[สรุป] แนวโน้มการรื้อ “ภาษี” ยกระบบของกรมสรรพากร

0
6396
[สรุป] แนวโน้มการรื้อ

BRIEF

  • ภาษีรายได้บุคคลธรรมดาปรับเพดานรายได้จาก 35% ลงเหลือ 25%
  • ยกเลิกภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)  7% จากผู้ประกอบการที่มีรายได้มากกว่า 1.8 ล้านบาท เพิ่มเป็น 10 ล้านบาท
  • ภาษีนิติบุคคลจากปัจจุบัน 20% รวมกันภาษีปันผล 10% จะลดเหลือไม่เกิน 25%
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากรายได้มากกว่า 1.8 ล้านบาท เพิ่มเป็น 10 ล้านบาท กระตุ้นธุรกิจ SME
  • เรื่องของภาษีเป็นเรื่องที่เป็นประเด็นกันมาก เลยจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาใหม่เพื่อเป็นที่ปรึกษานโยบาลภาษีอากรแห่งชาติ จะได้เป็นอิสระจากกรมสรรพากรเพื่อลดปัญหาด้านผลประโยชน์

เนื่องจากในไทยมีประชากรสูงเกือบ 70 ล้านคน แต่มีประชากรที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพียง 4 ถึง 5 ล้านคนเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่า 10% ด้วยซ้ำ โดยภาษีกว่าครึ่งมาจากคนไม่ถึงแสนคน แสดงให้เห็นว่าภาระภาษีส่วนใหญ่มาจากคนเพียงส่วนเดียวเท่านั้น และมีคนจำนวนมากที่มีรายได้แต่ไม่ได้เสียภาษี ทั้งปัญหาต่างๆไม่ว่าจะเป็นการที่ไม่เข้าใจภาษี หรือการหลบเลี่ยงภาษี ทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้ คณะอนุกรรมการ นักวิชาการ และ ประชาชนจำนวนมากได้มาระดมความคิดกัน เพื่อสร้างแนวทางให้ผู้มีรายได้ หรือ ประชาชนที่มีรายได้ทุกคนได้เข้ามามีส่วนร่วมในระบบภาษีทุกคน

โดยประเด็นหลักของการเปลี่ยนระบบ “ภาษี” ใหม่นี้ ที่แทบจะยกเครื่องใหม่หมดนั้น มี 5 ประเด็นหลักๆด้วยกัน

1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

โครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใหม่ คาดว่าจะถูกปรับให้เหลือเพียง 3 ประเภท

  1. เงินได้จากน้ำพักน้ำแรง – เงินได้พึงประเมิน 40(1)(2)(6)
  2. เงินได้จากสินทรัพย์การลงทุน
  3. เงินได้จากธุรกิจและอื่นๆ

และมีแนวโน้มที่จะหักค่าใช้จ่ายได้มากกว่าที่ผ่านมาที่ได้เพียง 100,000 บาท เท่านั้น และลดเพดานสูงสุดของอัตราภาษีบุคคลธรรมดาลง จากเดิม 35% ให้เหลือเพียง 25% เท่านั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนให้คนที่อยากประกอบธุรกิจหน้าใหม่ได้เตรียมความพร้อม โดยสามารถเสียภาษีได้ถูกต้องในอัตราที่ไม่สูงเกินไป และเมื่อพร้อมก็สามารถขยับขยายเข้าไปรูปแบบนิติบุคคลต่อไป

2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล

เสนอให้ปรับอัตราภาษีเช่นกัน โดยแบบเก่านั้น นิติบุคคลจะเสียภาษีอยู่ที่ 20% และภาษีปันผลอีก 10% ซึ่งหากนำมาคำนวณแล้วจะตกประมาณ 28% ในแบบใหม่คาดว่าจะปรับให้เมื่อรวมภาษีนิติบุคคลกับปันผลแล้วจะไม่ให้เกิน 25% และเพื่อป้องกันการถ่ายโอนสินค้าระหว่างกลุ่มบริษัทเดียวกันเพื่อลดหรือเลี่ยงภาษี จึงอาจมีการปรับให้กลุ่มบริษัทเดียวกัน กำไรขาดทุนรวมกันได้

3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีแวต (VAT = Value Added Tax) ที่เป็นการเรียกเก็บจากการขายสินค้าหรือบริการ โดยภาษีแวตนั้นมีการปรับเปลี่ยนจาก ปัจจุบันบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีแวต หากรายได้ที่ได้ใน 1 ปี นั้นมากกว่า 1.8 ล้านบาท โดยต้องนำภาษีรับ ภาษีจ่ายในอัตรา 7% แต่ในอนาคตมีแผนที่จะเพิ่มจากเดิม 1.8 ล้าน ที่เริ่มจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เพิ่มเป็น 10 ล้านแทน เพราะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในปัจจุบันส่วนใหญ่ มีรายได้อยู่ที่ปีละ 7-8 ล้านบาท ทำให้ภาระของผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่รายได้ต่อปียังไม่ถึง 10 ล้าน มีภาระลดลง ช่วยผลักดันและกระตุ้นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เติบโตได้รวดเร็วขึ้นไปอีกทาง แต่ผู้ประกอบการที่มีรายได้ไม่ถึง 10 ล้านบาท ถึงจะไม่ต้องจดทะเบียนขึ้นภาษีแวต แต่จะต้องเสียภาษีจากการขายและรับที่ 2% แทน และมีการเสนอเพื่อยกเว้นภาษีแวตในกิจการบางประเภท เช่น บริการสอบบัญชี การว่าความ โรงเรียนกวดวิชา นักแสดง อีกด้วย

4. ภาษีที่ยกเลิก

ได้มีการเสนอให้ยกเลิกภาษี 2 ตัว

  1. ภาษีธุรกิจเฉพาะ – ในส่วนของ ภาษีธุรกิจเฉพาะอัตรา 0.1% ในส่วนของรายรับจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์
  2. ภาษีอากรแสตมป์ – เนื่องจากภาษีอากรสแตมป์ซ้ำซ้อนกับการจัดเก็บภาษีอื่น และมีค่าใช้จ่ายในการติดตามที่ค่อนข้างสูง แต่ส่วนที่เป็นรายได้จากการเก็บภาษีจากส่วนนี้นั้นมีน้อยกว่าค่าใช้จ่ายมาก จึงอาจจะยกเลิก ภาษีอากรแสตมป์ออกไป เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

5. ธรรมภิบาลในการเก็บ “ภาษี”

เนื่องจากเป็นประเด็นที่มีปัญหาค่อนข้างมาก เลยจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาใหม่เพื่อเป็นที่ปรึกษานโยบาลภาษีอากรแห่งชาติ จะได้เป็นอิสระจากกรมสรรพากรเพื่อลดปัญหาด้านผลประโยชน์ เพราะคณะกรรมการจะกำหนดนโยบายการเก็บภาษีที่คำนึงถึงโครงสร้างภาษีทั้งระบบ และ ทุกประเภท ให้สอดคล้องกัน และมีการจัดตั้งคณะกรรมการอุทธรณ์ภาษีใหม่ที่ไม่เป็นคนจากสรรพากรด้วย เพื่อความเป็นกลางของทุกฝ่าย

ถือว่าเป็นการยกเครื่อง รื้อระบบใหม่ที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายเลย ที่จะช่วยกระตุ้นให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการจ่ายภาษีได้ถูกต้อง และไม่เป็นภาระหนักอึ้งแค่กลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่ง แถมภาระภาษีที่เบากว่าเดิมและแก้ปัญหาเก่าๆ เพื่อความเป็นกลางของทุกๆฝ่าย โดยคณะอนุกรรมการยังได้เปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนทุกคนอีกด้วย และจำนำความคิดเห็นของประชาชนส่งให้คณะกรรมการพิจารณาร่างกฏหมายให้เสร็จภายใน 5 เดือนนี้ เพื่อให้ทันรัฐบาลชุดปัจจุบันอนุมัติ

อัพเดทบทความใหม่ล่าสุดทาง LINE ทุกวัน
Add Friend ที่ LINE ID @moneybuffalo

Spread the love
Sign up for your information
Newsletter*
Text:*