“Tadashi Yanai” มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของญี่ปุ่น ผู้ก่อตั้ง Uniqlo

3 min read  

ฉบับย่อ

  • “Tadashi Yanai” ผู้ก่อตั้ง Uniqlo เป็นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของญี่ปุ่นสองปีติดต่อกัน ด้วยมูลค่าทรัพย์สินรวมอยู่ที่ 2.23 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • กว่าจะมาเป็น Uniqlo แบรนด์ดังเหมือนทุกวันนี้ “Tadashi Yanai” เริ่มต้นด้วยการทำร้านตัดเสื้อสูทเล็ก ๆ ของครอบครัวมาก่อน
  • ปัจจุบัน Uniqlo เปิดสาขาในประเทศบ้านเกิดตัวเองมากกว่า 100 แห่ง ในประเทศไทย 51 แห่ง รวม ๆ แล้วมีสาขามากกว่า 1,000 แห่ง ใน 21 ประเทศทั่วโลก

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

ถ้าพูดถึงแบรนด์เสื้อผ้า Uniqlo พี่ทุยว่าน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก เพราะถือว่าเป็นแบรนด์ที่ตีตลาดในไทยได้ดีเลยทีเดียว ทั้งเนื้อผ้าที่คุณภาพดีนุ่มนิ่ม คุ้มค่ากับราคาที่จับต้องได้ เชื่อว่าหลายคนต้องมีติดตู้เสื้อผ้าแน่นอน พี่ทุยคนนึงหล่ะมี 10 สีได้ ฮ่า วันนี้พี่ทุยเลยจะขอพาไปทำความรู้จักกับ “Tadashi Yanai” ผู้ก่อตั้ง Uniqlo กันซักหน่อย ว่าทำไมเขาถึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของญี่ปุ่นสองปีติดต่อกัน ด้วยมูลค่าทรัพย์สินรวมอยู่ที่ 2.23 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ

ประวัติของ Tadashi Yanai

Tadashi Yanai เกิดเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 1949 ปัจจุบันอายุ 71 ปี เขาเกิดในครอบครัวที่มีร้านตัดเสื้อสูทเล็ก ๆ เป็นของตัวเอง ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองฮิโรชิม่า อยู่ทางภาคใต้ของญี่ปุ่น ในตอนนั้นเองญี่ปุ่นยังตกอยู่ภายใต้การยึดครองของสหรัฐอเมริกา แต่ไม่ได้ทำให้เขาไม่ชอบอเมริกาเลย กลับชอบวัฒนธรรมและมีผลต่อความคิดของเขามาก เขาเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยม Ube High School และต่อมหาวิทยาลัยที่ Waseda University

ในปี ค.ศ. 1971 เขาเรียนจบปริญญาตรีในสาขาเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์ หลังจากที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัย ก็ได้เริ่มทำงานที่แรกเป็นพนักงานขายที่ Jusco ทำได้ไม่ถึง 1 ปี ก็โดนตามกลับมาทำธุรกิจที่บ้าน

จากการที่หาประสบการณ์การทำงานที่ Jusco เขาได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างมากเกี่ยวกับระบบในการจัดการคลังสินค้า, การจัดวางสินค้า และนำมาปรับใช้กับธุรกิจร้านตัดเสื้อสูทของที่บ้าน ซึ่งผลลัพธ์ไม่ได้เป็นไปตามที่เขาคาดหวัง พนักงานพากันลาออกจนเหลือแค่เพียง 1 คนเท่านั้น (พี่ทุยอยากรู้เลยว่าตอนนั้นเขาบริหารกิจการยังไง พนักงานถึงพากันลาออกหมด ฮ่า) สุดท้ายก็ต้องกลับมาทำทุกอย่างเอง ตั้งแต่ทำความสะอาด บัญชี รวมไปถึงสั่งของขายของ แต่เขาก็ไม่ลดละความพยายามที่จะพัฒนามาเรื่อย ๆ

ในปี ค.ศ. 1984 ความตั้งใจของเขาก็ประสบความสำเร็จ Tadashi Yanai ได้ก้าวขึ้นมาเป็นประธานบริษัท “Ogori Shōji” (โอโงริ โชจิ) ซึ่งมีร้าน “Men’s Shop OS” อยู่ภายใต้การบริหาร อีกทั้งยังขยายสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 22 สาขาอีกด้วย

“Tadashi Yanai” มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของญี่ปุ่น ผู้ก่อตั้ง Uniqlo

จุดเริ่มต้นของ Uniqlo

หลังจากที่ Tadashi Yanai ประสบความสำเร็จจากการก้าวขึ้นเป็นประธานบริษัทในธุรกิจร้านตัดเสื้อสูทชื่อว่า “Men’s Shop OS” ในปีเดียวกันนั้นเอง ก็ได้เปิดร้านเสื้อที่ชื่อว่า Unique Clothing Warehouse ซึ่งเป็นการรวมกันระหว่างคำว่า Unique (ความพิเศษ) กับ Clothing (เสื้อผ้า) นั่นเอง มีสาขาแรกบนถนนฟูกุโระ มาชิ ย่านนากากุ ฮิโรชิมา เป็นร้านเสื้อผ้าลำลองใส่สบายสำหรับชายและหญิง ก่อนที่กิจการนี้จะค่อย ๆ หายไปในเวลาต่อมา และกลายมาเป็น Uniqlo (ในภาษาอังกฤษอ่านว่า ยู-นิ-โคล่) ที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ เมื่อเดือนกันยายน ปี ค.ศ. 1991 โดยเปลี่ยนชื่อจากบริษัท “Ogori Shōji” (โอโงริ โชจิ)  เป็น “Fast Retailing” (ฟาส์ท รีเทลลิ่ง)

ในปี ค.ศ. 2005 บริษัท Fast Retailing ก็ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้าง มาเป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้นทั้งหมดแยกต่างหาก คือ “Uniqlo Co., Ltd.” หรือ บริษัท ยูนิโคล จำกัด ซึ่งได้จดทะเบียนในส่วนแรกกับตลาดหลักทรัพย์ของโตเกียว

ทำความรู้จักกับบริษัท Fast Retailing

บริษัท Fast Retailing เรียกได้ว่าเป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมค้าปลีกแฟชั่นของประเทศญี่ปุ่นเลย และในปี ค.ศ. 2010 Fast Retailing ก็ได้ซื้อเข้าหุ้น 80% ของบริษัทยีนส์ระดับพรีเมี่ยมที่ชื่อว่า J Brand ในราคา 290 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยในปัจจุบัน Fast Retailing มีแบรนด์ในเครือถึง 7 แบรนด์ด้วยกัน คือ Casual Wear, GU, Theory, Princesse tam.tam, Comptoir des Cotonniers, PLST และ Uniqlo ซึ่งแบรนด์เหล่านี้ทำรายได้ให้กับ Fast Retailing อย่างมหาศาล

รายได้ย้อนหลัง 4 ปีของ บริษัท Fast Retailing

ปี 2016 มีรายได้ 1,786,473 ล้านเยน
ปี 2017 มีรายได้ 1,861,917 ล้านเยน
ปี 2018 มีรายได้ 2,130,060 ล้านเยน
ปี 2019 มีรายได้ 2,290,548 ล้านเยน

ทำความรู้จักกับ Uniqlo

Uniqlo เป็นแบรนด์เครื่องแต่งกายของประเทศญี่ปุ่น ที่ก่อตั้งโดย Tadashi Yanai โดยมีคอนเซ็ปต์ Made for all หรือเสื้อผ้าลำลองที่ทำมาสำหรับทุกคน ทุกเพศทุกวัย คุณภาพดี ใส่สบาย ราคาถูกสามารถจับต้องได้ มีให้เลือกหลายสี และไม่ตามเทรนด์แฟชั่น เรียกได้ว่าวันใส่ได้ทุกวันนั่นแหละ

Uniqlo มีกลยุทธ์ทางตลาดที่ยอดเยี่ยมด้วยการเลือกเอาทุกกระแสวัฒนธรรมความนิยมในปัจจุบันของผู้บริโภค มาเป็นลวดลายลงบนเสื้อยืด แถมยังวางขายในราคาที่ถือว่าถูกมาก เมื่อเทียบกับเสื้อยืดในแบรนด์ต่าง ๆ และยังสามารถนำแบรนด์ของตัวเองไปจับมือกับแบรนด์อื่น ๆ เพื่อทำคอลเล็กชันใหม่ออกมาให้เห็นตลอดเวลา แล้วออกมาแต่ละทีก็ขายหมดเกลี้ยงตั้งแต่วันแรก

“Tadashi Yanai” มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของญี่ปุ่น ผู้ก่อตั้ง Uniqlo

อย่างเช่น Uniqlo x KAWS ที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เพราะว่า KAWS ขึ้นชื่อว่าเป็นศิลปินชื่อดังที่ราคาผลงานของเขาแต่ละชิ้นค่อนข้างแพงระดับนึง แต่การมา x Uniqlo นั้นค่อนข้างเป็นข้อดีอย่างหนึ่งคือ การได้ชื่นชมศิลปินมีความจับต้องได้ ด้วยราคาที่ไม่สูงจนเกินไปนั่นเอง

Uniqlo นอกจากจะมีสาขาในประเทศญี่ปุ่นแล้ว ยังมีสาขาในต่างประเทศอีกทั้งหมด 21 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งในประเทศไทยมีสาขา 51 แห่งทั่วประเทศ ส่วนในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีมากกว่า 100 แห่ง ในปัจจุบัน Uniqlo มีสาขาทั่วโลกมากว่า 1,000 แห่ง

แต่วิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมาทำให้ Supply chain (ห่วงโซ่อุปทาน) ของ Uniqlo ต้องหยุดชะงักลง เเละได้มีการปิดสาขา 750 เเห่งหรือกว่าครึ่งหนึ่งในจีน ปิดสาขาในประเทศญี่ปุ่นอีก 150 แห่ง และปิดสาขาในสหรัฐอเมริกาอีก 50 แห่ง ซึ่ง Fast Retailing บริษัทเเม่ของ Uniqlo คาดการณ์ว่าจะมีกำไรจากการดำเนินงาน 1.45 แสนล้านเยน หรือราว 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 4.3 หมื่นล้านบาท ลดลงถึง 44% ในปีงบประมาณ 2020


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: