เทคนิคเลือก “ประกันชีวิต” ให้คุ้มค่า

เทคนิคเลือก “ประกันชีวิต” ให้คุ้มค่า

4 min read  

ฉบับย่อ

  • “ประกันชีวิต” เป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของการวางแผนการเงินที่หลายคนมองข้ามเพราะคิดว่าไม่คุ้มค่าและไม่รู้จะเลือกยังไงดี
  • เลือกประกันชีวิตให้เหมาะสมกับความต้องการ และมองหาแบบประกันชีวิตที่ตรงกับช่วงจังหวะชีวิตเพื่อให้ได้ประกันที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด
  • ประกันแต่ละแบบมักจะเสนอความคุ้มครองที่ไม่แตกต่างกันมาก พิจารณาความคุ้มค่าของผลตอบแทนจากจ่ายเบี้ยประกันที่จ่ายไป
  • เวลาเราที่เราจะจับจ่ายใช้สอยอะไร เรื่องเงินนั้นจำเป็นแน่นอน ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่ควรทำคือ การสำรวจความสามารถในการจ่ายเบี้ยที่เหมาะสมกับรายได้และรายจ่าย จ่ายเท่าที่จ่ายไหวจะได้ไม่เกิดปัญหาการไม่มีเงินจ่ายประกันในภายหลัง

แม้ว่าการปกป้องความเสี่ยงจะเป็นส่วนสำคัญในการวางแผนการเงิน แต่ยังมีบางคนที่ซื้อและไม่คิดจะซื้อประกันสักเท่าไหร่ บางคนที่ซื้ออาจจะคิดแค่ในส่วนของการลดหย่อนภาษีเท่านั้น ในส่วนคนที่ยังไม่ซื้ออาจจะมาจากการคิดว่ามันไม่จำเป็นหรอก หรือไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้ตอบแทน แต่ถ้าลองคิดดีๆ แล้วละก็อะไรก็ไม่แน่นอน และมันมักจะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ทันได้คาดคิด เช่น อุบัติเหตุ การเจ็บป่วย และโรคร้ายแรงต่าง ๆ และสิ่งที่ตามมาอย่างแน่นอนนั่นคือ ความสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง หรือทรัพย์สินที่มี เท่าที่ได้ยินมามนุษย์เงินเดือนหลายคนคิดว่าการมีประกันของบริษัทก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่พี่ทุยว่าควรมี “ประกันชีวิต” ติดตัวเอาไว้ด้วยนะ เพราะประกันที่บริษัททำให้นั้นส่วนใหญ่เวลาเหตุการณ์จริงวงเงินที่กำหนดไว้นั้นมักจะไม่ค่อยเพียงพอ และบางคนก็มักจะคิดว่าการทำประกันก็เหมือนจ่ายเบี้ยทิ้งไปทุกปี ไม่ค่อยคุ้มค่าหรอก

บางคนก็เริ่มคิดจะทำประกันชีวิตบ้างแล้ว แต่ก็เห็นประกันชีวิตมีให้เห็นเยอะแยะไปหมด แค่เห็นก็ปวดหัว ไม่รู้จะเลือกยังไงดี? พี่ทุยมีวิธีมานำเสนอวิธีการเลือกประกันชีวิตให้คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป แบบไหนเหมาะกับวัยเราที่สุด ?

เลือกประเภทให้เหมาะกับความต้องการ

พี่ทุยว่าการเลือกประกันชีวิตก็คล้ายกับการเลือกเสื้อผ้านะ เราต้องเลือกความต้องการและเหมาะสมกับเราที่สุด ใส่แล้วสบายตัวไม่รู้สึกลำบากกระเป๋าเงินและสมวัย พี่ทุยแนะนำว่าให้ลองคิดก่อนว่าเหมาะสมกับการทำประกันชีวิตแบบไหน เพราะประกันชีวิตที่เรานั้นเห็น ๆ กันอยู่ว่ามีให้เลือกค่อนข้างมาก หลากหลายแบบ แต่รูปแบบของประกันชีวิตโดยพื้นฐานมีอยู่ 4 แบบด้วยกันนะ ซึ่งแต่ละแบบจะมีลักษณะความคุ้มครอง ผลประโยชน์แตกต่างกันไป

1.แบบตลอดชีพ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการการคุ้มครองตลอดชีวิต เหมาะสำหรับคนที่มีภาระค่อนข้างมาก หรืออยากวางแผนมรดกหรือเพื่อจัดหาเงินทุนให้ลูกหลาน

2.แบบชั่วระยะเวลา เหมาะสำหรับคนที่ต้องการคุ้มครองชีวิตระยะหนึ่ง แต่ไม่ได้ต้องการในเรื่องของการออม เพราะไม่มีเงินคืนถ้าอยู่จนครบกำหนดสัญญา โดยทั้งแบบตลอดชีพและชั่วระยะเวลาเน้นเรื่องความคุ้มครองและป้องกันความเสี่ยงให้กับลูกหลานมากกว่าการออม

3.แบบสะสมทรัพย์ เป็นการประกันชีวิตที่เป็นส่วนผสมของการคุ้มครองชีวิตและการออม เป็นตัวช่วยในการวางแผนการออมเงินได้ในระยะสั้นและยาวแถมเป็นความคุ้มครอง

4.แบบเงินได้ประจำ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการคุ้มครองรายได้หลังจากเกษียณอายุ และมีเงินใช้ประจำอย่างสม่ำเสมอ

พี่ทุยแนะนำว่าควรมองหาแบบประกันชีวิตที่ตรงกับความต้องการและตรงกับช่วงจังหวะชีวิตของแต่ละคนนะ เพราะแต่ละวัยก็มีความต้องการและเป้าหมายชีวิตที่ไม่เหมือนกัน ยังไงพี่ทุยอยากให้ลองดูเงื่อนไขของประกันแต่ละประเภทก่อนค่อนตัดสินใจทำเราจะได้เสียเงินไปอย่างคุ้มค่ามากที่สุดนะ

ความคุ้มค่าของการคุ้มครองและผลตอบแทน

หลังจากการเลือกประกันให้เหมาะสมต่อความต้องการแล้ว พี่ทุยอยากให้พิจารณาถึง “ความคุ้มค่า” ด้วยนะซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมากในการเลือกตัดสินใจเลือกซื้อประกันสักอัน ซึ่งโดยทั่วไปประกันอาจจะเสนอ “ความคุ้มครอง” ที่คล้ายคลึงกัน เช่น สุขภาพทั่วไป อุบัติเหตุ โรคร้ายแรง พี่ทุยว่าถ้าเราจะเอาปัจจัยทั้งหมดมาคิดพร้อมกัน ก็คงจะปวดหัวไม่เบาเลย และด้วยความที่ประกันแต่ละแห่งจะมีข้อเสนอและเงื่อนไขที่ไม่ค่อยแตกต่างกันมากนักก็ยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่

แต่สิ่งหนึ่งแตกต่างกันก็คือ “เบี้ยประกัน” รวมถึงผลตอบแทนที่จะได้รับตอบแทนนะ ซึ่งเราสามารถพิจารณาได้ถึงความคุ้มค่าของเบี้ยประกันที่จ่ายไป เทียบกับความคุ้มครองหรือผลตอบแทนที่จะได้รับ พี่ทุยแนะนำให้พิจารณาว่าควรจะเลือกซื้อประกันชีวิตไหน ให้ดูจากค่าผลตอบแทนที่แท้จริงหรือ IRR (Internal Rate of Return) เพื่อคิดว่าจากเงินที่เราจ่ายเบี้ยประกันไปคำนวณแล้วได้ผลตอบแทนต่อปีเป็นเท่าไหร่ โดยเราสามารถเปรียบเทียบได้คร่าว ๆ ว่าแต่ละแบบเป็นยังไง ซึ่งผลตอบแทน IRR ค่าเป็นบวกมากกว่าหมายความว่าให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า พี่ทุยว่ามันก็พอจะเป็นตัวช่วยให้การตัดสินใจเลือกซื้อประกันอย่างคุ้มค่าได้นะ

สำรวจความสามารถในการจ่ายเบี้ย

เมื่อเราได้ประกันชีวิตที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้นพี่ทุยอยากให้สำรวจตัวเองอีกครั้งถึงความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกันด้วยนะ โดยดูจากรายได้ รายจ่ายประจำต่าง ๆ ที่เรามีเพื่อช่วยพิจารณาความสามารถทางการเงินของเราว่าสามารถจ่ายได้เท่าไหร่ที่ไม่ลำบากตัวเอง และไม่สร้างภาระให้กับเราในระยะยาว จนเกิดปัญหาการไม่มีเงินจ่ายทีหลัง

รวมถึงสภาพคล่องทางการเงินของเราและความสะดวกในการจ่ายเบี้ยประกันก็เป็นสิ่งที่เราต้องจัดการและใช้พิจารณาเลือกประกัน เช่น จำนวนเงินที่จ่ายได้ งวดหรือระยะเวลาการจ่าย เช่น รายเดือน รายปี ซึ่งการจ่ายแบบรายปีจะจ่ายเบี้ยประกันน้อยกว่ารายเดือนเพราะมีในส่วนของดอกเบี้ย เพียงแต่ต้องจ่ายเป็นก้อนใหญ่ พี่ทุยว่าควรจะหลีกเลี่ยงที่จะต้องจ่ายในเดือนที่มีภาระการเงินก้อนใหญ่อื่นๆ เช่น ค่าเทอมลูก หรือบางคนสะดวกเป็นงวด ๆ รายเดือนมากกว่าก็ตามนั้นได้เลย ขอแค่เราสะดวกจ่ายเบี้ยประกันและสามารถจ่ายได้ตามกำหนดโดยไม่สร้างภาระเพิ่ม

พี่ทุยว่าคงไม่มี “ประกันชีวิต” แบบไหนที่ไหนจะดีที่สุด คงจะมีแต่ประกันที่เหมาะสมที่สุดและคุ้มค่ามากที่สุดตามเป้าหมายทางการเงินของแต่ละคนนะ ยังไงก็ให้พิจารณาตามที่พี่ทุยแนะนำกันดูได้ และถ้าเรานั้นวางแผนและเลือกการทำประกันตามความเหมาะสมของแต่ละคนแล้วละก็ ประกันก็จะกลายเป็นเครื่องมือที่ดีอย่างหนึ่งและเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ๆ ที่ใช้เป็นตัวช่วยในการวางแผนการเงินในระยะยาวในบั้นปลายชีวิตได้ดีนะ


Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: