พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้ “การลงทุน” ไม่ประสบความสำเร็จ

พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้ “การลงทุน” ไม่ประสบความสำเร็จ

3 min read  

ฉบับย่อ

  • หลายคนลงทุนก็หวังจะเห็นผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ…แต่บางคนไม่ว่าจะลงทุนยังไงก็ไม่เห็นจะประสบความสำเร็จสักที ซึ่งมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้การลงทุนนั้นล้มเหลว
  • เป้าหมายทางการลงทุนเปรียบเหมือนเส้นชัย ส่วนแผนการลงทุนเป็นเหมือนยานพาหนะที่จะพาไปถึงเป้าหมาย แต่ก็ยังมีคนที่หลงลืมสิ่งสำคัญทั้งสองอย่างไป
  • บางคนลงทุนแบบเชื่อในผลงานที่ผ่านมา อะไรเคยดีก็มักจะคิดว่าจะดีตลอดไปจนทำให้การลงทุนพลาดพลั้งไปไม่รู้ตั้งเท่าไหร่
  • ทุกๆ การลงทุนล้วนมีความเสี่ยง แต่บางคนก็ยังสนใจแต่ผลกำไรหรือโอกาสจะได้ ในขณะที่ละเลยความเสี่ยงหรือโอกาสที่จะสูญเสียไป จึงไม่รู้จักการบริหารความเสี่ยงจนทำให้รู้สึกว่าไม่ว่าจะลงทุนยังไงก็ไม่คุ้ม ไม่ประสบความสำเร็จอย่างคนอื่นเค้าสักที

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

มนุษย์เงินเดือนบางคนทำงานหรือใช้ชีวิตเพื่อความสนุกสนานไปวันๆโดยที่ไม่ได้วางแผนอะไรมากนัก แต่ก็มีคนก็เริ่มคิดได้ว่าควรจะสนใจเรื่อง “การลงทุน” โดยการเริ่มออมเงินเพื่อเป้าหมายบางอย่างในชีวิต เช่น เรียนต่อ แต่งงาน รวมถึงเพื่อเกษียณอายุ หรือสนใจนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินต่าง ๆ บ้างแล้ว

แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยมีความมุ่งมั่นและอยากจะลงทุนเพียงเพราะคิดว่ามันเป็นช่องทางทางการเงินอย่างหนึ่งเท่านั้น และคิดว่าถ้านำเงินมาลงทุนก็มีแต่จะทำให้เงินก้อนนั้นงอกเงยขึ้น ซึ่งพี่ทุยก็เห็นอยู่ไม่น้อยเลยที่ลงทุนแล้วล้มเหลว และไม่ประสบความสำเร็จในการลงทุนอย่างที่เค้าอยากให้มันเป็น ซึ่งมักอาจจะโทษว่าเป็นเพราะโชคชะตา หรือแม้แต่เศรษฐกิจไม่เป็นใจบ้าง การลงทุนมีความเสี่ยงอยู่แล้วบ้าง แต่พี่ทุยว่าถ้าลองทบทวนดูดีๆ แล้วจะพบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อความล้มเหลวนั้นมันเกิดจากตัวเราเอง ซึ่งพฤติกรรมบางอย่างของตัวเราเองนั้นแหละที่ไปเพิ่มความเสี่ยงในการลงทุนและมักจะเป็นหลุมพรางที่ทำให้ตัวเองมักพลาดท่าเดินตกลงไปซ้ำแล้วซ้ำอีกจนทำให้การลงทุนล้มเหลวและไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่มันควรจะเป็นสักที

และพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้ “การลงทุน” ไม่ประสบความสำเร็จ นั่นคือ

ไม่มีเป้าหมายและแผน “การลงทุน” ที่ชัดเจน

ข้อผิดพลาดอันดับแรกๆ และเป็นสิ่งที่พี่ทุยเห็นหลาย ๆ คนมักจะละเลยไปโดยหารู้ไม่ว่ามันเป็นอันตรายต่อการลงทุนอย่างมากนั่นคือ การลงทุนอย่างไม่มีเป้าหมาย และไม่มีแผนการลงทุนชัดเจน โดยเฉพาะนักลงทุนมือใหม่ที่พี่ทุยมักจะเจอคนที่ชอบลงทุนตามเพื่อนบอก หรือลงทุนตามๆ กระแสที่คนอื่นบอกต่อกันว่าดี รับฟังข้อมูลมาแค่เพียงผิวเผินเท่านั้น แต่ไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจและขาดการติดตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างเป็นประจำซึ่งเป็นอาจจะทำให้การลงทุนล้มเหลวได้

พี่ทุยเจอว่าบางคนมีความเคยชินกับการแค่จ่ายเงินซื้อหุ้น หรือกองทุนไปแล้วก็จบไม่จัดการอะไรต่อแล้วเพราะไม่รู้ว่าควรซื้อควรขายตอนไหนดี แต่ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้นเวลาลงทุนมันต้องมีการวางแผนและการบริหารจัดการด้วย

ซึ่งพี่ทุยว่าการวางแผนการลงทุนนั้นสำคัญมากนะ…เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เป้าหมายของการวางแผนการเงินหลาย ๆ อย่างเป็นไปตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ การวางแผนทางการลงทุนที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพช่วยให้บรรลุถึงเป้าหมายทางการเงินนั้น ๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าหมายที่ต้องการใช้เงินเป็นจำนวนมากและเป็นเป้าหมายระยะยาวที่ต้องการวางแผนการลงทุนให้เหมาะสม เพื่อให้มีเงินเพียงพอกับการบรรลุเป้าหมายที่วางไว้เช่น เพื่อการศึกษาลูกหรือเพื่อการเกษียณ

ไม่มองอนาคต เอาแต่มองอดีต

บางคนตัดสินใจเลือกลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน เช่น กองทุนบางกอง หุ้นบางตัว โดยเชื่อมั่นในผลลัพธ์หรือผลงานในอดีตที่ผ่านมา มากกว่าพิจารณาโอกาสของความก้าวหน้าหรือแม้แต่ความล้มเหลวอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต หลายคนมักจะลงทุนโดยสนใจแต่อดีต เช่น กองทุนเคยทำผลงานมาดี หุ้นตัวนี้ราคาขึ้นมาโดยตลอดและมีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอแต่ไม่มองถึงโอกาสขอธุรกิจนั้นๆ อนาคตเลย ซึ่งจริงๆ พี่ทุยอยากจะเตือนนะว่าผลงานในอดีตไม่สามารถเป็นตัวชี้วัดว่า จะไม่ล้มเหลวในอนาคตหรือการันตีผลตอบแทนในอนาคตได้

เพราะความเชื่อในในผลงานเก่าๆ ที่ผ่านมาเป็นตัวตัดสินทั้งหมด พี่ทุยก็เห็นว่ามันทำให้หลายคนลงทุนผิดพลาดมานักต่อนักแล้ว หลายครั้งที่กองทุน หรือหุ้นที่บางคนมั่นใจว่ามันดีมาโดยตลอดเพราะโนวโน้มราคาขึ้นเรื่อยๆ จู่ๆ วันนึงก็ดันมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่ทำให้ราคาตกลงหนักมาก ซึ่งเกิดจากที่เราไม่ได้มองสถานการณ์ที่เป็นอยู่ไม่มากพอ ด้วยความไม่รู้เรื่องรู้ราวกะชาวบ้านเค้าทำให้บางคนขายไม่ทันก็ติดดอยกันไป(ฮือ)

ฉะนั้น พี่ทุยว่าอย่าเสี่ยงโดยการยึดติดกับเรื่องราวหรือคุณงามความดีในอดีตมากเกินไป เราควรจะสนใจเหตุการณ์ปัจจุบันและความเป็นไปได้ในอนาคตมากกว่าจะช่วยลดความผิดพลาดในการลงทุนได้นะ

ไม่บริหารความเสี่ยง

บางคนคิดว่าการลงทุน คือ การเอาเงินซื้อสินทรัพย์ทางการเงินทิ้งไว้ อันไหนที่ใครเขาว่าดีก็ซื้อ และพี่ทุยเห็นว่าก็จะซื้อๆๆๆ แต่อันเดิมๆ ซ้ำๆ บางอย่างไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันดียังไง แค่เขาว่าดีก็เอาด้วยแล้วซะงั้นอ่ะ และที่สำคัญคือไม่รู้จักการบริหารความเสี่ยง หรือการกระจายลงทุนให้เหมาะสมกับนโยบายการลงทุนและความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้เลย และเมื่อเกิดความผิดพลาดหรือสิ่งไม่คาดฝันกับสิ่งที่ลงทุนไว้ คือ พังหมดหน้าตัก (TT)

อย่าลืมนะว่าไม่มีอะไรแน่นอนในโลกของการลงทุน ยิ่งคาดหวังผลตอบแทนหรือกำไรมากเท่าไหร่ก็ย่อมต้องกล้าเผชิญหน้าหรือยอมรับกับความเสี่ยงมากด้วยเช่นกัน พี่ทุยอยากให้ทุกคนรู้ว่าตัวเองรับความเสี่ยงได้เท่าไหร่ และก็ต้องรู้จักประเมินความเสี่ยงที่อาจจะได้รับจากการลงทุนแต่ละอย่างด้วย ถึงแม้จะเป็นกองทุนหรือหุ้นที่ใครบอกว่าดีแค่ไหนก็ตาม และที่เราคิดว่ารู้จักและได้ทำการศึกษามาอย่างดีแล้ว พี่ทุยว่าก็อาจจะมีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ เพราะว่าเราควบคุมอะไรไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราสามารถควบคุมได้นั่นคือ “การจำกัดความเสี่ยง” โดยการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนอย่างเหมาะสมนะ ไม่ซื้อเฉพาะกองทุนใดกองทุนหนึ่งด้วยเงินทั้งหมด หรือถือหุ้นบางตัวเป็นสัดส่วนที่มากเกินไป

พี่ทุยว่าถ้าเรามีการบริหารความเสี่ยงที่ดี และสนใจผลตอบแทนของการลงทุนโดยรวมเป็นหลัก ก็จะช่วยให้ลดโอกาสเกิดความผิดพลาดในการลงทุนได้นะ

มาถึงตรงนี้บางคนอาจจะอ้าว! ตรูเองก็มีพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่พี่ทุยได้บอกไปแล้วทั้ง 3 แบบ (ฮ่า) แต่ไม่เป็นไรนะ คนเรามันก็พลาดกันได้ แต่เพื่อลดโอกาสไม่ให้เกิดความล้มเหลวในการลงทุน สิ่งที่ต้องทำนั่นคือ เรียนรู้และแก้ไขมันซะ เพื่อที่วันนึงเราจะเป็นหนึ่งในคนที่ประสบความสำเร็จในการลงทุนนั่นเอง พี่ทุยอยากเห็นทุกคนลองสู้ดูอีกสักตั้ง ครั้งก่อนอาจจะพลาดหรือล้มเหลวไปบ้าง แต่ถ้าเราลองหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงพวกนี้ พี่ทุยเชื่อเหลือเกินว่า.. ยังไงวันนึงก็ต้องประสบความสำเร็จ


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: