อยากรู้ทัน "กลโกงการลงทุน" ไม่อยากโดนโกงต้องอ่าน!

อยากรู้ทัน “กลโกงการลงทุน” ไม่อยากโดนโกงต้องอ่าน!

3 min read  

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

อยากรู้ทัน "กลโกงการลงทุน" ไม่อยากโดนโกงต้องอ่าน!

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ “แชร์ลูกโซ่” ระบาดหนักมาก และมักจะอ้างว่าลงทุนในคริปโทฯ หรือเหรียญโทเคนต่าง ๆ ใช้ AI Robot ช่วยลงทุนที่ดูเป็นเรื่องล้ำ ไกลตัวเรา หรือเกี่ยวข้องกับ Forex คริปโทฯ เหรียญ Token หรือแม้กระทั่งการซื้อ Future ที่เป็นสินค้าการลงทุนที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้สูง

พี่ทุยมักจะได้รับคำปรึกษาประมาณว่า การลงทุนอันนี้ลงทุนได้มั้ย จะโดนหลอกหรือเปล่า ลงทุนในสินทรัพย์ที่อ้างนี้จริงมั้ย? เป็นแชร์ลูกโซ่หรือเปล่า? วันนี้พี่ทุยเลยจะมาแนะนำวิธีการดูว่าการลงทุนแบบไหนน่าสงสัย และควรหนีไป! ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนว่า รูปแบบการชักชวนหลอกลงทุนยอดฮิต ซึ่งพวก “แชร์ลูกโซ่” ก็มักใช้รูปแบบการชักชวนแบบนี้ มีอะไรบ้าง ไปดูกันได้เลย..

อยากรู้ทัน "กลโกงการลงทุน" ไม่อยากโดนโกงต้องอ่าน!

1. ให้ผลตอบแทนที่สูงเกินจริง และเร่งรัดการตัดสินใจ

พวกมิจฉาชีพมักดึงดูดให้คนสนใจลงทุนด้วยการอ้างว่าจะให้ผลตอบแทนที่สูง (สูงเกินจริง) อาจเป็นรายเดือนอย่างต่อเนื่อง บางทีก็รายสัปดาห์ รายวัน เช่นอ้างว่า ผลตอบแทน 30% ต่อวัน แบบนี้ระลึกไว้เลยนะว่า ผลตอบแทนมันเกินจริงเอามาก ๆ เข้าข่ายหลอกลงทุนแล้วล่ะ ซึ่งในโลกของการลงทุนจริงๆ ผลตอบแทน 10% ต่อปีก็เก่งแล้ว

นอกจากนี้ จะเร่งรัดให้เรารีบตัดสินใจ มิฉะนั้นจะพลาดโอกาส หรือตกขบวน โดยอ้างว่า ใครๆก็ชื้อ + ข้อเสนอดี ๆ แบบนี้มีมาไม่นาน ควรรีบคว้า ซึ่งพี่ทุยแนะนำเลยว่าเจอแบบนี้ควรเอะใจไว้ก่อน อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจลงทุนนะ

อยากรู้ทัน "กลโกงการลงทุน" ไม่อยากโดนโกงต้องอ่าน!

2. การันตีได้ผลตอบแทนแน่นอน การลงทุนไร้ความเสี่ยง

อันนี้พี่ทุยอยากให้ทุกคนจำให้ขึ้นใจเลยนะว่า เมื่อได้ชื่อว่า “การลงทุน” ไม่มีคำว่าการันตี ไม่ว่าจะเป็นสินทรัพย์ การลงทุนไหนก็ตาม เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะการันตีผลตอบจากการลงทุนได้แบบ 100% ได้แน่ได้ชัวร์ ซึ่งทาง ก.ล.ต. ก็มีข้อบังคับชัดเจนว่าห้ามเสนอคำว่า “การันตี” ให้กับผู้ลงทุน

และระลึกไว้ด้วยว่าการลงทุนมาพร้อมความเสี่ยงเสมอ ไม่มีการลงทุนไหนในโลกไม่มีความเสี่ยงแม้การฝากเงิน ทั่ว ๆ ไปก็มีความเสี่ยงเช่นกัน เพราะธนาคารก็ยังคงมีความเสี่ยงที่จะปิดตัวลงไปได้ แล้วถ้าการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนสูง แต่ไม่มีความเสี่ยงเลย พี่ทุยคอนเฟิร์มตรงนี้ได้เลยว่าไม่มีในโลก เรากำลังโดนหลอกแล้ว

อยากรู้ทัน "กลโกงการลงทุน" ไม่อยากโดนโกงต้องอ่าน!

3. ไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่นำเงินไปลงทุนได้อย่างชัดเจน

ข้อนี้พี่ทุยว่าน่าจะเป็นเหมือนกันหมดทุกที่เลยสำหรับการลงทุนที่เข้าข่ายมิจฉาชีพ นั่นก็คือ หาแหล่งที่มาที่ไปของการลงทุนได้ยากหรือการลงทุนนั้นมักจะอยู่ที่ต่างประเทศเป็นหลัก เราไม่สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลได้เอง

อาจจะมาแนวว่าชวนไปลงทุนบริษัทที่อยู่นอกตลาดที่กำลังจะจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่มีงบการเงินให้ดู ชื่อบริษัทก็ไม่คุ้น ทำอะไรก็ไม่แน่ใจ แค่ลองคิดกันง่าย ๆ ว่าบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีคนตรวจสอบอย่างดี ยังพบว่ามีการกระทำผิดเลย แล้วบริษัทนอกตลาดที่ไร้การตรวจสอบแบบนี้ พี่ทุยฟันธงได้เลยว่าไม่เหลือแน่นอน มิจฉาชีพชัวร์

แล้วตอนนี้การหลอกลงทุนของมิจฉาชีพ มักจะอ้างว่าลงทุนในคริปโทฯ หรือเหรียญ โทเคน ต่าง ๆ ใช้ AI robot ช่วย หรือเกี่ยวข้องกับ Forex หรือการซื้อ Future ที่เป็นสินค้าการลงทุนที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้สูง แต่เค้าก็จะเคลมว่าเค้ามีวิธีการทำให้ได้กำไรแบบชัวร์ ๆ 100% ไม่มีความเสี่ยง

พี่ทุยว่าถ้าเจอแบบนี้ให้ถอยออกมาก่อนจะดีกว่า พี่ทุยแนะนำว่าลองเข้าไปตรวจสอบบนเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. คลิกที่นี่ หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SEC Check First เพื่อตรวจสอบว่าคนที่มาชวนเรานั้นน่าเชื่อถือหรือเปล่า ถ้าหากว่าชื่อเค้าไม่มีอยู่ในนี้ ก็ถอยออกมาก่อนจะดีกว่า โอกาสที่จะเป็น “แชร์ลูกโซ่” สูงพอสมควรเลย

อยากรู้ทัน "กลโกงการลงทุน" ไม่อยากโดนโกงต้องอ่าน!

4. แอบอ้างบุคคลที่มีชื่อเสียง

มิจฉาชีพมักแอบอ้างบุคคลที่มีชื่อเสียง โดยนำรูปคนที่มีชื่อเสียงมาแสดงไว้ในโฆษณา เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ ซึ่งบุคคลที่ถูกแอบอ้างนั้นไม่ได้ลงทุนจริงๆ

นอกจากการแอบอ้างบุคคลที่มีชื่อเสียง อาจแอบอ้างด้วยว่าประกอบธุรกิจถูกกฎหมาย ได้รับการรับรอง มีแหล่งที่อยู่ แต่ไม่แสดงหลักฐาน หรือแสดงหลักฐานประกอบไม่เพียงพอ ดังนั้นก่อนตัดสินใจลงทุน ควรเช็คให้รอบคอบ หาข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่ง สมัยนี้ดูข้อมูลจากแหล่งเดียวมันไม่พอนะจ้ะ เดี๋ยวจะหาว่าพี่ทุยไม่เตือน!

อยากรู้ทัน "กลโกงการลงทุน" ไม่อยากโดนโกงต้องอ่าน!

5. ให้ผลตอบแทนเพิ่ม ถ้าสามารถชวนคนให้ลงทุนเพิ่มได้

สำหรับการชักชวนลงทุนในรูปแบบแชร์ลูกโซ่ มักจะมีรูปแบบนี้ด้วย ซึ่งที่ผ่านมาคนที่ถูกหลอกให้ลงทุนในลักษณะนี้ส่วนใหญ่ถูกชักชวนจากคนสนิทรอบข้าง

ดังนั้นถ้าเรามีเพื่อนหรือญาติสนิทที่ไม่เคยอยู่ในแวดวงการลงทุนมาก่อน แล้วอยู่ ๆ ผ่านไปไม่กี่เดือนก็กลับมาชวนเราลงทุนตามเขา เพราะที่ผ่านมาเขาได้ผลตอบแทนสูงมาก เลยอยากให้เรามีโอกาสอย่างนั้นบ้าง พี่ทุยว่าอันตรายแล้วล่ะ

เรื่องการลงทุนเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยประสบการณ์ที่สูง ต้องผ่านการลงทุนทุกสภาวะเศรษฐกิจทั้งดีและไม่ดี ถึงแม้การลงทุนนั้นจะไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ การที่เราลงทุนตามคนที่ยังมีประสบการณ์ไม่เยอะ พี่ทุยว่าก็ยังมีความเสี่ยงที่สูงมาก ๆ อยู่ดี

บางครั้งคนที่ชักชวนอาจมีแรงจูงใจจากการได้รับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นจากการชวนคน ซึ่งแท้จริงแล้วผลตอบแทนที่เอามาจ่ายคนชักชวนนี้ ก็คือ เงินที่ได้จากคนใหม่ เป็นเงินต่อเงิน จ่ายกันไปเป็นทอดๆ เป็นเครือข่ายนั่นแหละ เมื่อไหร่ก็ตามที่หาคนใหม่หรือลูกข่ายไม่ได้ ก็ไม่มีเงินจ่ายให้คนที่อยู่หัวๆ แชร์นั้นก็พัง สูญเสียเงินกันไปและไม่ได้รับผลตอบแทนอีกต่อไปนั่นเอง

ถ้าเราสนใจลงทุนให้สอบถามว่าเงินเราจะไปลงทุนอะไร และเช็คด้วยว่าคนที่มาชักชวนนั้นมีใบอนุญาตการลงทุนหรือเปล่า พี่ทุยแนะนำว่าถ้าเราสงสัยว่าเป็นของจริงหรือของปลอม ลองเข้าไปตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. คลิกที่นี่ หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SEC Check First แค่ใส่ ชื่อ-นามสกุล ลงไป เราก็จะรู้ทันทีว่าได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ให้ชักชวนคนอื่นมาลงทุนได้เปล่านั่นเอง

อยากรู้ทัน "กลโกงการลงทุน" ไม่อยากโดนโกงต้องอ่าน!

6. มีการจัดงานสัมมนาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากรูปแบบหลัก ๆ ที่ได้พูดไปก่อนหน้าแล้ว มิจฉาชีพอาจมีการจัดสัมมนา ให้ดูว่ามีหลักมีแหล่ง! หรือมีตัวตน เมื่อเราได้รับการชักชวน มักจะมีการชวนให้ไปร่วมงานสัมมนาที่่มีคนมาร่วมงานมากมาย เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีคนสนใจเยอะ มีหลักมีแหล่งมีตัวตน

และในงานเหล่านี้ มักแสดงความสำเร็จจากการลงทุน เพื่อเป็นการจูงใจให้คนสนใจลงทุน  ซึ่งอาจเป็นเพียงแค่การจัดฉากขึ้นมา เช่น แสดงว่าคนที่ร่วมลงทุนจะได้ครอบครองรถหรูในเวลาไม่นาน เป็นต้น

พี่ทุยบอกเลยว่าส่วนใหญ่การลงทุนที่ถูกต้อง เราสามารถหาข้อมูลได้จากแหล่งต่าง ๆ มากมาย ในยุคที่อินเทอร์เน็ตเข้าถึงได้ทุกที่แบบนี้ยังไงก็ต้องมีข้อมูลให้เราอ่านเอง ศึกษาเองได้ ไม่ใช่เป็นการให้ข้อมูลทางเดียวจากผู้ที่ชักชวนเราเท่านั้น แบบนี้ถือว่าอันตรายมากเลย

อยากรู้ทัน "กลโกงการลงทุน" ไม่อยากโดนโกงต้องอ่าน!

พี่ทุยว่าถ้าการลงทุนนั้นติดสัก 2 ใน 6 ข้อที่พี่ทุยกล่าวมาข้างต้น พี่ทุยว่าอยากจะแนะนำว่าให้หนีไป! เพราะมีโอกาสเข้าข่ายหลอกลงทุนสูงมาก  สูงมาก เงินเราหามาด้วยความยากลำบาก อย่ามักง่ายกับการใช้ไปของเงิน โดยเฉพาะการยื่นเงินให้กับพวกหลอกลวงลงทุน

เพราะโอกาสได้เงินคืนนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ยิ่งถ้าเราไม่มีความรู้มากพอ หรือรู้ลึกในสิ่งที่เรากำลังจะลงทุน รวมถึงเราไม่ควรที่จะฝากผีฝากไข้ไว้กับคนอื่นเด็ดขาด เพราะสุดท้ายนั่นมันก็คือเงินของเรานั่นเอง!

อยากรู้ทัน "กลโกงการลงทุน" ไม่อยากโดนโกงต้องอ่าน!

หากเจอการชักชวนที่น่าสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ก.ล.ต. โทร 1207 (24 ชั่วโมง) และก่อนตัดสินใจลงทุน ควรเช็คก่อนว่าผู้ชักชวนลงทุนนั้นได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. หรือยัง สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. คลิกที่นี่ หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SEC Check First ได้เลย!


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน
บทความนี้เป็นบทความ Advertorial

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: