ข้อดี-ข้อเสีย ของ "สินค้าการเงิน" แต่ละประเภท มีอะไรบ้าง ?

ข้อดี-ข้อเสีย ของ “สินค้าการเงิน” แต่ละประเภท มีอะไรบ้าง ?

2 min read  

ฉบับย่อ

  • “สินค้าการเงิน” การลงทุน ในปัจจุบันมีเยอะมาก ทั้งฝากออมทรัพย์ ฝากประจำ ฝากไม่ประจำ ฝากประจำเผื่อเรียก
    บัตรเครดิต ก็มีหลากหลายบริษัทให้เลือกใช้ โปรโมชั่นก็ไม่เหมือนกัน
  • ก่อนเริ่มลงทุน ในพวก “สินค้าการเงิน” เราควรจะรู้ข้อดี-ข้อเสีย ของสินค้าแต่ละประเภทที่จะเริ่มลงทุนให้ดีก่อน เพราะปัจจุบันสินค้าทางการเงินมีเยอะมากต้องเลือกดีดี

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

ตอนนี้ต้องยอมรับเลยว่า “สินค้าการเงิน” การลงทุน มีเยอะมาก
ทั้งฝากออมทรัพย์ ฝากประจำ ฝากไม่ประจำ ฝากประจำเผื่อเรียก
บัตรเครดิต ก็มีหลากหลายบริษัทให้เลือกใช้ โปรโมชั่นก็ไม่เหมือนกัน

ประกันชีวิต ตอนนี้ก็มี 6 แบบได้
กองทุนรวม ก็มีระดับความเสี่ยงถึง 8 ระดับ
หุ้นก็มีเป็นร้อย ๆ ตัว หลายสิบอุตสาหกรรม

ยังไม่นับการลงทุนทางเลือกอีก
ทองคำ น้ำมัน ข้าวเปลือก (อันนี้ก็ลงทุนได้นะ หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้)

คำถามก็คือ เงินเรามีอย่างจำกัด เราจะเอาไปลงทุนที่ไหนดีล่ะ ?

นอกจากเราจะรู้ว่า เป้าหมายการเงินของเราคืออะไรแล้ว
สินค้าการเงินบางอย่างก็มีความคล้ายคลึงกันมาก ๆ
เช่น ถ้าเป็นเป้าหมายการเงินระยะสั้น ๆ 1-2 ปี
สินค้าการเงินที่น่าจะเหมาะสมก็มี
เงินฝากประจำ กองทุนรวมตลาดเงิน
กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น ก็พอได้เหมือนกัน

แต่ถ้าเรารู้ว่าสินค้าแต่ละตัวมีลักษณะนิสัยเป็นยังไง
เราก็จะสามารถเลือกสินค้าได้ตรงและเหมาะกับเรามากที่สุด

วันนี้พี่ทุยเลยมี “การบ้าน” มาแนะนำ (เป็นการบ้านที่พี่ทุยเคยทำมาแล้ว)
ที่ช่วยให้พี่ทุยเข้าใจ “สินค้าการเงิน” การลงทุน มากขึ้นก็คือ

ลองไปหา “ข้อดี” และ “ข้อเสีย”
ของสินค้าการเงินนั้นมาอย่างละ 10 ข้อ (ถ้าขยันหน่อยก็ 20 ข้อ ไปเลย)
ฟังดูอาจจะดูเยอะนะ ตอนแรกพี่ทุยก็ตกใจเหมือนกัน

แต่การที่เราคิดไปจนคิดไม่ออก
แล้วพอเราคิดออกจะทำให้เราเข้าใจดีมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น “กองทุนรวมตลาดเงิน”

ข้อดี
– สภาพคล่องดี
– ความเสี่ยงต่ำ
– เหมาะสมแก่การลงทุนถ้าดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น
– ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝากออมทรัพย์
– ฯลฯ

ข้อเสีย
– ผลตอบแทนต่ำ
– เปลียนเป็นเงินสดช้ากว่าเงินฝาก
– ถ้าดอกเบี้ยอยู่ในขาลง จะไม่เหมาะแก่การลงทุน (ใช้ตราสารหนี้ระยะยาวดีกว่า)
– ฯลฯ

ลองไปทำกับทุก ๆ สินค้าดู เราจะเห็นภาพกว้างมากยิ่งขึ้น
แล้วเราจะสามารถเลือก “สินค้าการเงิน” ได้เหมาะกับตัวเองมากขึ้น

อ่านถึงบรรทัดนี้ หลายคนคงสงสัยว่า ทำไมพี่ทุยไม่ยอมบอกมาเลยล่ะ
ว่าแต่ละสินค้ามันมีดีอะไร และมีข้อเสียอะไรบ้าง ?

เหตุผลหลัก ๆ ที่พี่ทุยไม่บอกเลยว่ามี ข้อดีและข้อเสียอะไรบ้าง
เพราะอยากให้กลับไปทำเอง มันเป็นเรื่อง “จิตของนักลงทุน”

ถ้าเราแค่อ่านแต่ไม่ได้ “คิดวิเคราะห์” เอง
สุดท้ายข้อมูลนั้นแทบจะไม่มีประโยชน์เลย
อ่านแล้วก็มีโอกาสที่จะลืมสูงมาก

แต่ถ้าเราได้ผ่านกระบวนการคิดของตัวเอง
โอกาสที่จะลืมแทบไม่มี และต่อให้ลืมก็คิดใหม่ได้ง่าย ๆ
แล้วเรื่อง Asset Allocation ก็เป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการลงทุนซะด้วย
เรียกได้ว่าใช้หากินได้ตลอดชีวิต ตราบเท่าที่เรายังลงทุนอยู่ !!

หรือใครพอคิดได้บ้างแล้ว ก็ลองมาแชร์ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันก็ได้นะ


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน
error: