ข้ออ้างสุดฮิต ที่ทำให้ยังไม่ยอม "ลงทุน"

ข้ออ้างสุดฮิต ที่ทำให้ยังไม่ยอม “ลงทุน”

 

ฉบับย่อ

  • แม้หลายคนรับรู้ถึงข้อดีหลายอย่างของการลงทุน แต่บางคนก็ยังคงไม่ได้ลงทุนเลย แล้วอะไรคือข้ออ้างหรือข้อจำกัดที่ทำให้บางคนยังไม่ได้เริ่มต้นการลงทุนสักที
  • ไม่มีเงิน ไม่มีความรู้เฉพาะทางที่มากพอ การกลัวความเสี่ยงรวมถึงการกลัวการสูญเสียเงินทุนไป เป็นข้ออ้างสุดฮิตของเหล่าคนที่ยังไม่กล้าออกจากข้อจำกัดของตัวเอง
  • การลงทุนไม่มีวิธีการเฉพาะ เราสามารถเลือกลงทุนที่ใช่ในแบบของเราเอง ซึ่งอาจจะเริ่มลงทุนจากความชอบและ ความรู้เท่าที่เรามีมากที่สุด ณ เวลานั้น ก็สามารถเรียกได้ว่าเป็นการเริ่มต้นได้เช่นกัน

“ผลัดวันประกันพรุ่ง” เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลายคนยังไม่ยอมลงมือทำหรือ “ลงทุน” ด้วยข้ออ้างต่างๆมากมายที่ตัวเรานั้นสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยสนับสนุนการกระทำของตัวเราเอง ให้เกิดความรู้สึกที่ดีมากขึ้นว่าทำไมเรายังถึงไม่ทำมันในทันที

แต่พี่ทุยว่าในบางครั้งมันก็อาจจะสายเกินไปก็ได้นะ โดยเฉพาะกับเรื่องการลงทุน ซึ่งในปัจจุบันเรานั้นสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ รวมทั้งข้อมูลและข่าวสารต่างๆ ได้ง่ายมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้เรื่องการลงทุน ที่มีหลายหน่วยงาน เพจความรู้ต่างๆ (อย่างเช่น Money Buffalo ฮิฮิ) ที่นำเสนอบทความให้เรานั้นลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการฝากเงินประจำ การลงทุนผ่านกองทุน หรือการลงทุนในหุ้น เป็นต้น ที่แม้จะดึงดูดใจหลายคนด้วยผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจ หรือเป็นรายได้เสริมที่ไม่ต้องลงทุนลงแรงมากเหมือนกับงานประจำที่มนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ทำอยู่ในทุกๆ วัน

แต่ แต่ แต่… ทั้งๆที่อยากจะมีรายได้ที่มากขึ้นจากการลงทุน แต่มนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่ก็จะยังมีข้ออ้างหลายอย่างที่ทำให้ไม่ยอมลงทุนสักที พี่ทุยว่าข้ออ้างต่างๆเหล่านั้นอาจทำให้เราพลาดโอกาสดีๆไปก็ได้นะ

ซึ่งพี่ทุยว่าการลงทุนไม่ใช่เรื่องไกลตัวเกินไปสำหรับเราหรอกนะ แต่ก่อนอื่นเราต้องก้าวข้ามข้ออ้างหรือข้อจำกัดเหล่านี้ให้ได้เสียก่อนนะ

เรามักจะบอกว่า เรายังไม่มีเงินก้อนที่จะ “ลงทุน”

แน่นอนว่าเงิน เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญสำหรับการลงทุน เพราะทำให้เราสามารถเข้าถึงการลงทุนได้นั่นเอง ดังนั้น เรื่องเงิน จึงเป็นหนึ่งในข้ออ้างของบางคนในการไม่เริ่มต้นลงทุนสักที

“ยังไม่มีเงินเลย ไว้ค่อยมีเงินก่อนนะ เดี๋ยวจะลงทุนล่ะ” ถ้ามัวแต่คิดแบบนี้แต่ไม่เริ่มลงมือทำอะไรสักอย่าง เช่นเริ่มเก็บเล็กผสมน้อยก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่จะมีวันนั้นได้ เมื่อไหร่ที่มีเงินลงทุนกันล่ะ จริงมั้ย ? เห็นหลายคนบอกไม่มีเงินลงทุน เลยไม่ได้ลงทุนสักที แต่พี่ทุยแอบเห็นหลายคนก็มีเงินไปท่องเที่ยวต่างประเทศ มีเงินใช้จ่ายซื้อของใช้ฟุ่มเฟือยอยู่ เอ๊ะ! มันยังไงกันฮะ

พี่ทุยอยากจะบอกว่าการลงทุนบางอย่างไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่เลย และสามารถเริ่มลงทุนได้ตั้งแต่หลักร้อย หลักพันเท่านั้น เช่น การลงทุนผ่านกองทุนรวม หรือการลงทุนในหุ้น เช่น การออมหุ้นรายเดือน ที่นอกจากจะใช้เงินลงทุนไม่สูงแล้ว ยังมีคนที่มีความเชี่ยวชาญคอยแนะนำให้และช่วยบริหารจัดการให้ โดยที่เราไม่ต้องไปเสียเวลามากในการดูแลเลยด้วยซ้ำ

พี่ทุยอยากแนะนำว่าเมื่อเราไม่มีเงินทุนเป็นถุงเป็นถังอย่างที่เราคิดหรืออ้าง ดังนั้นเราอาจจะต้องสะสมทีละเล็กทีละน้อย ค่อยๆสะสมประสบการณ์การลงทุนและเงินทุนไปเรื่อยๆ เพราะถ้าไม่เริ่มแล้วเมื่อไหร่จะมีเงินทุนล่ะจริงมั้ย

แต่พอหลายๆคนมีเงินแล้ว แต่ก็ยังมีข้ออ้างอื่นๆอีก ไม่ว่าจะเป็น…

ยังไม่พร้อมลงทุนเพราะยังรู้สึกมีความรู้ไม่มากพอ

ความรู้และความเข้าใจในวิธีการลงทุน ลักษณะการลงทุน การสร้างโอกาสและผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการลงทุน หลายคนบอกกับพี่ทุยว่า “อยากลงทุนนะ แต่ยังไม่มีความรู้เลยอะ ไว้ก่อนแล้วกัน” ไว้ก่อนแล้วกันจนไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมาถึงวันที่เราพร้อม พี่ทุยว่าการเรียนรู้ที่ดีที่สุด คือการลงมือทำนะ ไม่มีตำราเล่มไหน หรือแบบแผนการลงทุนไหนที่ดีที่สุดและให้ผลตอบแทนที่มากที่สุดได้ตลอดเวลา

และจริงๆแล้วข้อมูลต่างๆ เดี๋ยวนี้หาไม่ได้ยากเลย ในโลกออนไลน์ความรู้มากมายที่เราไม่ต้องเสียเงินด้วยซ้ำ หรือพูดง่ายๆ คือของฟรีนั่นแหละ ให้เราหาอ่านได้ตลอดเวลา ซึ่งบางคนเริ่มที่จะศึกษาข้อมูลบ้างแล้ว หลังจากตั้งเป้าหมายการลงทุนในระยะสั้น หรือระยะยาวเอาไว้บ้างแล้ว แต่ก็มักจะเจอกับข้ออ้างถัดมา นั่นคือ

ไม่กล้าเสี่ยง กลัวการขาดทุน

บางคนเห็นคำเตือนว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน” ก็มักจะคิดไปเครียดแถมความวิตกกังวลว่าถ้าตัวเองลงทุนแล้วจะขาดทุน ยิ่งด้วยเป็นมนุษย์เงินเดือนด้วยแล้วก็มักจะคิดว่าไม่มีเวลาดูก็จะยิ่งเสี่ยงหน่ะสิ

จริงอยู่นะที่ว่าการลงทุนมีความเสี่ยง แต่พี่ทุยว่าการลงทุนและความเสี่ยงไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถ้าเรานั้นได้ศึกษาอย่างจริงจังและสามารถบริหารจัดการกับความเสี่ยงได้ แต่หลายคนเลือกที่จะไม่ยอมเสี่ยงอะไรทั้งนั้น โดยมักจะอ้างหรือมีข้อแก้ตัวที่ฟังดูดี แต่ถ้าเราไม่เริ่มต้น ไม่ทำความรู้จักกับมัน ก็จะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าผลจะเป็นยังไงและจะจัดการได้ยังไง

พี่ทุยบอกเลยว่า “ไม่มีนักรบคนไหน ที่ไม่มีบาดแผล” กว่าที่นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จได้อย่างที่เราเห็นกัน ล้วนผ่านประสบการณ์การขาดทุน และพบเจอกับความเสี่ยงมาจนสามารถรับมือกับมันได้

พี่ทุยว่าความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุด อาจจะมาจากการที่เราไม่กล้าเสี่ยงอะไรเลยเนี่ยแหละ

ลงทุนอย่างมั่นใจ เลือกที่ใช่ในแบบของเรา

เมื่อมาถึงตรงนี้แล้ว หลายคนอาจจะมีความกล้ามากขึ้นที่จะเริ่มลงทุน และเข้าใจว่าการลองผิดลองถูกไม่ใช่เรื่องผิดอะไร พี่ทุยอยากให้หลายๆคนที่ยังติดอยู่ในวังวนข้ออ้างของตัวเอง ได้เริ่มลงทุนสักที โดยอาจจะเริ่มต้นจากการลงทุนในสิ่งที่ชอบ เพราะเวลาเราได้ทำในสิ่งที่เราชอบ เราจะมีแรงผลักดันบางอย่างที่มองไม่เห็นช่วยให้ลงทุนอย่างมีความสุข ได้เรียนรู้ และค่อยๆเข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆเองนะ

นอกจากเราจะเลือกลงทุนในทรัพย์สินที่ชอบและเหมาะสมกับตัวเองแล้ว พี่ทุยคิดว่าเราควรลงทุนในสิ่งที่เราคิดว่ารู้ลึกรู้จริงมากที่สุด โดยเลือกลงทุนในสิ่งที่เราได้ทำการศึกษา เข้าใจและมีความรู้ก่อน จากนั้นก็ย่อยๆ เรียนรู้จากการลงมือทำต่อไป อย่างที่บอกมันไม่มีหลักการตายตัว ไม่ได้มีสูตรสำเร็จการลงทุน แล้วค่อยๆหาสไตล์ตัวเองให้เจอ พอเจอแล้วก็ลุยโลดดดด !

สิ่งที่ยากที่สุดในการลงทุนไม่ใช่วิธีการที่ให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด แต่พี่ทุยบอกเลยว่าสิ่งที่ยากที่สุดในการทำอะไรสักอย่าง คือ การเริ่มต้นลงมือทำ และพี่ทุยว่าไม่มีอะไรสายเกินไปที่เราจะลงมือทำมันนะ ถ้าเรานั้นพร้อมที่จะเรียนรู้ แล้วถ้าเราได้หลุดพ้นข้ออ้างของตัวเองได้แล้วก็จะเหมือนเป็นการก้าวผ่านอุปสรรคอะไรบางอย่าง

พี่ทุยว่าสิ่งที่รอคอยเราอยู่นั้น มันมีผลตอบแทนที่คุ้มค่าต่อการรอคอยอย่างแน่นอน ไม่ต้องรอแล้ว เริ่มเลย ! อ่านบทความ วิธีการลงทุนที่ให้ผลตอบแทน 8-10% ต่อปี คลิกที่นี่

error: