ทำความรู้จัก "TACC" เจ้าของลิขสิทธิ์กระทง Rilakkuma

ทำความรู้จัก “TACC” เจ้าของลิขสิทธิ์กระทง Rilakkuma

4 min read  

ฉบับย่อ

  • เมื่อวันที่​ 5 พฤศจิกายน​ มีข่าวเรื่องเด็กผู้หญิงวัย​ 15​ ปี​ ทำกระทงออกขาย​ เพราะต้องการหารายได้ช่วยครอบครัว โดนปรับค่าลิขสิทธิ์​เป็นเงิน​ 5,000​ บาท​ เนื่องจากทำกระทงเป็นรูปหน้าการ์ตูนที่มีลิขสิทธิ์​ เจ้าตัวกล่าวว่าไม่ได้ทำไว้ก่อน​ แต่เป็นการทำตามที่ลูกค้าสั่ง​ และเมื่อนัดรับก็ปรากฎ​ว่าเป็นเจ้าหน้าที่​ลิขสิทธิ์​มาล่อซื้อ
  • หนึ่งในกระทงลายหน้าการ์ตูนเหล่านั้น​ คือ​ Rilakkuma​ ซึ่งเจ้าของลิขสิทธิ์​ในประเทศ​ไทย​ คือ​ บริษัท ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ จำกัด(มหาชน) หรือ TACC Consumer ซึ่งจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์โดยใช้ตัวย่อว่า TACC นั่นเอง​ และทาง​ TACC​ ได้ออกมาปฏิเสธ​แล้วว่าไม่เกี่ยวข้องกับการล่อซื้อครั้งนี้
  • ราคาหุ้น​ TACC​ ตอบสนองในทางบวกเมื่อข่าวเรื่องกระทงแพร่ออกไป​ โดยปรับเพิ่มขึ้น​91% และมีมูลค่า​การซื้อขาย​กว่าร้อยล้านบาท

ก่อนจะฉลองปีใหม่กันยาว ๆ เดือนหน้า ไทยเราเองก็มีเทศกาลเฉพาะ ที่มีสีสันไม่แพ้ชาติไหนนั่นก็คือ “เทศกาลลอยกระทง” นั่นเอง สำหรับปีนี้วันลอยกระทงคือวันที่ 11 พฤศจิกายน ซึ่งทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างจัดงานตามสถานที่สำคัญ ๆ กระจายอยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ  นอกจากความสุขและความสนุกสนานแล้ว การที่มีการจัดงานในพื้นที่ต่าง ๆ ก็ยังมีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของท้องถิ่นด้วย เพราะที่ไหนมีการจัดงาน ที่นั่นย่อมมีคนเยอะแยะ และเมื่อมีคนเยอะ สิ่งที่ตามมาอย่างแน่นอนคือการเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจและการกระจายรายได้ เช่น การขายอาหารในบริเวณที่จัดงาน ดอกไม้ไฟ โคมลอย โดยเฉพาะการขายกระทง เรื่องที่พี่ทุยจะเอามาพูดถึงในวันนี้กำลังเป็นเรื่องเป็นราวอยู่เลยกับประเด็นที่เด็กหญิงวัย 15 ปีเจอปัญหาเรื่องค่าลิขสิทธิ์ เพราะทำกระทงหน้าการ์ตูนดังที่มีลิขสิทธิ์ของ “TACC” หลายตัว เช่น Garfield, Minions, Rilakkuma น้องผู้หญิงคนนี้บอกว่าเค้าถูกล่อซื้อ​ ก่อนหน้านี้​เค้าไม่เคยทำกระทงลายการ์ตูนพวกนี้ แต่มีคนโทรมาสั่งให้ทำก็เลยทำตามออเดอร์​ และเมื่อไปส่งตามที่นัดหมายก็พบว่าเป็นผู้ว่าจ้างทำเป็นคนที่จับลิขสิทธิ์ สุดท้ายก็เลยต้องจ่ายค่าละเมิดลิขสิทธิ์ไป 5,000 บาท

หนึ่งในกระทงลายหน้าการ์ตูนเจ้าปัญหานี้ก็คือกระทงลาย​ Rilakkuma​ และล่าสุด​เจ้าของลิขสิทธิ์ในไทยก็ออกมาปฏิเสธแล้วว่า เค้าไม่เกี่ยวข้องใด ๆ​ และไม่ได้เป็นผู้ที่ส่งคนไปล่อซื้อครั้งนี้นะ​ และบริษัทที่เรากำลังพูดถึงก็คือ บริษัท ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ จำกัด(มหาชน) หรือ TACC Consumer ซึ่งจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์​โดยใช้ตัวย่อว่า​ “TACC” นั่นเอง

อาณาจักรคาแรกเตอร์​ข​อง TACC

มาทำความรู้จักกับเจ้าของลิขสิทธิ์การ์ตูนดัง อย่าง TACC ดีกว่าว่า​ เค้าเป็นใครและมีตัวการ์ตูนอะไรเป็นเด็กในสังกัดบ้าง พี่ทุยเชื่อว่าแทบทุกคนเคยอุดหนุนสินค้าของเขาอยู่กันแล้ว หลายคนอาจจะอุดหนุนบ่อยด้วยแต่ไม่รู้ตัวว่านี่เป็นของเขา เช่น เครื่องดื่มโถกดใน 7-11 ทุกสาขา เช่น ชาเย็น ช็อคโกแลต Hershey’s  หรือกาแฟเซเว่นที่เป็นที่เล่าลือกันนักหนาว่า เข้มมาก กินแล้วตาค้างยังไงล่ะ ใครเคยกินบ้าง ? ​พี่ทุยบอกได้เลยว่าแรงสมชื่อแน่นอน ฮ่า ๆ

ธุรกิจหลัก ๆ ของ TACC มีอยู่ 2 อย่างคือ

1. กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ร่วมพัฒนากับพันธมิตรทางธุรกิจ ได้แก่ เครื่องดื่มโถกดในร้าน 7-11, เครื่องดื่มผง ๆ ที่จัดจำหน่ายให้กับร้าน All Café ใน 7-11 และพวกเครื่องดื่มโปรโมชั่นที่ทำขึ้นเฉพาะช่วง

2. กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายภายใต้ตราสินค้าของบริษัทเองเลย  ได้แก่ ชาเขียวพร้อมดื่มตรา “เชนย่า” (Zenya), กาแฟปรุงสำเร็จตรา “วีสลิม” (VSlim) ,เครื่องดื่มปรุงสำเร็จชนิดผงตรา “ชาช่า” (Sha Sha) ,ตรา “ณ อรุณ” (Na-Arun) และตรา “สวัสดี” (Sawasdee)

TACC เน้นทำการตลาดแบบ​ Character Marketing หรือการสื่อสารการตลาดผ่านตัวละครต่าง ๆ​ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีอยู่เเล้วคือ​ San-x จากญี่ปุ่น​ ซึ่งครอบคลุมในประเทศอื่น ๆ ​หลายประเทศ​เลย​ เช่น​ สิงคโปร์ มาเลเซีย กัมพูชา พม่า ลาว และ เวียดนาม ตัวการ์ตูนในสังกัดของเค้ามีอยู่ด้วยกัน​ 10 ตัว​ คือ​ Rilakkuma(คุมะ), Sumikko Gurashi, Mamegoma(แมวน้ำถั่ว), Sentimental Circus, Kamonohashikamo(ตุ่นปากเป็ด), Kutusita Nyanko(แมวดำสวมถุงเท้าสีขาว)​,​ Tarepanda(หมีแพนด้าขี้เกียจ), Monokuro Boo, Afro Ken, Jinbesan และล่าสุดก็มีตัวการ์ตูนไทยอย่าง​ “หมาจ๋า” เข้ามาร่วมทัพด้วยนะ

TACC​ ทำธุรกิจ​โดยใช้การ์ตูนเป็นตัวสื่อสารเเบรนด์มานานเเล้ว​ ก่อนหน้านี้​เค้าซื้อลิขสิทธิ์​ของ​ Sanrio เช่น​ Hello Kitty ซึ่งมีต้นทุนด้านลิขสิทธิ์​แต่กลับทำรายได้เพียง​ 4% ของรายได้รวมเท่านั้น​ ส่วน​ San-x อย่างคุมะนั้นดีตรงที่ไม่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ไปก่อน​ แต่จะเป็นรูปแบบการเเบ่งผลกำไรที่เกิดจากการเอา​คาแรกเตอร์​ไปใช้งาน ให้กับเจ้าของที่ญี่ปุ่น

มาดูรายได้ย้อนหลังของเค้ากันนิดนึงดีกว่า

ทำความรู้จัก "TACC" เจ้าของลิขสิทธิ์กระทง Rilakkuma

ทำความรู้จัก "TACC" เจ้าของลิขสิทธิ์กระทง Rilakkuma

จะเห็นได้ว่ารายได้และกำไรเติบโตขึ้นในปี​ 2560 แต่รถผ้าป่ากลับคว่ำ​เมื่อกำไร​ 112.47 ล้านบาทในปี​ 2560​ ลดลงเหลือเพียงแค่​ 71.30 ล้านบาท ในปี ​2561​ เค้าออกมาชี้เเจงว่าเกิดจากการเก็บ​ “ภาษีความหวาน​” เพิ่มขึ้น เเละเรื่องการตัดบัญชีหนี้สูญ​ที่กัมพูชา​

ส่วน “ภาษีความหวาน” ที่ว่านี้ พี่ทุยเคยพูดถึงอยู่หลายครั้งแล้ว​ สรุปคร่าว ๆ​ คือ​ รัฐบาลจะเก็บภาษีชนิดนี้กับสินค้าที่มีการใส่น้ำตาลมาก​ เพราะจะส่งผลเสียต่อสุขภาพประชาชน​ จะได้เอาภาษีที่เก็บไปใช้ในนโยบาย​ส่งเสริมสุขภาพ​ นอกจากนี้​ยังส่งผลทางอ้อมให้ต้นทุนของอาหารที่มีน้ำตาลเยอะ ๆ​ สูงขึ้น​จึงต้องขายราคาแพงขึ้น​ พอของแพงขึ้น​ คนก็ซื้อกินน้อยลงไงล่ะ  เรียกว่า​ยิงครั้งเดียว​ได้นกหลายตัวเลย​(อิอิ)​

แต่ตอนนี้ผลกำไรเค้ากลับมาเข้าที่เข้าทางแล้วนะ​ ถึงแม้รัฐบาล​จะปรับ ขึ้นภาษีความหวาน​รอบสองแล้ว​ เพราะเค้าปรับสูตรเครื่องดื่มให้มีน้ำตาลลดลง​ ดีทั้งกับต้นทุนและผู้บริโภค​เลยล่ะ​ โดยครึ่งปีแรก​ TACC มีกำไรปาไป​ 76​ ล้านบาท​แล้ว​ มากกว่าปีก่อนรวมกันทั้งปีอีก

อีกปัจจัยหนึ่งที่คนอยากลงทุน​ใน​ TACC​ ต้องคิดนิดนึงคือ​ “กำไรของ TACC​ แท็คทีมไปกับ 7-11” เพราะถึงแม้ว่า​ TACC​ จะมีสินค้า​ของตัวเอง​ แต่เค้าพึ่งพา​ CPALL​ มาก ๆ​ ในปี​ 2560​  มีรายได้จากทาง​ CPALL ​​คิดเป็น​ 90% และในปี​ 2561​ ก็เพิ่มขึ้นมาเป็น​ 96% เพราะฉะนั้น​ก่อนหน้านี้​ที่มีข่าวว่าทาง​ TACC จะหมดสัญญากับทาง​ CPALL​ จึงเป็นเรื่องที่นักลงทุน​สนใจกันมาก​ ก็ CPALL เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของเลยนี่หน่า

มาดูราคาหุ้น​ TACC​ กันบ้าง

ราคาหุ้น​ อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นและเคลื่อนที่ออกข้างมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมิถุนา​ยน​ ราคาเคลื่อนไหว​อยู่ในกรอบราคาประมาณ​ 4.50-5.30 มาหลายเดือน​ ก่อนที่จะเบรกกรอบนี้ได้ในวันที่​ 5 พฤศจิกายน​ โดยราคาปรับเพิ่มขึ้นถึง​ 8.91% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย​กว่า​ 100 ล้าน ซึ่งราคาหุ้นเพิ่งเกิดการเบรกกรอบในช่วงเปิดตลาดภาคบ่าย ​ตอนบ่าย​ 2 ครึ่ง​ แสดงว่า​ตลาดให้การตอบรับต่อ​ TACC  ในทางบวกหลังจากมีข่าวกระทงละเมิดลิขสิทธิ์ในช่วงเช้าของวัน​ หรือส่วนนึงอาจจะเป็นเพราะข่าวนี้ทำให้คนนึกถึงการมีตัวตขึ้นมาได้​​ก็เป็นได้

เอาเป็นว่า​พี่ทุยขอเอาใจช่วย​ทุกฝ่ายในเรื่องนี้นะ​ ขอให้ดราม่าเรื่องน้องเค้าคลี่คลายไว ๆ​ เทศกาลสนุก ๆ​ มีปีละครั้งอย่างนี้​ ทุกคนก็ควรได้สนุกกันมากกว่าละเนอะ แต่ก็สนุกกันอย่างมีชอบเขต แล้วถ้าเลือกได้ลองเปลี่ยนเข้าวัดทำบุญแทนการลอยกระทงก็ได้นะ เพราะเรื่องขยะหลังวันลอยกระทองเนี่ยเป็นปัญหาให้เห็นทุกปีเลย


Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: