โค้งสุดท้าย "ลดหย่อนภาษี" ด้วยประกันชีวิต

โค้งสุดท้าย “ลดหย่อนภาษี” ด้วยประกันชีวิต

4 min read  

โค้งสุดท้าย "ลดหย่อนภาษี" ด้วยประกันชีวิต

ช่วงใกล้สิ้นปีแบบนี้ พี่ทุยเชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะกำลังตื่นตัวเรื่อง “ภาษี” ว่าจะบริหารจัดการลดหย่อนภาษียังไงได้บ้าง วันนี้พี่ทุยจะมาพูดถึงสินค้าการเงินตัวนึงที่ได้รับสิทธิพิเศษในการลดหย่อนภาษีเหมือนกัน นั่นก็คือ “ประกันชีวิต”

โค้งสุดท้าย "ลดหย่อนภาษี" ด้วยประกันชีวิต

สำหรับคนที่อยากใช้ “ประกันชีวิต” เพื่อลดหย่อนภาษี อย่างแรกต้องรู้ก่อนเลยว่าประกันชีวิตตัวไหนบ้างที่จะเข้าเงื่อนไขลดหย่อนภาษีได้บ้าง เงื่อนไขที่เราต้องดู นั่นก็คือ ประกันชีวิตที่เรากำลังมองหาต้อง

1. มีอายุของกรมธรรม์มากกว่า 10 ปีขึ้นไป
2. ต้องทำกับริษัทประกันชีวิตในประเทศไทยเท่านั้น
3. เงินคืนระหว่างปีในแต่ละสัญญาห้ามเกิน 20% ของเบี้ยประกันรายปี

ซึ่งเงื่อนไขตรงนี้จริง ๆ แล้วต้องบอกว่าประกันชีวิตแทบทุกตัวในประเทศไทยเราถูกออกแบบมาให้ใช้สิทธิลดหย่อนได้อยู่แล้ว แต่เรารู้ไว้ก็เป็นเรื่องที่ดี ไม่มีใครใส่ใจดูแลเงินเราได้ดีเท่ากับตัวเราเองอยู่แล้วล่ะ

โค้งสุดท้าย "ลดหย่อนภาษี" ด้วยประกันชีวิต

จากนั้นก็มาดูว่า เราอยากได้ประกันชีวิตแบบไหน ในปัจจุบันนี้ประกันชีวิตแบบทั่วไป ไม่นับแบบเพื่อการลงทุนที่มีเงื่อนไขพิเศษ ก็มีมากถึง 4 ประเภท ได้แก่

1. ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา

ลักษณะประกันประเภทนี้จะเหมือนกับประกันภัยอย่าง “ประกันรถยนต์” หรือ “ประกันสุขภาพ” เลย คือ เป็นการจ่ายเบี้ยเพื่อ “ความคุ้มครอง” เพียงอย่างเดียว เช่น จ่ายเบี้ยประกัน 10,000 บาท เพื่อแลกกับทุนประกันชีวิต 1,000,000 บาท เป็นระยะเวลา 5 ปี เมื่อผ่านไป 5 ปี ถ้าไม่เกิดอะไรขึ้นก็ถือว่าสิ้นสุดสัญญา ไม่มีเงินคืนเงินจากกรมธรรม์ ทำให้ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลาเหมาะกับคนที่ต้องการ “ทุนประกัน” ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

โค้งสุดท้าย "ลดหย่อนภาษี" ด้วยประกันชีวิต

2. ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ

แบบประกันชีวิตประเภทนี้ เป็นแบบประกันที่เหมาะสำหรับการสร้างหลักประกันมากที่สุดตัวนึงเลย ประกันชีวิตแบบตลอดชีพเราต้องจ่ายเบี้ยประกันไปเป็นระยะเวลานึง ก็จะทำให้เราได้ทุนประกันไปตลอดชีวิตหรือเมื่อถึงอายุที่กำหนด

โค้งสุดท้าย "ลดหย่อนภาษี" ด้วยประกันชีวิต

อย่างเช่น LifeProtect 18  จาก กรุงไทย-แอกซ่า นี้ เป็นแบบประกันตลอดชีพที่ให้เราจ่ายเบี้ยประกัน 18 ปี แล้วจากนั้นเราจะได้ทุนประกันไปจนอายุ 88 ปี

ถ้าเราไม่เป็นอะไรจนอายุ 88 ปี เราก็จะได้ทุนประกันเป็นเงินสดออกมาทันที การทำประกันชีวิตแบบตลอดชีพเราจะได้ทุนประกันเต็มจำนวนตั้งแต่วันแรกที่จ่ายเบี้ยประกันทันที เลยทำให้เหมาะกับการสร้างหลักประกันมากที่สุด

ใครสนใจ ลองเข้าไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย คลิกที่นี่

โค้งสุดท้าย "ลดหย่อนภาษี" ด้วยประกันชีวิต

3. ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ พี่ทุยว่าพวกเราน่าจะคุ้นเคยกันที่สุดแล้ว ซึ่งประกันชีวิตแบบนี้จะเน้นการ “ออมเงิน” มากกว่าการสร้างความคุ้มครอง จะเป็นแบบประกันที่ได้ทุนประกันค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับเบี้ยประกันที่จ่าย แต่จุดเด่นก็คือ เงินคืนระหว่างทางและเงินก้อนที่ออกมาเมื่อสิ้นสุดสัญญา นั่นหมายความว่า การทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์นั้นถูกออกแบบมาเพื่อการออมเงินในระยะยาวเป็นหลัก

ซึ่งถ้าเกิดคิดคำนวณเรื่องผลประโยชน์เรื่องภาษีเข้าไปด้วยแล้ว ผลตอบแทนของประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (IRR) ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

โค้งสุดท้าย "ลดหย่อนภาษี" ด้วยประกันชีวิต

4. ประกันชีวิตแบบบำนาญ

ประกันชีวิตแบบบำนาญประโยชน์ถูกออกแบบมาตามชื่อของแบบประกันเลย นั่นก็คือ เพื่อเป็น “เงินบำนาญ” ให้กับผู้ที่ทำประกันชีวิตประเภทนี้ หลักการก็คือ แบบประกันจะให้เราจ่ายเบี้ยไปช่วงระยะเวลานึง จากนั้นเมื่อครบอายุที่กำหนดอาจจะ 55 ปี หรือ 60 ปี ก็จะมีเงินออกมาทุกปีเป็นเหมือนกับเงินบำนาญให้กับเรา

โค้งสุดท้าย "ลดหย่อนภาษี" ด้วยประกันชีวิต

ตัวอย่างเช่น iRetire1 และ iRetire5 ประกันชีวิตแบบบำนาญจากกรุงไทย-แอกซ่า มีให้เราเลือกแบบจ่ายเบี้ยครั้งเดียว กับ ทยอยจ่ายเบี้ย 5 ปี และเมื่อครบอายุ 60 ปี ก็จะได้รับเงินออกมาตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ไปจนสูงสุดที่อายุ 85 ปี

ใครสนใจ พี่ทุยแนะนำให้ลองเข้าไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย คลิกที่นี่

โค้งสุดท้าย "ลดหย่อนภาษี" ด้วยประกันชีวิต

ปัญหาอย่างนึงสำหรับประกันโรคร้ายแรง คือ เมื่อเราอายุมากขึ้น เบี้ยก็แพงมากขึ้นไปด้วย แล้วถ้าเกิดเราไม่เป็นอะไรก็เหมือนกับจ่ายเบี้ยทิ้งไปเปล่า ๆ ซึ่งปัญหานี้ก็พอมีทางออก เพราะเดี๋ยวนี้ก็มีประกันโรคร้ายแรงประเภทที่เป็นแบบคุ้มครองตลอดชีพเหมือนกัน
เช่น iShield จาก กรุงไทย-แอกซ่า เราสามารถเลือกได้เลยว่าอยากจ่ายเบี้ย 5 ปี 10 ปี 15 ปี หรือ 20 ปี แล้วจากนั้นเราก็จะได้ความคุ้มครองชีวิตพร้อมกับคุ้มครองโรคร้ายแรงมากถึง 70 โรคร้ายแรงไปยาว ๆ จนอายุ 85 ปีเลย ไม่ต้องกังวลว่าจะจ่ายทิ้ง ใช้ไม่คุ้ม

ลองเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย คลิกที่นี่

โค้งสุดท้าย "ลดหย่อนภาษี" ด้วยประกันชีวิต

แล้วสุดท้ายที่สำคัญห้ามลืมเงื่อนไขด้วยว่าสำหรับประกันชีวิตใช้ลดหย่อนได้ไม่เกิน 100,000 บาท แต่สำหรับประกันชีวิตแบบบำนาญนั้นลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของรายได้แต่ไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อนับรวมกับ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และ กองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ห้ามเกิน 500,000 บาท เงื่อนไขอันนี้ต้องระวังในดีเหมือนกัน

ใครกำลังหามองหาซื้อประกันชีวิตของ กรุงไทย-แอกซ่า ลองคลิกเข้าไปได้เลย ที่นี่


บทความนี้เป็นบทความ Advertorial

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: