เรื่องที่หลายคนยังไม่รู้จากการ “ลดหย่อนภาษี” ด้วยกองทุน LTF และ RMF

0
6427
เรื่องที่หลายคนยังไม่รู้จากการ

พี่ทุยคิดว่าถ้าเราพูดถึงเรื่อง “ลดหย่อนภาษี” ไม่น่าจะมีใครหรือสินค้าการเงินตัวไหนที่เด่นไปมากกว่า Long-Term Equity Fund (LTF) และ Retirement Mutual Fund (RMF) แล้วล่ะ อาจจะเพราะว่าเรื่องของผลตอบแทนที่น่าสนใจ ในส่วนของ LTF ก็เป็นการลงทุนในหุ้นเป็นหลัก หรือจะเป็นการลงทุนผ่าน RMF ก็มีสินทรัพย์การลงทุนให้เลือกหลากหลายพอสมควร

พี่ทุยจะบอกว่าถ้าใครคิดจะใช้ LTF RMF ลดหย่อนภาษีแล้ว… ห้ามทำผิดเงื่อนไขเด็ดขาดทั้งเรื่องการซื้อเกินกำหนดที่สรรพากรอนุญาต ขายก่อนกำหนด หรือถ้าใช้ลดหย่อน RMF แล้วซื้อไม่ต่อเนื่องกัน บทลงโทษสำหรับคนที่ผิดเงื่อนไขพี่ทุยบอกได้เลยว่าเจ็บช้ำมาก

แต่ประเด็นที่พี่ทุยเป็นห่วงมากที่สุด คือเรื่องการ “ซื้อเกินสิทธิ์” เพราะจากที่พูดคุยกับหลายๆคนยังมีความเข้าใจผิดเรื่องนี้กันอยู่เยอะมาก แล้วพี่ทุยบอกได้เลยว่าตรงนี้อันตรายมากที่สุด

การ “ซื้อเกินสิทธิ์” หลายคนคิดว่าการซื้อเกินสิทธิ์ไม่เป็นไรหรอก ก็ยื่นแค่เท่าที่เราลดหย่อนได้สิก็จบ แต่ความเป็นจริงแล้วพี่ทุยจะบอกว่ามันไม่จบง่ายขนาดนั้นอะสิ

ถ้าจะเอาให้เข้าใจง่ายๆ พี่ทุยขอเริ่มที่ กองทุนรวม ทั่วไปก่อน ประเทศไทยเราเป็นประเทศที่เวลาเราได้ส่วนต่างกำไรจากกองทุนรวม (Capital Gain) เราไม่ต้องเสียภาษีสักกะบาทเดียว ตัวอย่างเช่น ถ้าเราลงทุนกองทุนรวมแล้วได้กำไร 100 บาท เราก็เก็บกิน 100 บาทเต็มๆเลย ไม่ต้องแบ่งปันใครเลย

ซึ่งจริงๆพี่ทุยจะบอกว่าประเทศไทยเราเป็น Tax Heaven เรื่องการลงทุนอยู่เหมือนกันนะ อย่างตลาดหุ้นที่เราซื้อขายกันเนี้ย ที่ต่างประเทศเค้าเสียภาษีส่วนต่างกำไรด้วยนะ แต่ที่ประเทศเราปลอดภาษี แบบนี้ดีจะตายไป

แต่สิ่งที่เราต้องเข้าใจก็คือ LTF และ RMF ไม่ได้รับสิทธิ์ปลอดภาษีแบบกองทุนรวมทั่วไป !! เพราะ LTF RMF เป็น “กองทุนรวมแบบพิเศษ” ที่สรรพากรออกมาให้มีสิทธิ์ในการลดหย่อนภาษี

ถ้าเราลงทุนใน LTF RMF แล้วได้กำไรแล้วเราขาย LTF RMF ออกมาเมื่อไหร่ เราต้องเอามารวมกับรายได้ทั้งหมดของเราแล้วเอามาเสียภาษีปลายปีด้วย แต่ๆๆๆๆ ถ้าเราเอา LTF RMF ไปใช้ “ลดหย่อนภาษี” สรรพากรเค้าจะยกเว้นภาษีส่วนต่างกำไร (Capital Gain) ให้กับเรา

ปัญหาของคนที่ซื้อเกินมันเริ่มตรงนี้แหละ เพราะสมมติว่าถ้า 15% ของรายได้ของเราเท่ากับ 100,000 บาท นั่นแปลว่าเราซื้อ LTF RMF ได้ไม่เกิน 100,000 บาทเท่านั้น แต่สมมติว่าเราซื้อ LTF ไป 150,000 บาท นั่นแปลว่าเราจะใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้แค่ 100,000 บาทเท่านั้น และอีก 50,000 บาทจะไม่สามารถเอาไปลดหย่อนได้

หมายความว่าเวลาที่มีกำไรจากการขาย LTF ส่วน 50,000 บาทนั้น เราต้องเอาไปเสียภาษีด้วย ซึ่งพี่ทุยบอกได้เลยว่าจะวุ่นวายแบบมากๆๆๆๆ เวลาที่เราขาย LTF ออกเราจะต้องพิสูจน์เอกสารต่างๆอีกว่าเราขายส่วน 100,000 บาทหรือ 50,000 บาทกันแน่ เพราะมีเรื่องภาษีเข้ามาเกี่ยวข้อง แค่คิดพี่ทุยก็มึนแล้ว (ฮ่า) สิ่งที่สำคัญเราเลยต้องระวังตรงส่วนนี้กันด้วย

สำหรับใครที่ซื้อเกินสิทธิ์ไปแล้ว พี่ทุยแนะนำว่าให้ลองไปปรึกษากับบลจ.หรือตัวแทนที่เราซื้อกับเค้าดูว่าเราต้องทำยังไง พี่ทุยแนะนำว่าต้องไปจัดการให้เรียบร้อยก่อนที่ LTF RMF ส่วนที่เราซื้อเกินมีมูลค่ามากขึ้นไปเรื่อยๆ เราจะมีภาระภาษีที่เยอะขึ้นด้วย

ทางธนาคารกรุงศรี เค้าก็มีเครื่องมือวางแผนการเงิน Plan Your Money ที่ใช้งานง่าย จะเป้าหมายชีวิตแบบไหนก็วางแผนได้

แล้วส่วนเรื่องเงื่อนไขว่า LTF RMF ลงทุนต่างกันยังไง ทั้งเรื่องนโยบายการลงทุน ระยะเวลาเงื่อนไขการลงทุนต่างๆที่เราห้ามทำผิดเงื่อนไข รวมไปถึงจำนวนเงินที่เราสามารถซื้อได้เท่าไหร่ พี่ทุยว่ากรุงศรีฯเค้าเขียนไว้ในบทความนี้ได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ลองเข้าไปตามอ่านเพิ่มเติมเลย คลิก ที่นี่

อัพเดทบทความใหม่ล่าสุดทาง LINE ทุกวัน
Add Friend ที่ LINE ID @moneybuffalo

Spread the love
Sign up for your information
Newsletter*
Text:*