“ประกันโรคร้ายแรง” เรื่องธรรมดาที่ถูกมองข้าม

0
3067

"ประกันโรคร้ายแรง" เรื่องธรรมดาที่ถูกมองข้าม

ถ้าเรามองเรื่องการวางแผนการเงินตั้งแต่รากฐานเลย สิ่งที่พี่ทุยเน้นย้ำอยู่เสมอๆก็คือเรื่องของ “การบริหารความเสี่ยง” ลองจินตนาการหรือคิดว่าถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาเราจะสามารถผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นได้มั้ย โดยที่เรายังมีเงินใช้ไม่แตกต่างจากเดิมและไม่กระทบเป้าหมายการเงินอื่นๆ

สิ่งเราจะทำเลยก็คือ กลับไปตรวจสอบสิทธิต่างๆของตัวเองว่าตอนนี้มีอะไรอยู่บ้าง “มีพอ” หรือแค่ “พอมี” ดูไปถึงค่าห้อง ค่ารักษา ค่าผ่าตัด ทุกอย่าง จริงๆเดี๋ยวนี้ก็ไม่ยากถ้าอยากรู้ว่าค่ารักษาพยาบาลแต่ละโรคเป็นอย่างไรก็ลองเดินเข้าไปที่โรงพยาบาล เราจะเจอกับฝ่ายให้เราสอบถามราคาได้เลย จากที่พี่ทุยได้ลองคุยกับหลายๆคนส่วนใหญ่ถ้าที่ทำงานมีประกันกลุ่มให้ แล้วก็มีประกันสังคมหรือสิทธิรักษาพยาบาลของที่ทำงานอยู่มักจะไม่ค่อยใส่ใจเรื่องตรงนี้กันสักเท่าไหร่เพราะคิดว่ามีอยู่แล้ว หรือถ้าเรามีงบไม่ได้มากพี่ทุยก็เข้าใจนะว่าประกันสุขภาพก็เป็นรายจ่ายที่ไม่น้อยอยู่เหมือนกัน แต่มีประกันตัวนึงพี่ทุยอยากให้มีกันทุกคนเลยก็คือ “ประกันโรคร้ายแรง” 

"ประกันโรคร้ายแรง" เรื่องธรรมดาที่ถูกมองข้าม

เพราะโดยปกติแล้วถ้าเราป่วยทั่วไปไม่หนักมาก ประกันที่เรามีๆกันอยู่น่าจะพอเอาอยู่ได้ หรือถ้าไม่มีประกันเลย การจ่ายเองก็ไม่ได้กระทบเรื่องการเงินมากมาย แต่ถ้าเกิดโชคร้ายป่วยโรคร้ายแรงขึ้นมา พี่ทุยบอกได้เลยว่าหลายๆคนที่มีปัญหาเรื่องการเงินจากการรักษาตัวก็มาจากโรคร้ายแรงเนี้ยแหละ ไม่ว่าจะเป็นพวกโรคมะเร็ง โรคหัวใจ แล้วพวกเบี้ยประกันโชคร้ายไม่ได้แพงเลยเมื่อเทียบกับความคุ้มครองที่เราได้รับ

แต่ปัญหาของประกันโรคร้ายแรงอย่างนึงก็คือ เมื่อเราอายุเยอะขึ้นเรื่องเบี้ยจะยิ่งแพงขึ้นเรื่อยๆแล้ว ถ้าเกิดไม่เป็นอะไรขึ้นมา (ซึ่งก็ดีแล้วนะ) เราก็จะรู้สึกเหมือนจ่ายเบี้ยทิ้งไม่ได้ประโยชน์ ซึ่งแน่นอนปัญหาเหล่านี้บริษัทประกันก็รับรู้และก็ได้มีการปรับตัวอยู่เหมือนกัน ตอนนี้อย่างกรุงไทย-แอกซ่าก็ออกประกันโรคร้ายแรงตัวใหม่ “iShield” ออกมาก เท่าที่พี่ทุยดูก็เป็นแบบประกันโรคร้ายแรงที่ช่วยแก้ไขปัญหาในสิ่งที่เราๆไม่ชอบเกี่ยวกับประกันโรคร้ายแรงกันได้อยู่เหมือนกัน พี่ทุยจะมาเล่าฟังกันว่า iShield นั้นมีดียังไงบ้าง..

"ประกันโรคร้ายแรง" เรื่องธรรมดาที่ถูกมองข้าม

1. จ่ายเบี้ยคงที่ตลอดอายุสัญญา

อันนี้พี่ทุยว่าดีมาก ถึงแม้ว่าช่วงแรกเราอาจจะต้องจ่ายแพงกว่าประกันโรคร้ายแรงแบบเก่า แต่ก็ไม่ต้องจ่ายแพงมากในช่วงที่เราอายุเยอะๆเหมือนกัน

"ประกันโรคร้ายแรง" เรื่องธรรมดาที่ถูกมองข้าม2. เลือกระยะเวลาจ่ายได้ตามใจชอบ

เลือกได้เลยว่าเราอยากจะจ่ายเบี้ยกี่ปี 5 ปี 10 ปี หรือ 20 ปี แล้วก็รับความคุ้มครองกันยาวไปจนถึงอายุ 85 ปีเลย

"ประกันโรคร้ายแรง" เรื่องธรรมดาที่ถูกมองข้าม

3. คุ้มครองสูงถึง 70 โรคร้าย

หลักๆที่เป็นกันเยอะๆก็พวกโรคมะเร็ง โรคหัวใจเนี้ยแหละ ส่วนโรคอื่นๆพี่ทุยแนะนำว่าให้ลองตรวจสอบจากลิ้งค์นี้ได้เลย คลิกที่นี่ กรอกข้อมูลและรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับหรือไปที่ดาวน์โหลดโบรชัวร์ก็ได้เช่นกัน

"ประกันโรคร้ายแรง" เรื่องธรรมดาที่ถูกมองข้าม

4. คุ้มครองโรคร้ายแรงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ปกติประกันโรคร้ายแรงจะจ่ายก็ต่อเมื่อ “ตรวจเจอ” ระยะลุกลามเท่านั้น หรือเอาง่ายก็คือค่อนข้างรุนแรงระดับนึงก่อน แต่ iShield ก็ทยอยให้เราได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นเลย

"ประกันโรคร้ายแรง" เรื่องธรรมดาที่ถูกมองข้าม

5. ซื้อ iShield เบี้ยไม่สูญเปล่า

เมื่อก่อนเบี้ยประกันโรคร้ายแรงก็เหมือนกับเบี้ยประกันภัยอย่างรถยนต์ที่หมดปีต่อปี จ่ายทิ้งไม่ได้คืน แต่ iShield เมื่อครบสัญญาที่อายุ 85 ปี ถ้าเราไม่ได้เบิกเลยก็จะได้ทุนประกันคืนเลย หรือถ้าเบี้ยที่เราจ่ายไปทั้งหมดเยอะมากกว่าทุนก็จะคืนเบี้ยให้ตอนอายุ 85 ปี

"ประกันโรคร้ายแรง" เรื่องธรรมดาที่ถูกมองข้าม6. เบี้ยประกันที่จ่าย iShield สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

อันนี้ถือว่าเป็นประโยชน์เพิ่มเติมของแบบประกัน iShield จากกรุงไทย-แอกซ่า ที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่กรมสรรพากรกำหนด

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่กรมสรรพากรกำหนด

"ประกันโรคร้ายแรง" เรื่องธรรมดาที่ถูกมองข้าม

ประกันโรคร้ายแรงเป็นอะไรที่ทุกคนควรจะมีเป็นอย่างมาก พี่ทุยย้ำอีกครั้งว่าเบี้ยประกันถือว่าถูกเมื่อเทียบกับความคุ้มครองที่ได้รับ แล้วโรคร้ายก็เป็นต้นเหตุความล้มเหลวทางการเงินอันดับต้นๆเลยก็ว่าได้

[อ่านเพิ่มเติม : ประกันสุขภาพของกรุงไทย-แอกซ่า iHealthy ทำแล้วได้ลดหย่อนภาษี คลิกที่นี่]

อัพเดทบทความใหม่ล่าสุดทาง LINE ทุกวัน
Add Friend ที่ LINE ID @moneybuffalo

Spread the love
Sign up for your information
Newsletter*
Text:*