากธนาคารธนชาตไดรฟ์ คิดดอกเบี้ยเพียง 3.18% ต่อปีเท่านั้นสำหรับรถที่มีการจดทะเบียนตั้งแต่ปี 2561 ขึ้นไป

ซึ่งเมื่อเทียบการกู้แบบไม่มีหลักประกันอื่น ๆ แล้วถือว่าต่ำกว่ามาก ๆ

สำหรับใครที่อยากข้อมูลบริการ “ธนชาตไดรฟ์ รถแลกเงิน” เพิ่มเติม ก็สามารถเข้าไปได้ที่เว็บไซต์ของธนาคารธนชาตได้เลย คลิก หรือโทร 1770 ได้ตลอดเลยจ้า !!


บทความนี้เป็นบทความ Advertorial

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: