"Wongnai" กับเส้นทางสู่ฝันวันเข้าตลาดหลักทรัพย์

“Wongnai” กับเส้นทางสู่ฝันวันเข้าตลาดหลักทรัพย์

 

ฉบับย่อ

  • “Wongnai” เป็นบริษัท Startup ที่เริ่มต้นจากการเป็นแอพพลิเคชั่นรีวิวอาหาร โดยกลุ่มนักศึกษาที่มีแกนนำ คือ คุณยอด ชินสุภัคกุล
  • ในช่วง 2 ปีแรก Wongnai ต้องเจอกับภาวะขาดทุนและไม่มีรายได้เข้ามา ทำให้ต้องแก้ไขปัญหาโดยการรับเขียนโปรแกรม รวมถึง CEO ของบริษัทจะต้องควักเงินส่วนตัวลงไปอีกหลายล้านบาท
  • เติบโตสู่การเป็น Lifestyle Platform ที่มีทั้ง Beauty, Cooking และจับมือกับ LINEMAN ในบริการส่งอาหารถึงบ้าน
  • ปัจจุบัน กิจการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และกำลังผันตัวเองสู่ตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 2562

ถึงแม้ว่าเมืองไทยมีร้านอร่อยเยอะมาก และอาหารอร่อยอันดับ 1 ของโลกจะอยู่ที่ประเทศไทย แต่หลายคนคงเคยทะเลาะกับแฟนด้วยปัญหาโลกแตกว่า “กินอะไรดี” ซึ่งปัจจุบันมีแอพพลิเคชั่นที่แก้ปัญหานี้นั่นคือ “Wongnai (วงใน) ของคุณยอด ชินสุภัคกุล ที่ทำให้การหาร้านอาหารทานนั้นเป็นเรื่องง่าย เพราะมีร้านอาหารให้คนหาตามประเภทที่เลือก รีวิวจากลูกค้า และที่เป็นจุดแตกต่าง นั่นคือ ความเป็น location-based สามารถค้นหาร้านอาหารได้จากที่ตั้งปัจจุบันของตัวเอง

โดย Wongnai ก่อตั้งขึ้นในปี 2553 จากกลุ่มเพื่อนนักศึกษา นำโดย คุณยอด ชินสุภัคกุล ที่เริ่มต้นจากการที่ตัวเองชอบใช้ Yelp ที่เป็นศูนย์ข้อมูลเมื่อไปท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่พัก ร้านอาหารอร่อยๆ ร้านของฝาก ทำให้เกิดไอเดียและนำมาพัฒนาต่อยอดเพิ่มกลายมาเป็น Wongnai

ซึ่งในตอนแรกที่สร้าง Wongnai ก็ต้องเจอกับการขาดทุนเยอะมาก เพราะการเป็นธุรกิจ Startup นั้นต้องลงทุน ซึ่งใช้เงินส่วนใหญ่ไปกับค่าจ้างคน ทำให้ในสองปีแรกไม่มีรายได้จาก Wongnai เลย เลยใช้วิธีการหารายได้จากการรับเขียนโปรแกรม และเขาต้องทำเงินส่วนตัวเองมาลงทุนด้วยหลายล้านบาท

แต่มีจุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัท คือช่วงสงกรานต์ปี 2555 ที่แอปพลิเคชั่นของวงในมีผู้ใช้เพิ่มสูงขึ้นเป็นหลักแสนคน และขึ้นไปอยู่ใน Top Chart ใน App Store ของ iOS และ Android เป็นผลมาจากที่ช่วงนั้นมีผู้ใช้สมาร์ทโฟนในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น

ซึ่งไม่ได้มีแค่การรีวิวอาหารเท่านั้น เพราะ Wongnai กำลังพัฒนาตัวเองไปสู่การเป็น Lifestyle Platform ที่มีทั้ง

  • Wongnai แอพพลิเคชั่นรีวิวร้านอาหารที่เราคุ้นเคย
  • Wongnai Beauty รีวิวเรื่องความสวยความงามและสปา สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มาใช้จ่ายกับร้านอาหารในไทย
  • Wongnai Cooking บริการค้นหาสูตรอาหารสำหรับทำทานเองที่บ้านโดยวิธีวิดีโอสอนทำอย่างละเอียด
  • Wongnai & LINEMAN Delivery คือบริการเดลิเวรี่อาหารส่งตรงถึงบ้านคุณ ด้วยฐานข้อมูลจาก Wongnai เอง
  • Wongnai POS เชื่อมโยงผู้ประกอบการร้านอาหารกับ Database ของ Wongnai ที่ทำให้อัพเดทข้อมูลเข้า App ได้โดยตรง

นอกจากนั้นยังมีการขยายขอบเขตตัวเองให้กว้างขึ้นด้วยการเข้าถือหุ้น Blognone และ Brandinside เว็บไซต์ทางด้านธุรกิจไอทีและการตลาด เพื่อนำมาเป็นส่วนหนึ่งของ Wongnai Media ด้วย เพื่อรองรับการสร้างสรรค์สื่อออนไลน์อื่นๆ ที่จะเกิดขึ้น เพราะจริงๆ แล้ววงในคือแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่มีผู้ใช้จำนวนมาก และเต็มไปด้วยฐานข้อมูลจากผู้ที่เป็น User-Generated Content

เรียกได้ว่า Wongnai นั้นเติบโตไปไกลมาก จากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงแค่ Startup จนในความรู้สึกของพี่ทุยนั้น Wongnai ไม่ได้เป็นเพียงแค่บริษัท Startup ขั้นแรกๆอีกต่อไปแล้ว เพราะถ้าย้อนกลับไปจะพบว่า InVent (บริษัท Venture Capital) ได้เข้าไปลงทุนใน Wongnai ซึ่งตอนนั้นเป็น Startup ในระดับ Series B และกรณีของ Wongnai ก็ถือครั้งแรกที่บริษัทคนไทยลงทุน Series B ในบริษัทคนไทยด้วยกัน ถือเป็นประวัติศาสตร์ของวงการ Startup ไทยด้วย เป้าหมายต่อไปในการเติบโตจึงต้องไปให้ถึง IPO เท่านั้น

ซึ่ง Wongnai มีการวางแผนเพื่อเข้าตลาดหุ้นให้ได้ ภายในปี 2562 และมี บมจ. หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษา ซึ่งก็เป็นเวลาไม่นานที่เราจะได้ลุ้นกันว่าจะเห็นหุ้นของ Wongnai เฉิดฉาดอยู่ในตลาดหุ้นไทยหรือไม่ เเละเราจะมีโอกาสได้ซื้อหุ้นวงในในชื่ออะไร และราคาเท่าไร

Wongnai เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่แสดงให้เห็นถึงการทำงานแบบทุ่มสุดตัว เพราะที่นี่มีวัฒนธรรมที่คุณยอดก็เคยเปรียบทีมงานของตัวเองเอาไว้ว่าเหมือนทีมกีฬา ที่ทุกคนต้องทำหน้าที่ได้ดีและแทนกันได้ แล้วยังมีการให้รางวัลพิเศษกับคนที่ทำผลงานได้ดีด้วย

ถือว่าเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับเหล่า Startup รุ่นใหม่ๆ เรียกได้ว่าพัฒนาตัวเองได้ดีจากแพลตฟอร์มที่มีแค่เรื่องของกิน เพราะเข้าใจ Insight ของคนได้ดีเหลือเกินว่า “ทุกคนต่างก็ชอบของอร่อย ของดี” ด้วยกันทั้งนั้น


error: