3 ความเข้าใจผิดของประกันชีวิต !

3 ความเข้าใจผิดของประกันชีวิต !

2 min read  

ฉบับย่อ

  • โลกนี้ไม่มีสินค้าการเงินตัวไหนที่ดีที่สุดในโลก มีแต่ “เหมาะสมที่สุด” ถ้าพูดถึงเรื่องความเสี่ยง ประกันชีวิตดีกว่าสินค้าการเงินอื่น ๆ แน่นอน แต่ถ้าเป็นเรื่อง “ผลตอบแทน” หรือ “สภาพคล่อง” ประกันชีวิตอาจจะสู้สินค้าการเงินอื่น ๆ ไม่ได้
  • “ประกันชีวิต” จริง ๆ แล้วเป็นสินค้าทางการเงินตัวหนึ่งที่โคตรดีเลย แต่เราต้องเข้าใจว่าประกันถูกออกแบบมาเพื่ออะไร ? เราก็จะได้ใช้ประโยชน์จากมันอย่างเต็มที่ และใช้งานมันได้อย่างถูกต้องยังไงล่ะ

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

พี่ทุยว่า “ประกันชีวิต” เป็นสินค้าการเงินตัวนึงที่ดีมาก ๆ อย่างแรกเพราะว่า เป็นสินค้าทางการเงินตัวหนึ่งที่เข้าใจง่าย ความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนชัดเจน  อย่างที่สอง ก็คือ มีประโยชน์ตามหลักการวางแผนการเงิน

ที่สำคัญประกันชีวิตถือว่าเป็นสินค้าการเงินตัวแรกๆเลยล่ะที่เราควรจะมี แต่พี่ทุยเชื่อว่าหลาย ๆ คนไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือนแบบเรา ๆ หรือคนขายก็ตาม ยังมีความเข้าใจผิด ๆ เกี่ยวกับประกันชีวิตกันอยู่เพียบเลย ไม่ว่าจะเป็น

1. ประกันชีวิตเป็นสุดยอดสินค้าการเงิน

โลกนี้ไม่มีสินค้าการเงินตัวไหนที่ดีที่สุดในโลก มีแต่ “เหมาะสมที่สุด” ถ้าพูดถึงเรื่องความเสี่ยง ประกันชีวิตดีกว่าสินค้าการเงินอื่นๆแน่นอน แต่ถ้าเป็นเรื่อง “ผลตอบแทน” หรือ “สภาพคล่อง” ประกันชีวิตอาจจะสู้สินค้าการเงินอื่นๆไม่ได้ เพราะว่าพอร์ตลงทุนของบริษัทประกันชีวิตมีผลตอบแทนแถวๆ 3-4% ต่อปี แปลว่าผลตอบแทนในกรมธรรม์ของเราๆ ไม่มีทางที่จะสูงกว่านั้นได้ เพราะเบี้ยประกันที่เราจ่ายไปก่อนนำไปลงทุนจะต้องหัก ค่าคอมมิชชั่นฝ่ายขาย ค่าการตลาด ค่าดำเนินการต่างๆ ฯลฯ ออกก่อนนำไปลงทุน ทำให้กรมธรรม์ประกันชีวิตที่ขายกันอยู่ตอนนี้ไม่สามารถให้ผลตอบแทนที่สูงมากกว่า 4% ได้เลยเนื่องจากสภาวะ “ดอกเบี้ยต่ำ” ทั่วโลก

2. กลัวใช้ไม่คุ้ม

“กลัวไม่คุ้ม” …… ซึ่งพี่ทุยว่าแปลกมากๆเลยนะ ลองนึกถึงเวลาที่ซื้อ “ประกันภัยรถยนต์” กันดูสิ เราก็คงไม่ได้อยากจะให้เราชน เพราะกลัวจะไม่คุ้ม แต่ที่เราทำก็เพราะเรากลัวว่าถ้าเกิดเหตุขึ้นมา เราต้องทำอย่างไรมากกว่า  เรื่องของประกันชีวิตก็เช่นกันเราไม่มีทางรู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น เราจึงต้องมีสินค้าการเงินที่ช่วยบริหารความเสี่ยงนั่นเอง ถ้าอยากคุ้มคงต้องทำประกันชีวิตแล้ว จากไปให้เร็วที่สุดนั้นแหละ …

3. อยากลดหย่อนภาษี ซื้อประกันชีวิตสิ !

เรื่องลดหย่อนภาษีหรือ “ผลประโยชน์ด้านภาษี” นั้นเป็นเพียงเรื่องรองเท่านั้น แต่ประโยชน์ของประกันชีวิต ก็คือเรื่องของ “หลักประกัน” หรือว่าเรื่องของทุนประกันให้กับครอบครัวหรือคนที่เรารักนั่นเอง ถ้าตัวเราจะต้องจากไปก่อนวัยอันควร ภาระต่างๆก็จะตกไปอยู่กับคนหลังข้างหรือครอบครัวเราแทน

พี่ทุยยืนยันอีกครั้งว่า “ประกันชีวิต” จริง ๆ แล้วเป็นสินค้าทางการเงินตัวหนึ่งที่โคตรดีเลย แต่เราต้องเข้าใจว่าประกันถูกออกแบบมาเพื่ออะไร ? เราก็จะได้ใช้ประโยชน์จากมันอย่างเต็มที่ และใช้งานมันได้อย่างถูกต้องยังไงล่ะ ! 


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน
error: