ทำความรู้จัก "Libra" สกุลเงินใหม่จาก Facebook

ทำความรู้จัก “Libra” สกุลเงินใหม่จาก Facebook

3 min read  

ฉบับย่อ

  • Libra เงินดิจิทัลใหม่จาก Facebook ที่เกิดมาเพื่อเป็น Global Currency
  • ข้อจำกัดของ Bitcoin นั้นมีราคาที่ผันผวนและเวลาในการทำธุรกรรมค่อนข้างนึง ทำให้ยากในการมาใช้ซื้อขายจริง
  • Libra ถูกออกมาให้เป็น Stable Coin ราคาไม่ผันผวน ด้วยการยึดกับสินทรัพย์ที่มีมูลค่า และได้รับการร่วมมือจากบริษัทยักษ์ใหญ่ ทำให้ง่ายต่อการนำมาใช้แลกเปลี่ยน
  • เนื่องจาก Libra นำทีมโดย Facebook ทำให้กังวลเรื่องความปลอดภัยด้านข้อมูล อีกทั้งรัฐก็กังวลเรื่องการโอนเงินข้ามประเทศหรือฟอกเงินอีกด้วย
  • ธุรกิจที่อาจจะกระทบหาก Libra ถูกนำมาใช้ ที่ถูกกระทบตรงคงหนีไม่พ้น Exchange rate อย่าง Western Union ส่วนธุรกิจออนไลน์ต่างๆคาดว่าจะได้รับผลดีและเติบโตสูงขึ้น เพราะไม่มีกำแพงการแลกเปลี่ยน ทำให้ฐานลูกค้ากว้างขึ้น
  • ล่าสุดรัฐสภาสหรัฐฯได้ประกาศหยุดการพัฒนา Libra จนกว่าจะมีคณะกรรมการและกฏหมายกำกับดูแล Crypto Currency

หลังจากกระแส Bitcoin เงียบหายไปช่วงนึง ตอนนี้ Facebook ได้ประกาศจะสร้างเหรียญ “Libra” ขึ้นมาเพื่อเป็น Global Currency หรือสกุลเงินที่ใช้ร่วมกันทั่วโลก เพื่อทำลายข้อจำกัดในการแลกเปลี่ยนเงินระหว่างประเทศและลดค่าธรรมเนียมจากการแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้น เป็นสกุลเงินใหม่ที่ใช้เป็นตัวแทนการของโลก ไม่ต่างจากการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารข้ามประเทศเลยทีเดียว

สถานการณ์ Bitcoin ในปัจจุบันและข้อจำกัด

หลังจากเป็นกระแสอยู่พักใหญ่ Bitcoin ที่สร้างเศรษฐีหน้าใหม่เป็นจำนวนมาก จนคนต่างแห่กันเข้าไปเกร็งกำไรจนราคาไปไกลจากมูลค่าไปมาก ก็เกิดการแห่ขายทำกำไรจนมูลค่าหายไปเกินครึ่งจากราคาสูงสุด และถึงแม้จะเป็น Crypto currency สกุลเงินหลักแต่ก็มีข้อจำกัดอยู่มาก ทั้งราคาที่ผันผวนและเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน ทำให้เมื่อเราอยากนำมาใช้เมื่อแลกเปลี่ยนก็จะไม่ทราบว่าราคา ณ ปัจจุบันนั้นอยู่ที่ราคาเท่าไหร่ การนำ Bitcoin มาแลกเปลี่ยนซื้อขายกันจึงเป็นเรื่องยาก และเหมาะในการลงทุนในการสะสมมูลค่ามากกว่านำมาเพื่อซื้อขาย

อีกทั้งข้อจำกัดในด้านเวลาในการทำธุรกรรม 1 ธุรกรรมต้องใช้เวลาในการยืนยันนานและหากต้องการความเร็วก็อาจจะต้องเสียค่าธรรมเนียมที่ค่อนข้างสูง ทำให้ปัญหาเหล่านี้เหมือนเป็นเพดานที่ทำให้ Bitcoin ไม่สามารถก้าวข้ามผ่านและสามารถนำมาใช้จริงได้อย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวัน

ปัจจัยที่อาจทำให้ “Libra” เป็นเหรียญที่ประสบความสำเร็จ

Libra นั้นถูกออกแบบมาให้เป็น Stable Coin หรือเหรียญที่มีมูลค่าไม่ผันผวน ดังนั้น เหรียญ “Libra” ไม่ได้เกิดมาเพื่อซื้อเก็งกำไร จะไม่ได้มีราคาขึ้นลงหรือเพิ่มสูงขึ้นในอนาคตเหมือนรถๆไฟเหาะแน่นอน ทำให้การแลกเปลี่ยนเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น และการแลกเหรียญกลับเป็นเงินสดหรือสกุลที่เราใช้ในชีวิตประจำวันก็ง่ายเล่นเดียวกัน โดยการที่จะทำให้เหรียญนั้นราคาไม่ผันผวน จะทำการดยึดกับสินทรัพย์ที่มีมูลค่า (Multi-assets back) ซึ่งรายละเอียดนั้นในปัจจุบันยังไม่ได้มีข้อมูลที่ชัดเจน

Libra เป็นการจับมือของยักษ์ใหญ่ทางด้านการเงินและเทคโนโลยี 28 องค์กร นำโดย Facebook และยังมีบริษัทธุรกรรมการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง Visa, Paypal, Mastercard, Stripe ผู้ให้บริการผ่านระบบออนไลน์อย่าง Uber, Spotify, Booking, eBay และอีกหลายบริษัท โดยที่ในทุกวันนั้นแทบทุกคนจะต้องใช้บริการผ่านบริษัทเหล่านี้อยู่แล้ว การเข้ามาของ Libra ที่จะเป็นค่าเงินที่ใช้ในชีวิตประจำวันจึงยิ่งเป็นเรื่องที่ง่ายและใกล้ตัวมาก

รายชื่อบริษัทที่เป็นพันธมิตรกับ Libra

Investment

  • Andreessen Hotowitz
  • Creative Destruction Lab
  • Thrive Capital
  • Rabbit Capital
  • Union Square Ventures

Blockchain

  • Coinbase
  • Xapo
  • Anchorage
  • BisonTrails

Social Media

  • Calibra
  • Facebook

Telecommunication

  • Iliad
  • Vodafone

e-Commerce

  • Farfetch
  • Ebay
  • Mercado libre

Non-Profits

  • Women/s World Banking
  • Kiva
  • MercyCorps

Ride-Share

  • Uber
  • Lyft

Music

  • Spotify

Travel

  • Booking

Payment

  • Mastercard
  • PayU
  • Paypal
  • Stripe
  • Visa

สิ่งที่หลายคนกังวลเกี่ยวกับเหรียญ Libra

เนื่องจาก Libra นี้มีแม่งานเป็น Facebook และจากประวัติย้อนหลังของการเก็บข้อมูลลูกค้าและการนำข้อมูลไปใช้ของ Facebook ทำให้หลายๆคนกังวลว่าการทำธุรกรรมผ่านเหรียญ Libra ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้จะส่งผลต่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ และถึงแม้จะมีการประกาศการร่วมมือของหลายๆบริษัทเพื่อมาแทรกแซงการทำงานของ Facebook ก็ยังมีหลายๆคนไม่สบายใจเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลของตนอยู่ดี

อีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนกังวลของเหรียญ Libra นี้เกิดจากความสะดวกสบายในการแลกเปลี่ยน การแลกเปลี่ยนจึงเกิดขึ้นง่ายและยากที่จะทำการตรวจสอบ อาจเป็นการเปิดทางให้เหล่าธุรกิจมืดในการใช้ประโยชน์จากส่วนนี้ในการฟอกเงินให้เงินที่ผิดกฏหมายกลายเป็นเงินสะอาดได้ง่ายและใช้เวลาที่สั้นมาก

Libra จะมากระทบอุตสาหกรรมไหนบ้าง

ในด้านที่ดีเลย Libra กระทบธุรกิจเป็นวงกว้างมากในส่วนของธุรกิจที่ได้รับผลประโยชน์ตรงๆคือธุรกิจออนไลน์ทั้งสินค้าและบริการสื่อหรือการค้าขายออนไลน์จะเปิดกว้างและสะดวกสบายมากขึ้น เพราะกำแพงของการแลกเงินข้ามประเทศนั้นจะน้อยลงและทุกอย่างง่ายขึ้น โอกาสในการเกิดธุรกรรมซื้อขายต่างประเทศก็จะเกิดมากขึ้นอย่างชัดเจน

ในอีกด้านหนึ่งธุรกิจที่ทำเกี่ยวกับ Exchange rate อย่าง Western Union ที่ทำระบบรับส่งเงินข้ามประเทศ จะถูกกระทบอย่างรุนแรง ถ้าใครเคยสั่งของจากต่างประเทศหรือทำงานที่ต่างประเทศจะรู้ว่าบริการของ Western Union สะดวกรวดเร็วแต่ก็มีค่าธรรมเนียมที่ไม่น้อยเลยทีเดียว อีกทั้งเม็ดเงินที่แลกเปลี่ยนระหว่างประเทศทั่วโลกต่อปีมีจำนวนมหาศาลมาก หาก Libra สามารถทำลายกำแพงการแลกเปลี่ยนและลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการแลกเงินลงไปได้ ก็จะกระทบธุรกิจ Exchange Rate อย่างมหาศาลเลยทีเดียว

นอกจากธุรกิจแล้วก็ยังอาจจะกระทบต่อระบบของรัฐหรือธนาคารกลางอีกด้วย เพราะด้วยระบบที่ทันสมัยและง่ายขึ้น คุณค่าของสกุลเงินที่ใช้อยู่ในแต่ละประเทศก็อาจถูกกระทบได้เช่นกัน อีกทั้งประชากรใน Facebook เองนั้นมีมากกว่า 2 พันล้านคน ยังไม่รวมผู้ใช้งานจากธุรกิจพันธมิตรต่างๆอีกด้วย

แต่ล่าสุดรัฐสภาสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ให้ Facebook เลื่อนการพัฒนาโครงการ เพราะถึงแม้จะเป็นการเปลียนโลกครั้งใหญ่และบริษัทยักษ์ใหญ่เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก แต่เข้ามาของ Libra อาจจะกระทบทั้งระบบธุรกิจการเงินและระบบของรัฐในหลายๆประเทศ ซึ่งอาจขัดผลประโยชน์หรืออาจจะผิดกฏหมายในหลายๆประเทศอีกทั้งกฏหมายในปัจจุบันยังไม่ครอบครุมและสามารถคุ้มครองผู้บริโภคและความเสี่ยงด้าน Cyber Security อีกด้วย เป็นให้ทางรัฐสภาสหรัฐฯต้องการให้หยุดการพัฒนา Libra ก่อนจนกว่าจะสามารถตั้งหน่วยกำกับและร่างกฏหมายที่เกี่ยวข้องเสร็จ และ ผู้บริหาร Facebook ต้องเข้ามาให้การประเด็นเหล่านี้ต่อคณะกรรมการ


Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: