5 อันดับประเทศที่คุณภาพชีวิต "หลังเกษียณ" ดีที่สุดในโลก

5 อันดับประเทศที่คุณภาพชีวิต “หลังเกษียณ” ดีที่สุดในโลก

 

ฉบับย่อ

  • ด้วยการแพทย์ที่พัฒนาขึ้นทุกวันๆ ทำให้ปัจจุบัน อายุขัยของมนุษย์เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราวๆ 70 ปีแล้ว
  • เงินบำนาญ เปรียบเสมือนเงินเดือนที่จะมีจ่ายเราไปทุกเดือน หลังจากเราเกษียณ หรือเลิกทำงานแล้ว
  • ในประเทศบางแห่ง กลับมีการวางระบบเงินบำนาญไว้อย่างดี จนทำให้ปัญหาความยากจนของผู้สูงอายุแทบไม่เคยเกิดขึ้น
  • ในบทความนี้ พี่ทุยจะพาไปพบกับประเทศทั้ง 5 ที่ว่ากันว่า มีระบบเงินบำนาญที่ “ยั่งยืน” (Sustainable) ที่สุดในโลก ซึ่งส่งผลให้คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุหลังเกษียณนั้น น่าอิจฉาไม่น้อยเลยทีเดียว

เชื่อหรือไม่ว่า อายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์สูงขึ้นเรื่อยๆในแต่ละยุคสมัย หากเราย้อนกลับไปเมื่อศตวรรษก่อน หรือร้อยปีก่อน อายุเฉลี่ยที่มนุษย์เราจะจากโลกนี้ไปอยู่ที่ราวๆ 50 กว่าปีเท่านั้นเอง

ด้วยการแพทย์ที่พัฒนาขึ้นทุกวันๆ ทำให้ปัจจุบัน อายุขัยของมนุษย์เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราวๆ 70 ปีแล้ว แน่นอนว่านี่เป็นสิ่งที่ดี ที่เราจะได้อยู่บนโลกนี้นานขึ้นหลายสิบปี แต่ในอีกมุมหนึ่ง แม้จะอายุยืนขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะฟิตปั๋ง และลุยทำงานหนักได้เหมือนวัยหนุ่ม

ทำให้เราต้องวางแผนสำหรับอนาคตวันข้างหน้า วันที่เราหยุดทำงาน หรือทำงานได้น้อยลง นั่นก็คือ วันที่เรา “เกษียณ” นั่นเอง

โชคยังดีที่มนุษย์เราตระหนักถึงเรื่องหลังการเกษียณมาตั้งนานแล้ว โลกจึงสร้างระบบการรับเงินชนิดหนึ่งหลังจากเกษียณขึ้นมา ระบบนั้นมีชื่อว่า “เงินบำนาญ”

เงินบำนาญ เปรียบเสมือนเงินเดือนที่จะมีจ่ายเราไปทุกเดือน หลังจากเราเกษียณหรือเลิกทำงานแล้ว หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับ “เงินบำเหน็จ” อีกคำหนึ่ง ซึ่งหมายถึงเงินก้อนที่ได้รับเพียงครั้งเดียวเมื่อเกษียน

ในประเทศไทย ระบบเงินบำนาญพบได้ในงานราชการ ส่วนในบริษัทเอกชน พนักงานจะต้องส่งเงินเข้ากองทุนประกันสังคม หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งไม่ได้เก็บในอัตราที่สูง ผู้เกษียณในไทยจึงมีรายได้ต่อเดือนจากเงินส่วนนี้ไม่มากนัก

นั่นทำให้เราต้องสร้างระบบเงินบำนาญด้วยตัวเอง โดยการเก็บออมและลงทุน เพื่อให้เรามีรายรับที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตต่อเนื่องไปเรื่อยๆแม้ว่าจะเลิกทำงานไปแล้ว

อย่างไรก็ดี ในประเทศบางแห่งกลับมีการวางระบบเงินบำนาญไว้อย่างดี จนทำให้ปัญหาความยากจนของผู้สูงอายุแทบไม่เคยเกิดขึ้น

ในบทความนี้ พี่ทุยจะพาไปพบกับประเทศทั้ง 5 ที่ว่ากันว่า มีระบบเงินบำนาญที่ “ยั่งยืน” (Sustainable) ที่สุดในโลก ซึ่งส่งผลให้คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ “หลังเกษียณ” นั้น น่าอิจฉาไม่น้อยเลยทีเดียว

1. ประเทศออสเตรเลีย (Australia)

5 อันดับประเทศที่คุณภาพชีวิต "หลังเกษียณ" ดีที่สุดในโลก

ระบบเงินบำนาญหลังเกษียณของออสเตรเลีย ถือเป็นระบบที่โด่งดังที่สุดในโลกเลยทีเดียว กับเงินบำนาญถึง 3 ระดับ ซึ่งไม่ต่างจากโชค 3 ชั้น

เมื่อผู้สูงอายุชาว “ออสซี่” เกษียณ เงินบำนาญที่ได้รับจะมาจาก 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ บำนาญจากภาษีที่ชาวออสซี่เพียรจ่ายมาตลอดชีวิตการทำงาน บำนาญจากบริษัทนายจ้างเก่า และบำนาญจากบัญชีเงินออมเพื่อการเกษียณอายุ

ผู้สูงอายุจะได้รับเงินทุกๆ 2 สัปดาห์ หรือเดือนละ 2 ครั้ง แต่จะมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น สถานะ (โสดหรือสมรส) รายได้ในสมัยที่ยังทำงานอยู่ รวมถึงทรัพย์สินที่มีด้วย

โดยเฉลี่ยแล้ว เงินบำนาญต่องวดสำหรับผู้เกษียณชาวออสซี่จะอยู่ที่ 700 เหรียญดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 16,000 บาท หรือเฉลี่ยเดือนละกว่า 30,000 บาทเลยทีเดียว

เห็นแบบนี้แล้วอยากจะหนีไปแก่ที่ออสเตรเลียเลยใช่ไหมล่ะ แต่อย่าลืมนะว่า เงื่อนไขสำคัญที่จะได้รับเงินบำนาญนี้ ก็คือการทำงานหนัก และจ่ายภาษีให้รัฐบาลอย่างถูกต้องมาตลอด ซึ่งชาวออสซี่เขาจะเกษียณกันก็ต่อเมื่ออายุ 65 ปี โน่นเลย

นอกจากนั้น เงินบำนาญนี้ก็จะจ่ายให้เฉพาะกับผู้ที่ได้รับสัญชาติ หรือได้เป็น “ผู้อยู่อาศัย” (Residence) อย่างถูกต้องมาไม่น้อยกว่า 10 ปี

ใครอยากเกษียณแล้วสุขสบายแบบชาวออสซี่ ก็คงต้องรีบวางแผนกันตั้งแต่เนิ่นๆซะแล้ว

2. ประเทศแคนาดา (Canada)

5 อันดับประเทศที่คุณภาพชีวิต "หลังเกษียณ" ดีที่สุดในโลก

แคนาดามี “แผนเงินบำนาญแคนาดา” หรือ Canada Pension Plan ที่เลื่องชื่อ ซึ่งให้เงินดูแลผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป (โดยเฉพาะผู้มีรายได้ต่ำ) เป็นอย่างดี

โดยเงินบำนาญจะตั้งต้นด้วยมูลค่าที่เท่ากันสำหรับทุกคน (Flat Rate) ก่อนจะนำไปรวมกับเงินอีกส่วนที่คำนวณมาจากรายได้ในตอนที่ยังทำงานอยู่ของผู้เกษียณ

โดยเฉลี่ย ผู้สูงอายุชาวแคนาดาจะได้รับเงินประมาณ 1,200 เหรียญดอลลาร์แคนาดา ซึ่งก็ตกราวๆ 30,000 กว่าบาท ไม่ต่างจากที่ออสเตรเลียเลย

แถมผู้เกษียณยังไม่ต้องกังวลเรื่องการรักษาพยาบาล เนื่องจากรัฐบาลเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด รวมไปจนถึงการจัดงานศพเลยทีเดียว

เรียกได้ว่า นอกจากจะมีชีวิตหลังเกษียณที่แสนสบายแล้ว ตอนตายก็ยังสบายอีกต่างหาก

3. ประเทศเดนมาร์ก (Denmark)

5 อันดับประเทศที่คุณภาพชีวิต "หลังเกษียณ" ดีที่สุดในโลก

ประเทศที่มักได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศที่มีความสุขสูงสุดอันดับต้นๆแห่งนี้ มีระบบสวัสดิการสำหรับประชาชนที่ดีเยี่ยม

เป็นเรื่องเหลือเชื่อมากๆ แต่ชาวเดนมาร์กกว่าครึ่งทำงานอยู่ในหน่วยงานราชการ และรัฐบาลมีสวัสดิการพลเมืองให้ประชาชนอย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การรักษาพยาบาล หรือการชดเชยการว่างงาน

อย่างไรก็ดี เดนมาร์กขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่เก็บภาษีแพงมหาโหด สูงระดับ 58 – 72% เลยทีเดียว นั่นทำให้กองทุนบำนาญของประเทศเดนมาร์ก เป็นกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ในปี 2016 กองทุนบำนาญของเดนมาร์กมีขนาด 209% ของ GDP ของประเทศเลยทีเดียว ผู้เกษียณจะยังคงมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อไปทุกๆเดือน

ถือว่าไม่เลว สำหรับการกัดฟันจ่ายภาษีกว่าครึ่งของรายได้เลยใช่ไหมล่ะ

4. ประเทศเยอรมนี (Germany)

5 อันดับประเทศที่คุณภาพชีวิต "หลังเกษียณ" ดีที่สุดในโลก

อย่างที่เราทราบกันดีว่า คนเยอรมันเป็นคนที่มีระเบียบวินัยเป็นเลิศ และมีความสามารถในการสร้างผลผลิต (Productivity) เฉลี่ยต่อคนที่สูงที่สุดในโลก นั่นทำให้ค่าแรงขั้นต่ำของชาวเยอรมันสูงเป็นอันดับต้นๆ

ลูกจ้างชาวเยอรมันทุกคนต้องจ่ายเงินสมทบประกันเงินบำนาญตามกฎหมาย ซึ่งนายจ้างจะช่วยจ่ายเงินสมทบให้สูงถึงเกือบ 20% เลยทีเดียว

นอกจากนี้ ชาวเยอรมันที่รายได้ต่ำยังสามารถขอยกเว้นการจ่ายเงินสมทบได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วย ในขณะที่นายจ้างยังคงต้องจ่ายเงินส่วนนี้ช่วยเหลือลูกจ้าง แต่จะจ่ายในอัตราที่ต่ำลง

ดังนั้น หลังชาวเยอรมันเกษียณ พวกเขาจึงยังคงมีรายได้ไว้ใช้จ่ายได้อย่างสบาย

ทราบหรือไม่ว่า ประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นิยมที่สุดของผู้เกษียณชาวเยอรมันเลยเชียวล่ะ

โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต จะพบว่าเจ้าของที่ (Land Lord) ในหลายๆพื้นที่กลายเป็นชาวเยอรมันไปซะแล้ว

ตั้งใจทำงานทั้งชีวิต จากนั้นก็เกษียณตัวเองมาหาความสงบที่ไทยนี่เอง

5. ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland)

5 อันดับประเทศที่คุณภาพชีวิต "หลังเกษียณ" ดีที่สุดในโลก

นอกเหนือจากอัตราภาษีที่สูงขึ้นเมื่อมีรายได้มากขึ้นแล้ว ชาวสวิสจะต้องจ่ายภาษีที่สูงขึ้นตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น

แต่แน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ได้ คือ เงินบำนาญยามเกษียณที่สูงจนน่าอิจฉา

จากดัชนีเงินบำนาญทั่วโลกของเมอร์เซอร์ในปี 2017 (Mercer’s Global Pension Index) ผู้เกษียณชาวสวิสมีรายรับต่อเดือนสูงเป็นอันดับที่ 6 ของโลก

นอกเหนือจาก 5 ประเทศที่กล่าวมา ยังมีอีกหลายๆประเทศในยุโรป เช่น อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ให้ความสำคัญกับระบบเงินบำนาญของผู้เกษียณทั้งสิ้น

โลกเรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว แน่นอนว่าเราทุกคนก็จะต้องแก่ตัวลงจนทำงานไม่ไหวในวันหนึ่งข้างหน้า

และจนกว่าจะถึงวันที่ประเทศของเรามีระบบเงินบำนาญเทียบเท่าชาวยุโรป พี่ทุยว่าน่าจะเป็นการดีกว่าหากเรารู้จักวางแผนสำหรับการเกษียณของตนเองตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยการเก็บออมและลงทุนในสินทรัพย์ที่จะสร้างกระแสเงินสดให้เราไปอีกนานแสนนาน

ชีวิตยามแก่จะสบาย หรือลำบาก อย่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนอื่นเลยเนอะ

error: