“ลดหย่อนภาษี” ด้วยประกันชีวิตได้ผลตอบแทนสูงกว่าที่คิด

0
19656

ช่วงปลายปีของทุกๆปี คำถามชวนสงสัยของเหล่าผู้อ่านที่น่ารักทั้งหลายจะเข้ามาเยอะมากเลย ก็คือ อยาก “ลดหย่อนภาษี” ใช้อะไรลดหย่อนดี พี่ทุยว่าเป็นคำถามที่หลายๆคนต้องอยากรู้แน่นอน แต่พี่ทุยอยากจะตอบหรือเปล่า อันนั้นก็อีกเรื่องนึง (ฮ่า ล้อเล่น)

หลายคนก็มักจะมีคำตอบในใจประมาณว่า ไหนๆก็จะลงทุนแล้ว ลดหย่อนภาษีด้วยก็ดี ก็เลยอยากได้ผลตอบแทนสูงๆไว้ก่อน แน่นอนว่าใครก็อยากรวยเป็นธรรมดาแหละ

แต่พี่ทุยอยากจะบอกว่าให้ดูว่าเรารับ “ความเสี่ยง” ได้ขนาดไหนก่อนมากกว่า ความเสี่ยงแบบง่ายๆก็คือ เรารับการขาดทุนได้มากน้อยขนาดไหนล่ะ ? ถ้ารับการขาดทุนได้มาก แปลว่าเรารับความเสี่ยงได้มาก ซึ่งพี่ทุยก็คงแนะนำเป็น LTF หรือไม่ก็ RMF ที่ลงทุนในพวกตราสารทุน (หุ้น) เป็นหลัก

หรือหากว่า เรารับความเสี่ยงได้แบบปานกลาง ก็ใช้ LTF ที่มีการผสมตราสารหนี้เข้ามาด้วย พวก 70/30 ลงทุนหุ้น 70% และตราสารหนี้ 30% หรือใช้ RMF เป็นกองทุนผสมก็ได้เช่นกัน

สำหรับคนที่สามารถรับความเสี่ยงได้ต่ำ พี่ทุยว่าก็ต้องใช้พวก RMF ที่ลงทุนพวกตราสารหนี้หรือพวกตลาดเงิน แต่จริงๆก็มีสิ่งที่เป็นเหมือนการลงทุนความเสี่ยงต่ำอยู่เหมือนกัน นั่นก็คือ “ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์”

แล้ว “ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์” เป็นการลงทุนความเสี่ยงต่ำได้ยังไง ?

ต้องบอกก่อนว่าถ้าเราจะมอง “ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์” เป็นการลงทุน พี่ทุยว่าก็น่าจะเป็นการลงทุนที่มีเงื่อนไขมากกว่าการลงทุนทั่วไป เพราะของประกันชีวิตเราไม่สามารถผิดเงื่อนไขหรือถ้าจะเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขก็จะมีค่าปรับซึ่งไม่คุ้มกับการซื้อประกันชีวิตเลย แต่ข้อดีของประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ก็คือ เราจะรู้ล่วงหน้าชัดเจนเลยว่าเราจะได้ผลตอบแทนเท่าไหร่ แล้วปีที่เท่าไหร่จะได้คืนเงินเท่าไหร่บ้าง

ดังนั้นเราไม่ต้องเสียเวลามาคอยติดตามเลยว่าผลตอบแทนจะได้เท่าไหร่ ไม่ผันผวนไปตามสภาวะของดอกเบี้ยตลาดด้วย แล้วถ้ารวมผลประโยชน์เรื่องการลดหย่อนภาษีก็จะยิ่งทำให้ผลตอบแทนจากการซื้อประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เพิ่มสูงขึ้นด้วย เดี๋ยวพี่ทุยจะแสดงให้ดูว่าทำไม !?

เนื่องจากสรรพากรให้สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับเบี้ยประกันชีวิตที่เราจ่ายทุกๆปี ไม่เกินปีละ 100,000 บาท พี่ทุยเลยขอเลือกแบบประกันชีวิตมาอันนึง เพื่อจะได้คำนวณให้เห็นภาพอย่างชัดเจน แบบประกันนี้ชื่อ “อาคเนย์ออมคุ้ม 12/7” เอาง่ายๆก็คือจ่ายเบี้ยประกันไป 7 ปี เราจะได้ความคุ้มครอง 12 ปี !

สมมติว่าเราจ่ายเบี้ยประกันปีละ 50,000 บาท เราจะได้เงินคืนปีละ 3,500 บาท (7% ของเบี้ยประกัน) ทุกปีตั้งแต่ปีที่ 1 ถึงปีที่ 7 และปีที่ 8 ถึงปีที่ 12 จะได้เงินคืนปีละ 73,500 บาท (147% ของเบี้ยประกัน) รวมแล้วเราจะได้ผลประโยชน์รวม 392,000 บาท ถ้าคิดเป็นผลตอบแทนต่อปีก็เท่ากับ 1.73% แต่ว่าถ้าเราใช้สิทธิ์เรื่องการลดหย่อนภาษีเข้ามาด้วยก็จะทำให้ผลตอบแทนดูน่าสนใจขึ้น สมมติ…

ลดหย่อนภาษีด้วยประกันชีวิตได้ผลตอบแทนสูงกว่าที่คิด

นั่นหมายความว่า “ฐานภาษี” เรายิ่งสูงเท่าไหร่ ผลประโยชน์เราจะยิ่งได้เยอะขึ้นเท่านั้น สำหรับพี่ทุยมองว่า “ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์” เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำมากๆอยู่แล้วแต่ได้ผลตอบแทนสูงดีกว่าดอกเบี้ยธนาคารไม่รู้กี่เท่า แล้วก็ยังได้ความคุ้มครองตั้งแต่วันแรกที่เราจ่ายค่าเบี้ยประกันไปด้วย

แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมช่วงปลายปีแบบนี้ถึงเพิ่งมาถามกัน ทั้งๆที่พี่ทุยก็ย้ำเสมอนะว่า เรื่องภาษีควรจัดการตอนต้นปีเพราะมันจะดีกว่าเยอะเลย

สุดท้ายพี่ทุยมีโปรโมชั่นพิเศษมาฝากกัน !!! ซื้อประกันชีวิตสะสมทรัพย์กับอาคเนย์ วันนี้ – 15 ธ.ค. 60 รับฟรี ! บัตรกำนัล Big C ด้วยนะ ลองไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก หรือ ศูนย์ดูแลลูกค้าโทร 1726 ได้เลยจ้าาาา !!

#อย่าลังเล เพราะลังเลเท่ากับเสีย (เสียโอกาสลดหย่อนภาษี สูงสุด 100,000 บาท)
#อย่ารอ เพราะรอเท่ากับเสีย (เสียเวลาให้คุณเริ่มออมเงินตั้งแต่วันนี้ ได้เงินคืนทุกปีตั้งแต่ปีแรก)
#อย่าช้า เพราะช้าเท่ากับเสีย (เสียผลประโยชน์ที่จะได้รับเงินคืนรวมสูงถึง 784% ของจำนวนเงินเอาประกัน)

อัพเดทบทความใหม่ล่าสุดทาง LINE ทุกวัน
Add Friend ที่ LINE ID @moneybuffalo

Spread the love
Sign up for your information
Newsletter*
Text:*