“Masayoshi Son” ผู้ก่อตั้ง Softbank นักลงทุนแห่งโลกเทคโนโลยี

“Masayoshi Son” ผู้ก่อตั้ง Softbank นักลงทุนแห่งโลกเทคโนโลยี

3 min read  

ฉบับย่อ

  • “Masayoshi Son” นักลงทุนด้านเทคโนโลยีระดับตำนาน ซึ่งในโลกของ Venture Capital และ Tech Startup ก็คงไม่มีใครไม่รู้จัก “Softbank” ที่มีเขาเป็น CEO
  • SoftBank Group ลงทุนอยู่ในกว่า 1,302 บริษัท ซึ่งมาจากการกระจายการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยี และ Startup ชั้นนำทั่วโลก รวมถึงก่อตั้งกองทุน Vision Fund เพื่อลงทุนใน Startup มีมูลค่าสูงถึง 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • สิ่งที่น่าสนใจของ “Masayoshi Son” เลยก็คือ เขาเป็นคนแรก ๆ ที่ให้ทุนกับ Jack Ma ไปสร้าง Alibaba เว็บไซต์ขายส่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

ถ้าหากจะพูดถึงนักลงทุนด้านเทคโลยีในยุคนี้ คงต้องยกให้นักลงทุนชาวญี่ปุ่นคนนี้เลย “Masayoshi Son” เรียกได้ว่าเป็นนักลงทุนด้านเทคโนโลยีระดับตำนาน ซึ่งในโลกของ Venture Capital และ Tech Startup ก็คงไม่มีใครไม่รู้จัก “Softbank” บริษัทชั้นนำด้านโทรคมนาคมจากญี่ปุ่น ซึ่ง “Masayoshi Son” นี่แหละ คือผู้ก่อตั้ง ซึ่งกว่าจะโด่งดังมีผลงานต่าง ๆ มากมาย เขาคนนี้ผ่านอะไรมาไม่ใช่น้อย พี่ทุยจะพาไปทำความรู้จักกับเขากันในบทความนี้เลย

ประวัติของ “Masayoshi Son” ผู้ก่อตั้ง Softbank

ชื่อเดิมของเขาคือ Masayoshi Yasumoto เขาเป็นลูกชายของผู้อพยพชาวเกาหลี พ่อเป็นเกษตรกรเปิดร้านอาหารในแถบชนบทของญี่ปุ่น อยู่มาวันหนึ่งเขาได้พับกับไอดอลของเขา Den Fujita ผู้ก่อตั้งเชนร้าน Mcdonald’s Japan ซึ่งเป็นผู้แนะนำให้เขาไปเรียนหาประสบการณ์ต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ในวัย 16 ปี “Masayoshi Son” ได้บินไปเรียนต่อสหรัฐอเมริกาตามที่ไอดอลของเขาได้แนะนำ และเข้าเรียนมัธยมปลายที่โอ๊คแลนด์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เขาใช้เวลาสอบเทียบเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็เรียนจบ และศึกษาปริญญาตรีต่อทันทีที่ มหาวิทยาลัย Berkley ในสาขาเศรษฐศาสตร์ และ Computer Sceince ซึ่งระหว่างนั้นเองเขาก็ได้ฉายแววหัวธุรกิจแต่เด็ก เขามีนิสัยชอบจดบันทึกไอเดียนวัตกรรมที่เขาคิดได้ไว้ในสมุด ซึ่งในสมุดเล่มนั้นมีไอเดียต่าง ๆ มากกว่า 250 ไอเดียเลย จากนั้นเขาก็ได้สร้างอุปกรณ์ในการช่วยแปลภาษา ถึง 8 ภาษา ขายให้กับบริษัท Sharp เป็นเงินกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

แต่เขายังไม่หยุดยั้งแค่นี้ ได้นำเงินที่ได้มาไปต่อยอดโดยการนำเข้าตู้เกม Space Invader จากพ่อซึ่งทำธุรกิจร้านเกมในญี่ปุ่นมาขายในสหรัฐฯ เพื่อหารายได้เพิ่มอีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้แหละคือจุดเริ่มต้นในแวดวงธุรกิจของเขา

หลังจากที่เรียนจบหลักสูตร ในวัย 21 ปี เขาก็ไม่ได้คิดที่จะทำงานที่ไหน ได้นำเงินจากการขายตู้เกมราว 3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แล้วกลับญี่ปุ่นบ้านเกิด ใช้เวลาทั้งวันหมกตัวอยู่ในห้องสมุด ค้นคว้าและวิจัยสิ่งต่าง ๆ จนเมื่อผ่านไป 18 เดือน ในปี ค.ศ. 1981 เขาได้รู้จักกับ Sakamoto Ryoma ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจ และทำให้เขา ก่อตั้งบริษัท Softbank ได้สำเร็จ ในวัยเพียง 24 ปีเท่านั้น

ทำความรู้จักกับธุรกิจ Softbank

ในปี ค.ศ. 1981 Masayoshi Son ได้ก่อตั้ง Softbank ขึ้นมา ซึ่งเป็นบริษัทที่เริ่มต้นเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายซอฟต์แวร์รายแรกของญี่ปุ่น เป็นออฟฟิศขนาดเล็กที่มีพนักงานพาร์ทไทม์แค่เพียง 2 คนเท่านั้น บอกเลยว่าเส้นทางของเขาก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป ช่วงเดือนแรก ๆ บริษัทแทบจะไม่มีลูกค้า แม่จะออกอีเวนท์งานใหญ่ ๆ เพื่อแสดงสินค้าของตน แต่ผลตอบรับกลับไม่เป็นไปตามที่ต้องการ คือ มีผู้ผลิตซอร์ฟแวร์มากมายเดินทางมาร่วมงาน แต่ไม่มีใครเลือกที่จะมาเจรจาผ่าน Softbank เลย ทำให้เขาได้ทุนคืนมาเพียง 5 % เท่านั้น

จากนั้นไม่นานโชคก้อนใหญ่ก็พุ่งเข้าชน เมื่อ Joshin Denki บริษัทขายเครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 3 ของญี่ปุ่น ติดต่อต้องการหาซอฟต์แวร์ไปขายร่วมด้วย ซึ่งการร่วมธุรกิจครั้งนี้ Joshin Denki ขายทั้งคอมพิวเตอร์ ตู้เย็น ทีวี และให้ SoftBank ดูแลเรื่องของซอฟต์แวร์

ด้วยความมุ่งมั่นของ Masayoshi Son ทำให้ SoftBank ดูน่าเชื่อถือในสายตาลูกค้ารายเล็กรายใหญ่ โดยใช้เวลาเพียงแค่ 1 ปี SoftBank มีรายได้พุ่งสูงจากเดือนละ 10,000 เหรียญสหรัฐฯ เป็น 2.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หลังจากนั้น SoftBank ก็ได้กลายเป็นบริษัทตัวแทนจำหน่ายซอฟต์แวร์รายใหญ่ที่ใคร ๆ ต่างก็รู้จัก โดยมีลูกค้าเป็นดีลเลอร์มากกว่า 10,000 ร้านทั่วประเทศ

จนปี 1994 SoftBank บริษัท SoftBank ได้ออกสู่สาธารณะอย่างเป็นทางการ ด้วยกลยุทธ์ที่ประกาศก้องว่าจะเน้นเชิงรุกเพื่อ Take over ธุรกิจทั้งในและนอกญี่ปุ่น และได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ พร้อมธุรกิจในเครือที่เพิ่มขึ้น เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ บริษัทผู้จัดงานแสดงสินค้าเทคโนโลยี และการมีหุ้นในสถานีโทรทัศน์ Asahi TV ด้วย

การเกิดขึ้นของ SoftBank ได้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับธุรกิจ Telco ผู้ครองตลาดในญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน เช่น NTT, DoCoMo และรายย่อยอื่น ๆ เพราะเข้ามาบุกในตลาดอย่างแข็งแกร่ง ด้วยกลยุทธ์ที่ดี ส่งบริการที่ถูกกว่า แต่ก็มีช่วงที่ SoftBank เกือบจะล้มละลายเหมือนกันนะ เนื่องจาก “วิกฤตดอทคอม” ทำให้เขาต้องมีการปรับกลยุทธ์ต่าง ๆ ด้วยการเสี่ยงลดราคาค่าอินเทอร์เน็ตครั้งใหญ่ในปี 2001 เพื่อให้ดึงดูดผู้ใช้ ซึ่งกลยุทธ์นี้ได้ผล ทำให้บริษัทรอดพ้นและกลับมาดำเนินการตามปกติได้อีกครั้ง

ตอนนี้เขาได้แปรสภาพบริษัทมาเป็นบริษัทโฮลดิ้งยักษ์ใหญ่ ภายใต้บริษัท SoftBank Group รวมถึงก่อตั้ง Vision Fund หรือ กองทุนวิสัยทัศน์ 300 ปี เป็นกองทุนเพื่อลงทุนใน Startup มูลค่าสูงถึง 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ และปัจจุบัน SoftBank Group ลงทุนอยู่ในกว่า 1,302 บริษัท ซึ่งมาจากการกระจายการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยี และ Startup ชั้นนำทั่วโลก เช่น Uber บริษัทเรียกรถในอเมริกา, Didi Chuxing บริษัทเรียกรถในจีน, Arm Holdings บริษัทวิจัยพัฒนาชิป, WeWork บริษัทเช่าพื้นที่ Co-working Space และอีกหลาย ๆ บริษัท พี่ทุยจะพามาดูกันว่า บริษัท SoftBank เค้าทำรายได้จากสิ่งเหล่านี้ได้มากมายแค่ไหนกัน

รายได้ย้อนหลัง 3 ปี ของ SoftBank

ปี 2017 มีรายได้สุทธิ 8,901,004 ล้านเยน
ปี 2018 มีรายได้สุทธิ 9,158,765 ล้านเยน
ปี 2019 มีรายได้สุทธิ 6,093,548 ล้านเยน
ปี 2020 มีรายได้สุทธิ 6,185,093 ล้านเยน

เรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Masayoshi Son

เขาผ่านการลงทุนมามากมาย แต่ที่น่าสนใจเลยก็คือ เขาเป็นคนแรก ๆ ที่ให้ทุนกับ Jack Ma ไปสร้าง Alibaba เว็บไซต์ขายส่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน ในตอนนั้น บริษัทของ Jack Ma นั้นแทบจะไม่มีกำไร และมีพนักงานเพียงน้อยนิดเท่านั้น เรียกว่าเป็นการลงทุนที่เชื่อมั่นในตัวของ Jack Ma ล้วน ๆ เลย

และความเชื่อมั่นของเขาก็ส่งผลสำเร็จ เพราะในปัจจุบัน Alibaba สามารถทำกำไรให้เขาได้อย่างมากมาย เนื่องจาก Alibaba นั้นกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ แห่งหนึ่งของโลกในขณะนี้ก็ว่าได้

“อย่าจำกัดความคิดของตนเองไว้แค่ปัจจุบัน แต่จงมองให้ไกลออกไป…สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ที่นำความปลื้มปิติยินดีมาสู่โลกใบนี้”

นี่คือข้อคิดดีดีของ Masayoshi Son ที่พี่ทุยอยากจะมาเล่าให้ฟัง


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: