วิธีคิดและบริหารเงินแบบ “คนรวย”

วิธีคิดและบริหารเงินแบบ “คนรวย”

4 min read  

ฉบับย่อ

  • คนเรามักจะมี “วิธีคิด” และ “วิธีบริหารการเงิน” ที่ต่างกันออกไป ไม่ว่าจะตามลักษณะนิสัย มุมมอง หรืออาจจะด้วยประสบการณ์ จึงไม่แปลกที่จะแต่ละคนจะมีชีวิตที่ไม่เหมือนกัน
  • บางคนสนใจกับความสุขและความสบายในปัจจุบัน แต่คนรวยนั้นมักจะมองถึงผลประโยชน์และความมั่นคงในระยะยาวซะมากกว่า
  • หลายคนมักจะอยู่ด้วยความหวังและเฝ้ารอโอกาสดีๆในชีวิต แต่คนรวยไม่รอให้โอกาสวิ่งมาหา ตรงกันข้ามเค้าต่างหากที่วิ่งเข้าหาโอกาสด้วยตัวเอง
  • จริงอยู่ที่ความรวยมักเกิดจากความขยัน ความมุ่งมั่นและพยายามด้วยน้ำพักน้ำแรง แต่คนรวยสามารถผ่อนแรงของตัวเองด้วยการใช้วิธีแบบ “เงินต่อเงิน”

ได้ยินคำว่า “รวย” ใครๆก็มักจะหูผึ่ง และมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆแทบทุกคนก็ต้องการที่จะร่ำรวย มีเงินทองมากมายให้ใช้แบบสบายๆ ซึ่งพี่ทุยเชื่อว่าวิธีการคิดและทักษะการบริหารเงินเป็นหนึ่งในสำคัญในการพาชีวิตเราไปถึงจุดนั้นได้นะ

แม้คนเราเกิดมาอาจจะมีไม่เท่ากัน ซึ่งบางคนก็อาจจะพอใจแล้วและมีความสุขได้กับสิ่งที่มี แต่บางคนก็ยังไม่พอใจเท่าไหร่นักและยังพยายามจะผลักดันตัวเองให้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวยขึ้น เพราะคนที่มีเงินมากหรือคนรวยมักจะมี “วิธีคิด” และ “วิธีบริหารการเงิน” ที่ต่างจากคนทั่วๆไป รวมถึงการตัดสินใจทางการเงินต่างๆ

ถึงแม้ว่ามนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆจะยังไม่มีเงินมากถึงขนาดนั้น แต่เราก็สามารถเรียนรู้ที่จะบริหารการเงินแบบนั้นได้ เพราะถ้าแค่เงินจำนวนน้อยเรายังไม่สามารถจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ มีเงินมากไปก็เท่านั้น และถ้าอยากรวย พี่ทุยว่าเราต้องพิจารณาตัวเองนะว่า เรามีแนวคิดและวิธีการบริหารเงินยังไง ตอนนี้ยังใช้ชีวิตไปวันๆ หรือต่อชีวิตด้วยเงินเดือนในแต่ละเดือนอยู่หรือเปล่า

ถ้าหากใครอยากเป็นอีกคนที่อยากร่ำรวยและประสบความสำเร็จทางการเงิน พี่ทุยว่าเราต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยนแนวคิดและวิธีการจัดการกับเงินของตัวเองซะก่อน และพี่ทุยว่าเราต้องไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง รวมถึงมีทักษะการบริหารจัดการให้ทรัพย์สินงอกเงยมากด้วยนะ ซึ่งพี่ทุยจะมาบอกเล่าเผื่อใครอยากรู้ว่าคนรวยเค้ามีวิธีคิดและวิธีการบริหารจัดการกับรายได้และเงินของเค้าได้ยังไง ให้รวย รวยและรวยมากขึ้นนั่นเอง

สายตายาว มองถึงผลในระยะยาว

คนรวยหรือคนที่ประสบความสำเร็จมักไม่ได้มองว่าตัวเองนั้นรวย มีเงินเยอะแยะ หรือแสดงออกให้คนอื่นเห็นว่าเค้าเป็น “คนดูรวย” และคนรวยไม่มีค่อยใช้จ่ายเงินไปกับสิ่งของที่ไม่ทำให้พวกเขามีรายได้เพิ่มขึ้น และพี่ทุยเห็นคนที่ประสบความสำเร็จทางการเงิน หรือคนที่เค้าร่ำรวยส่วนใหญ่มักจะมีความเชื่อมั่นในตัวเองและคิดว่าเค้าสามารถกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองได้ ถ้าหากเค้าต้องการอะไรก็ใช้แรงกายแรงใจของตัวเองสร้างมันขึ้นมาให้เป็นจริง ซึ่งก็เป็นวิธีการคิดที่ต่างจากคนทั่วๆไปที่ชอบความสบาย

นอกจากนั้นแล้วในส่วนของทัศนคติในเรื่องการเงินก็แตกต่างจากแนวคิดของคนส่วนใหญ่ด้วย เพราะคนรวยมักจะมีมุมมองในระยะยาวมากกว่า โดยเฉพาะเรื่องการเงินจะคิดแบบยาวเป็นปีๆหรือเป็น 10 ปีขึ้นไป ซึ่งอาจจะเสียสละจากการใช้จ่ายในระยะสั้นเพื่อประโยชน์ในระยะยาว

ซึ่งพี่ทุยว่ามันคุ้มค่ากับการมีอิสระทางการเงินในอนาคตและความสบายในวัยเกษียณ ผิดกับคนทั่วไปที่มักสนใจกับความสุขและความสบายในปัจจุบันมากกว่า หลายๆคนคิดว่าทำอะไรก็ควรที่จะได้รับผลตอบแทนเดี๋ยวนั้นเลย เช่น ทำงานหนักมาทั้งเดือนก็ใช้จ่ายเพื่อซื้อคืนความสุขให้กับตัวเองทันทีเมื่อเงินเดือนออก ไม่แบ่งไปออมหรือลงทุนซึ่งดีกว่าแทน และเวลาอยากได้อะไรก็จะซื้อเลยไม่คิดเยอะ ซึ่งพี่ทุยว่าการใช้อารมณ์ในการตัดสินใจเรื่องเงินไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นะ

มองหาโอกาส และคว้าไว้เสมอ

บางคนภาวนาให้ตัวเองได้เจอกับโอกาสดีๆในชีวิต แต่พี่ทุยกลับคิดว่าทำไมเราต้องรอให้โอกาสเกิดขึ้นกับเรา ทำไมไม่ทำให้เรามีโอกาสในการเข้าถึงโอกาสนั้นๆมากกว่า และพี่ทุยว่าโอกาสก็เหมือนไอติม ถ้าไม่ชิมมันก็ละลายยยยซะก่อน (โอโห้คมที่สุด ฮ่า) และคนรวยมักเห็นความสำคัญของโอกาสที่ไม่ได้มาบ่อยๆ และพอมาถึงจะรีบคว้าเอาไว้เมื่อคิดดีแล้วว่าคุ้มค่าและพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วลงมือทำไม่ว่าสิ่งนั้นยากแค่ไหน และไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์

ในขณะที่คนทั่วไปมักจะชอบความสบาย อยากทำงานงานอะไรก็ได้ที่ไม่เครียด ไม่ต้องลงทุนลงแรงเยอะ ทำงานเพื่อให้ได้เงินเดือนทุกเดือนโดยไม่ต้องไปเสี่ยงอะไร ขอแค่ให้มีความสุขไปวันๆก็พอ เท่านั้นยังไม่พอยังชอบผัดวันประกันพรุ่ง ไม่ลงมือทำ อ้างว่ายังไม่พร้อมบ้าง ไม่กล้าเสี่ยง แต่ก็อาจจะลืมคิดไปว่าความเสี่ยงนั่นแหละจะทำให้ร่ำรวยและประสบความสำเร็จได้

นำเงินไปลงทุนต่อเงิน

พี่ทุยว่าหลายคนคงคุ้นหูกับคำว่า “เงินต่อเงิน” หรือให้เงินทำงานแทนเรากันอยู่บ้างใช่มั้ย แต่ก็เชื่อว่าหลายๆคนก็มีความคิดว่าการทำงานหนัก ลงทุนลงแรงด้วยตัวเองจะทำให้รวยขึ้นได้ ทั้งที่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่เลย การที่เราทำงานหนักแบบเดิมไปตลอด อาจจะได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นและอาจจะได้เงินเดือนเพิ่มขึ้นบ้างนิดหน่อย แต่คงไม่ได้ทำให้ร่ำรวยมากขึ้นได้ขนาดนั้น

ในขณะที่คนรวยมักจะใช้เครื่องทุ่นแรงแทนที่จะทำงานอย่างหนักไปตลอดเวลาระยะ 10 ปี 20 ปี หรืออาจจะตลอดชีวิต ซึ่งพี่ทุยเห็นว่าคนรวยส่วนใหญ่ใช้เงินทำเงิน โดยเริ่มจากตั้งเป้าหมายว่าต้องมีเงินเท่าไหร่ และหลังจากนั้นก็คิดว่าจะลงทุนอย่างไรให้ถึงเป้าหมายนั้น โดยจะหักจากเงินได้ไปลงทุนก่อนและศึกษาวิธีการลงทุนอยู่เสมอ ซึ่งการลงทุนระยะยาวจะทำให้เงินงอกเงยแบบทบต้นเป็นเวลานานด้วย

มันก็จริงที่ว่าเงินมากมายก็ไม่อาจจะซื้อ “ความสุข” ให้เราได้ แต่พี่ทุยคิดว่าเงินก็เป็นปัจจัยที่สำคัญในการใช้ชีวิต และในบางครั้งเงินและฐานะทางการเงินที่มั่นคงก็ช่วยให้เรามีโอกาสในชีวิตที่ดีขึ้นได้ ซึ่งความแตกต่างของคนรวยและคนทั่วๆไป ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเงินทองเท่านั้น แต่รวมถึงวิธีคิดและการใช้ชีวิตด้วยนะ ถ้าใครอยากจะมีชีวิตแบบคนรวยก็ต้องคิดแบบที่คนรวยคิดและทำในแบบที่คนรวยทำ เพื่อที่วันนึงเราจะมีเงินเพียงพอต่อการใช้จ่ายในปัจจุบัน รวมถึงใช้ชีวิตยามเกษียณอายุแบบรวยๆด้วยนั่นเอง

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: