"ลาออก" จากบริษัทยังไงให้ได้เงินเยอะที่สุด ?

“ลาออก” จากบริษัทยังไงให้ได้เงินเยอะที่สุด ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • เมื่อเรา “ลาออก” คือการเริ่มต้นเส้นทางชีวิตใหม่ การตั้งต้นด้วยการตักตวงผลประโยชน์จากที่เดิมก็เป็นสิ่งที่ต้องทำเช่นกัน แน่นอนว่ามันเป็นคนละเรื่องกับการทุจริต
  • เคล็ดลับว่าก่อน “ลาออก” เราต้องเตรียมอะไรบ้างเพื่อให้ออกจากบริษัทแล้วได้เงินเยอะที่สุดหรือคุ้มที่สุด แน่นอนว่าการลาออกแต่ละครั้งเราต้องการให้มันเป็นจุดเปลี่ยนที่ดี การเริ่มต้นที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ เราควรเริ่มกันตั้งแต่การตักตวงผลประโยชน์จากบริษัทเก่าให้ได้มากที่สุด

การ “ลาออก” อาจจะเกิดขึ้นเมื่อตอนที่เราต้องการเปลี่ยนสายงาน อัพเงินเดือนให้กับตัวเอง หรือออกมาประกอบธุรกิจของตัวเอง แน่นอนว่าการลาออกแต่ละครั้งเราต้องการให้มันเป็นจุดเปลี่ยนที่ดี การเริ่มต้นที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ เราควรเริ่มกันตั้งแต่การตักตวงผลประโยชน์จากบริษัทเก่าให้ได้มากที่สุด (ฮ่า) #แน่นอนแหละว่าใครๆก็อยากที่จะรักษาผลประโยชน์ตัวเองอยู่แล้ว

บทความนี้พี่ทุยจะพามาดูเคล็ดไม่ลับกันดีกว่าว่าก่อน “ลาออก” เราต้องเตรียมอะไรบ้างเพื่อให้ออกจากบริษัทแล้วได้เงินเยอะที่สุดหรือคุ้มที่สุดกัน !!

1. ดูรอบโบนัสให้ดี

โดยปกติแล้วถ้าคนที่ไม่ได้ทำงานเป็นฝ่ายขาย สิ่งนึงที่เราลุ้นกันตัวโก่งกันทุกปีเลยก็คือ “โบนัส” ส่วนใหญ่บริษัทก็จะจ่ายโบนัสในเดือนเดียวกันในทุกๆปี อันนี้ก็แล้วแต่บริษัทว่าจ่ายปีละครั้งหรือสองครั้ง พี่ทุยว่าอย่างน้อยก็น่าจะอยู่รอโบนัสก่อนค่อยออกก็ไม่เลวนะ

แต่ถ้าโอกาสมาแล้ว รอไม่ได้ต้องออกทันทีหรือไม่ทันโบนัส พี่ทุยว่าก็ไม่ต้องคิดจนเป็นปัจจัยหลักขนาดนั้น

2. ดูเงื่อนไขกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  

สำหรับบริษัทที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) ก็อย่าลืมดูเงื่อนไขให้ดี เพราะส่วนที่นายจ้างจ่ายสมทบให้เราจะมีเงื่อนไขอยู่ว่าทำงานกี่ปี จะได้สมทบเท่าไหร่ ถ้าเราทำงานมานานจนอยู่ใกล้ช่วงรอบต่อก็จะได้เปอร์เซ็นต์มากขึ้น

ตัวอย่างเช่น ถ้าเงื่อนไขบริษัทหรือทำงานมา
3 ปี จ่ายสมทบ 30%
5 ปี จ่ายสมทบ 50%
10 ปี จ่ายสมทบ 100%

แล้วทำงานมาสัก 4 ปี 7 เดือนแบบนี้ พี่ทุยว่ารออายุให้เลย 5 ปีแล้วเราได้ 50% ก็น่าจะคุ้มอยู่เหมือนกันนะ

3. ดูวันลาต่างๆประกอบด้วย

เวลาที่จะลาออกแล้ววันลาเรายังพอเหลืออยู่ พี่ทุยว่าบางทีก็สามารถบริหารได้อยู่นะ เช่น ถ้าเราทำงานวันสุดท้ายคือวันที่ 30 พฤศจิกายน แล้วเรายังมีวันลาเหลือ เราอาจจะมาทำงานวันสุดท้ายคือ 15 พฤศจิกายนก็เป็นไปได้ ที่เหลือก็ใช้วันลาไปโล้ดดดดด

ถ้าใครจะใช้วิธีนี้ก็อย่าลืมเคลียร์งาน ถ่ายงานให้เรียบร้อยก่อนเสมอ จะได้ไม่เป็นภาระคนอื่น แล้วลองคุยกับหัวหน้าดู ซึ่งหัวหน้าเข้าใจเราอยู่แล้วล่ะ

4. บัตรเครดิตสมัครไว้ก็ไม่เลว

ถ้าใครจะลาออกแล้วไม่ได้ทำงานประจำต่อ พี่ทุยอยากจะแนะนำอย่างนึง คือ สมัคร “บัตรเครดิต” ไว้หน่อยก็ไม่เสียหายนะ เพราะถ้าไม่เป็นมนุษย์เงินเดือนเนี้ย บัตรเครดิตทำยากอยู่เหมือนกัน อันนี้ประสบการณ์ตรงเลย เพราะเดี่ยวนี้ไม่ว่าจะทำอะไรบัตรเครดิตเข้ามามีส่วนร่วมกับชีวิตเราเยอะอยู่เหมือนกัน

5. อย่าลืมไปขึ้นทะเบียนคนว่างงาน

ทุกเดือนจะถูกหัก 750 บาทไปจ่ายให้กับประกันสังคม แล้วรู้กันหรือไม่ว่าเงินส่วนนึงถูกจ่ายให้กับการประกันการว่างงาน ถ้าเราลาออกสามารถไปขึ้นทะเบียนคนว่างงานแล้วได้เงินช่วยเหลือสูงสุดเดือนละ 4,500 บาทไปยาวๆ 3 เดือนเลยนะ อาจจะเป็นเงินไม่เยอะแต่พี่ทุยว่าก็ไม่เสียหายนะไปขึ้นซะหน่อยถ้าหากว่าเราลาออกแล้วยังไม่มีงานทำต่อ (แต่ถ้าไม่ได้มีจุดประสงค์อื่นๆที่จะต้องทำ พี่ทุยก็แนะนำให้หางานใหม่ก่อนแล้วค่อยลาออกน่าจะดีกว่านะ)

แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดที่พี่ทุยว่ายังไงก็ต้องมี คือ การเตรียม “เงินก้อนนึงเผื่อฉุกเฉิน” ไว้ด้วย พี่ทุยย้ำเสมอเลยนะ เพราะจะเป็นตัวช่วยลดความเสี่ยงในกรณีที่ถ้าเราออกไปแล้วธุรกิจไม่ดีอย่างที่คิด เราก็ยังมีเงินพอหมุนปรับตัวกันได้ด้วย

สำหรับใครจะออกมาลุยธุรกิจก็อาจจะลำบากหน่อย เหนื่อยหน่อย อาจจะมีบางอย่างไม่เป็นอย่างที่คิด แต่ยังไงก็แล้วแต่ผลตอบแทนจากความเหนื่อยยังไงพี่ทุยว่าก็คุ้มแน่นอน !! พี่ทุยเป็นกำลังใจให้กับทุกคนอยู่แล้ว


error: