คู่มือประกันภัย 101 ที่ควรรู้

คู่มือประกันภัย 101 ที่ควรรู้

3 min read  

ฉบับย่อ

  • คู่มือประกันภัย 101 ที่ควรรู้ เพราะ การทำประกันเป็นเรื่องของการวางแผนของระยะยาว วางแผนยิ่งเร็วยิ่งได้เปรียบ แต่ก่อนที่เราจะเลือกทำประกันอะไรก็ตาม ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน
  • มาทำความรู้จักก่อนว่า ประกันชีวิตนั้นแบ่งเป็นกี่ประเภทอะไรบ้าง แล้วช่วงอายุในวัยแบบไหน เหมาะกับการทำประกันแบบไหนมากที่สุด?

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

ถ้าเกิดอุบัติเหตุ ล้มป่วย ต้องใช้เงินฉุกเฉินขึ้นมาจะทำไง พี่ทุยบอกให้เลยว่าเราควรทำ “ประกัน” ไว้เป็นดีที่สุด แต่การทำประกันนั้นมีหลากหลายแบบให้เลือก ทั้งประกันสุขภาพ ประกันบ้าน ประกันเดินทาง ประกันอุบัติเหตุ แต่จะให้ทำประกันทุกอย่างที่พูดมา  พี่ทุยว่าเงินในกระเป๋าคงไม่พอใช้ในแต่ละวันแน่

แต่ก่อนที่เราจะเลือกทำ “ประกัน” อะไรก็ตาม ก่อนอื่นเลยเราต้องมาทำความรู้จักก่อนว่า ประกันชีวิตนั้นแบ่งเป็นกี่ประเภทอะไรบ้าง ซึ่งพี่ทุย ขอแบ่งประเภทอย่างคร่าวๆ ดังต่อไปนี้

1. term life insurance หรือประกันแบบช่วงระยะเวลา

ประกันดังกล่าว ซึ่งเงื่อนไขในการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับประโยชน์ ต่อเมื่อผู้ที่ทำประกันเสียชีวิตภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น 5 ปี, 10 ปี โดยให้ความคุ้มครองจากการเสียชีวิตเพียงอย่างเดียว ไม่มีการสะสมทรัพย์  ดังนั้นเมื่อครบกำหนดสัญญาจะไม่มีการนำเงินคืนแก่ผู้ทำประกัน

2. Whole life Insurance หรือประกันตลอดชีพ

ความหมายก็เป็นไปตามชื่อนั่นแหละ ประกันตัวนี้จะคุ้มครองผู้ทำประกันไปตลอดชีวิต โดยเงื่อนไขการจ่ายเงินในกรณีที่เสียชีวิตจะเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ถ้าเอี้ยงประกันภัย ให้ความคุ้มครองถึงอายุ 99 ปี เมื่อพี่ทุยที่ทำประกันกับเอี้ยงไว้ มีอายุถึง 99 ปี บริษัทก็จะจ่ายเงินตามจำนวนที่ได้ทำการตกลงกันไว้ให้แก่ผู้ทำประกันนั่นเอง

3. Endowment Insurance หรือประกันแบบสะสมทรัพย์

ประกันประเภทนี้จะออกแบบมาให้ผู้ทำประกันจ่ายเบี้ยประกันเรื่อย ๆ เหมือนออมเงิน และจะจ่ายเงินคืนตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา โดยในระหว่างระยะเวลาประกัน ก็จะมีความคุ้มครองแถมมาด้วย และถ้ากรณีที่ผู้ถือกรมธรรม์เสียชีวิตระหว่างสัญญา ก็จะได้รับเงินก้อนหนึ่งที่เรียกว่าจำนวนเงินเอาประกันอีกด้วย

4. Annuity Insurance หรือประกันเงินได้ประจำ

เป็นการประกันชีวิตที่ผู้ทำประกันต้องการรายได้ในวัยเกษียณมากกว่าการคุ้มครองชีวิต โดยบริษัทจะจ่ายเงินเป็นงวด นับตั้งแต่สัญญาครบกำหนด เมื่อผู้ทำประกันยังมีชีวิตอยู่ถึงวันที่ครบสัญญา บางแห่งก็มีประกันพิเศษที่พ่วงการลงทุน เข้าไปด้วย

ควรเลือกประกันแบบไหนที่ให้เหมาะกับช่วงชีวิตของเราบ้าง ?

1. ช่วงวัยทำงานตอนต้น (21-30 ปี)

เหมาะกับการทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เพื่อสร้างวินัยในการออม รวมถึงได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีด้วย และหากทำงานเก็บเงินไปได้สักระยะ ลองดูการทำประกันชีวิตที่ได้ความคุ้มครองระยะยาวเพิ่มเติมด้วย เช่นแบบตลอดชีพ เพื่อนำไปผูกไว้กับประกันสุขภาพ จะได้ไม่ต้องกังวลในวันที่ไม่มีสวัสดิการจากที่ทำงานมาช่วยเรื่องค่ารักษาพยาบาล ซึ่งประกันสุขภาพส่วนใหญ่จะคุ้มครองถึงอายุ 70 – 85 ปี แล้วแต่กรมธรรม์

2. ช่วงวัยทำงานตอนกลางและเริ่มสร้างครอบครัว (31-45 ปี)

ก็ควรทำประกันชีวิตแบบเน้นความคุ้มครองชีวิต เพื่อป้องกันความเสี่ยงในกรณีที่หัวหน้าครอบครัวเกิดเสียชีวิตไปอย่างกะทันหัน ซึ่งสามารถซื้อประกันสุขภาพที่พ่วงประกันชีวิต เพื่อให้ประกันสุขภาพมีผลต่อเนื่องคุ้มครองยาวนานตามไปด้วยนั่นเอง นอกจากนั้น อาจจะพิจารณาทำประกันชีวิตควบการลงทุนแบบจ่ายเบี้ยรายงวด (Regular Premium : RP) เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการวางแผนการศึกษาบุตร ลูกก็จะได้มีเงินจากทุนประกันชีวิตไว้เป็นค่าเล่าเรียนจนจบการศึกษานั่นเอง

3. ช่วงวัยทำงานตอนปลายจนถึงเวลาเกษียณ (46-60 ปี)

ก็ควรทำประกันชีวิตแบบบำนาญ เพื่อสร้างเงินไว้ใช้หลังเกษียณส่วนหนึ่ง ควบคู่กับเงินออมเงินลงทุนในเครื่องมืออื่น ๆ (RMF SSF กองทุนรวม หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจากบริษัท) เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีเงินไว้ใช้หลังเกษียณอย่างเพียงพอ

กดติดตามพี่ทุยไว้นะ มีเรื่องราวของประกันจะเล่าให้ฟังอีกเพียบเลยการทำ“ประกัน”เป็นเรื่องของการวางแผนของระยะยาว วางแผนยิ่งเร็วยิ่งได้เปรียบ


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: