ลงทุนให้ดี "สภาพคล่อง" ต้องมี แต่หลายคนไม่สนใจ

ลงทุนให้ดี “สภาพคล่อง” ต้องมี แต่หลายคนไม่สนใจ

3 min read  

ฉบับย่อ

  • เรื่องของ “สภาพคล่อง” จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุดของเรื่องการวางแผนการเงินเลยนะ เพราะเป็นเรื่องที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุด
  • โดยปกติแล้วสภาพคล่อง เราจะวัดจาก “สินทรัพย์สภาพคล่อง” หลัก ๆ จะประกอบด้วย เงินสด เงินฝาก เงินฝากประจำกองทุนรวมตลาดเงิน อะไรก็ได้ที่สามารถแปลงเป็นสภาพคล่องได้อย่างรวดเร็ว ไม่เกิน 1 วัน

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

พี่ทุยว่าบางคนยังให้ความสำคัญกับ “สภาพคล่อง”
น้อยไปหน่อย หรือเรียกได้ว่าไม่สนใจกันเลยเลยด้วย

เรื่องของ “สภาพคล่อง” จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุด
ของเรื่องการวางแผนการเงินเลยนะ
เพราะเป็นเรื่องที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุด
และเป็นเป้าหมายระยะสั้น ๆ ด้วยในการจัดการสภาพคล่อง
ทีนี้เรามาดูอัตราส่วนสภาพคล่องที่เราควรสนใจดีกว่า

โดยปกติแล้วสภาพคล่อง เราจะวัดจาก “สินทรัพย์สภาพคล่อง” นะ
หลัก ๆ จะประกอบด้วย เงินสด เงินฝาก เงินฝากประจำกองทุนรวมตลาดเงิน
อะไรก็ได้ที่สามารถแปลงเป็นสภาพคล่องได้อย่างรวดเร็ว ไม่เกิน 1 วัน
นับเป็น “สินทรัพย์สภาพคล่อง” ทั้งนั้น

พี่ทุยแนะนำว่าอย่างน้อยเราควรดูอัตราส่วนสัก 2 ตัว
เพื่อดูสภาพคล่องของเรา ณ ปัจจุบัน ว่าเป็นยังไงบ้างแล้ว

สิ่งที่เราควรดูนั่นก็คือ
1. อัตราส่วนสภาพคล่องพื้นฐาน
= สินทรัพย์สภาพคล่อง / รายจ่ายต่อเดือน

อัตราส่วนนี้พี่ทุยแนะนำให้มีอย่างน้อยก็ 6 เดือน
เผื่อเอาไว้ในกรณีที่ “รายได้เราหยุดชะงัก”
เช่น คนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนโดนไล่ออก
เจ้าของกิจการยอดขายตก
ถ้าเป็น Freelance ก็งานไม่เข้า
เราจะได้มั่นใจว่าเรายังมีเงินใช้แน่ ๆ ไปอย่างน้อยอีก 6 เดือน

2. อัตราส่วนสภาพคล่อง
= สินทรัพย์สภาพคล่อง / หนี้สินระยะสั้น

อัตราส่วนนี้ต้องมีค่ามากกว่า 1
เราตรวจสอบดูว่า…
ถ้าเกิดเร็ว ๆ นี้ เราต้องคืนหนี้ระยะสั้นเราทำได้หรือไม่ ?
หนี้ระยะสั้นก็จะเป็น หนี้ระยะเวลาที่ต้องคืนน้อยกว่า 1 ปี

พี่ทุยว่าปัญหาหลัก ๆ ที่จะเกิดในกรณีที่เราขาดสภาพคล่อง ก็คือ
ถ้าเกิดเราจำเป็นต้องใช้เงินขึ้นมาจริง ๆ สินทรัพย์สภาพคล่องเรามีน้อย
ถ้ารายได้เราขาด เราก็จะไม่มีเงินใช้
หรือในอนาคตใกล้ ๆ เราก็จะไม่มีเงินไปคืนหนี้ให้กับเจ้าหนี้

โดยทั่วไปทางแก้ก็จะมีไม่กี่วิธี
อาจจะซื้อสินทรัพย์ลงทุนบางส่วน สำหรับคนที่บริหารสภาพคล่องพลาด
ในกรณีของสินทรัพย์ลงทุนบางตัวอาจจะมี “ค่าปรับ”
เช่น SSF RMF ถ้าเรายังถือไม่ครบเงื่อนไขแต่เดือดร้อนต้องใช้เงินก่อน
หรือหุ้นกำลังเป็นขาขึ้นเราก็อาจจะเสียโอกาสที่ต้องขายออกมาก่อน

อีกทางนึง อาจจะเป็นการกู้ยืม กรณีคนที่ไม่มีสินทรัพย์ลงทุนเลย
การกู้ยืมจะเป็นจุดเริ่มต้นของความล้มเหลวทางการเงินเลยล่ะ
เพราะ “ดอกเบี้ย” กรณีแบบนี้จะสูงมาก ๆ
อย่างบัตรกดเงินสดก็ 28% หรือบัตรเครดิตปาเข้าไป 20%
ถ้าหนักหน่อยก็หนี้นอกระบบเดือนละ 3-5% อันนี้โหดร้ายกว่าเยอะ

เห็นกันมั้ยว่าทำไม “สภาพคล่อง”
ถึงเป็นเรื่องจำเป็นและเป็นเรื่องแรกที่ควรจัดการ
ขาดสภาพคล่องเมื่อไหร่ ขาดใจได้เลยนะ
ระวังกันด้วย 


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน
error: