“ขายประกัน” vs ขายตรง เป็นเรื่องเดียวกันจริงมั้ย ?

0
4861

พอพูดถึงธุรกิจ “ขายประกัน” หลายๆคนก็ร้องยี้ไม่สนใจ ไม่อยากได้ ไม่อยากจะทำเลย มันก็เหมือนกับขายตรงนั่นแหละหลอกหลวงทั้งนั้น อันนี้คือสิ่งที่หลายๆคนคิด แต่พี่ทุยอยากจะบอกว่าความจริงแล้วมันไม่ใช่แบบนั้นเลย

“ประกันชีวิต” เป็นสินค้าการเงินตัวนึงที่เอาไว้บริหารความเสี่ยงต่างๆ ทั้งเรื่องการจากไปก่อนวัยควร เวลาที่จากไปคนที่เราดูแลอยู่เค้าจะอยู่ยังไง ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อ คุณแม่หรือถ้าใครมีลูก ลูกเราจะอยู่ยังไง เพราะว่าในยุคปัจจุบันนี้ไม่ว่าอะไรก็ต้องใช้เงินทั้งนั้น ถ้าเราไม่อยู่แต่มีประกันชีวิตอยู่ ก็จะเป็นเหมือนเงินก้อนสุดท้ายที่เพียงพอจะให้ลูกหรือพ่อแม่เราใช้ชีวิตต่อได้โดยที่ไม่มีเรา หรือในกรณีที่เราเจ็บป่วย ประกันสุขภาพจะช่วยเป็นเบาะรองรับค่าใช้จ่ายให้กับเรา

แต่ “ขายตรง” เป็นชื่อรูปแบบการทำการตลาดรูปแบบหนึ่ง ที่ปกติเวลาเรามีสินค้าเราจะเอาสินค้าไปวางขายในห้างสรรพสินค้า แล้วให้คนเข้าไปเลือกซื้อแล้วเราในฐานะเจ้าของสินค้า ก็จะแบ่งส่วนแบ่งเหมือนค่าคอมให้กับห้างนั้นๆ แต่ขายตรงจะเป็นการทำการตลาดผ่านคนแทน แล้วแทนที่จะจ่ายค่าคอมให้ห้างสรรพสินค้าก็มาจ่ายให้ตัวบุคคลที่เข้ามาเป็นตัวแทนขาย

โดยสินค้าที่จะทำผ่านขายตรงซะเยอะก็คือ เครื่องสำอาง ของใช้ในบ้าน เป็นหลัก เป็นอะไรก็ได้ที่ใช้แล้วหมดต้องมีการซื้อซ้ำบ่อยๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องสร้างฐานลูกค้าให้บ่อยๆ ซึ่งพี่ทุยว่าการทำการตลาดแบบขายตรงก็ดีเหมือนกัน ช่วยสร้างงานสร้างอาชีพได้ดี บางคนก็ร่ำรวยจากธุรกิจเลยก็มี พี่ทุยเจอหลายคนเลย

จะเห็นว่าด้วยตัวสินค้ามันคนละเรื่องเลยแหละ แต่สิ่งที่เราเห็นภาพว่า 2 ธุรกิจเหมือนกันก็คืออาการติ้อไม่เลิกของคนขายมากกว่า เราก็เลยเกิดความรำคาญแล้วก็จัดให้คนขาย 2 สินค้าเป็นเหมือนกัน ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วต้องบอกว่าเราเจอคนขายที่ไม่ใช่มืออาชีพแล้วล่ะ

ประสบการณ์ที่พี่ทุยเจอคือ เราจะขายสินค้าให้กับคนที่เค้าต้องการจริงๆ ถ้าไม่ใช่ก็ไม่ตื้อ ไปหาลูกค้าคนต่อไป ถ้าเจอลูกค้าบริการดีเดี๋ยวลูกค้าก็แนะนำต่อเอง มันคือธรรมชาติของธุรกิจทุกธุรกิจเลย ส่วนตัวแล้วพี่ทุยเชื่อว่าทั้งธุรกิจประกันและขายตรง เป็นสิ่งที่ดีแต่ที่ภาพลักษณ์ออกไปแย่ๆ ก็เพราะว่าคุณภาพของตัวแทนและสมาชิกที่ไม่ค่อยดีมากกว่า เน้นจะเอาแต่ยอดขายแต่ไม่เคยสนใจเลยว่าลูกค้าเราต้องการหรือไม่ ภาษาบ้านๆก็เห็นแก่ตัวนั่นแหละ

แต่ถ้าเรากลัวว่าเราจะโดนหลอกหลวง พี่ทุยว่าสิ่งที่จะทำให้เราโดนหลอกต้องมี 2 ปัจจัยก็คือ “ความไม่รู้” และ “ความโลภ” ถ้าเรามีความรู้ก็จริงแต่ก็ยังมีความโลภอีก อันนี้ก็โดนหลอกแน่นอน หรือถ้าเราไม่มีความโลภ แต่เราไม่รู้ ไม่คิดวิเคราะห์ให้ดีก่อน ก็จะโดนหลอกได้เช่นกัน

อัพเดทบทความใหม่ล่าสุดทาง LINE ทุกวัน
Add Friend ที่ LINE ID @moneybuffalo

Spread the love
Sign up for your information
Newsletter*
Text:*