"Family Mart" เป็นยังไง หลัง Central เข้าถือหุ้น 100%

“Family Mart” เป็นยังไง หลัง Central เข้าถือหุ้น 100%

3 min read  

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

ข่าวใหญ่ในช่วงที่ผ่านมาของ “Family Mart” คือ การถอนตัวของ Japan Family Mart ออกจากประเทศไทย โดยมี CRC (Central Retail Corporation) หรือเครือ Central ซื้อหุ้นคืนไป

โดยสัดส่วนหุ้นก่อนการถอนตัวจาก JFM นั้น คือ
JFM ถือหุ้น 49%
SFMH (SFM Holding) ถือหุ้น 50.65%
RBS (Robinson) ถือหุ้น 0.35%

ทั้ง CRC และ SFMH เป็นบริษัทลูกที่ถือหุ้นโดย Central เมื่อ JFM ขายหุ้นให้กับกลุ่ม CRC ทำให้สัดส่วนหุ้น แฟมิลี่ มาร์ท ในปัจจุบันเป็น CRC 49% SFMH 50.65% หรืออีกมุมนึงคือหุ้นแทบทั้งหมดจะเป็นของ Central แบบ 100% เลยทีเดียว

สงครามตลาดค้าปลีกขนาดเล็ก

ในมุมของตลาดค้าปลีกนั้น ค้าปลีกขนาดเล็กถือว่าเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตดีที่สุด สิ่งที่เป็นตัวยืนยันได้ชัดเจนเลยคือ บริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่ขยับเข้ามาจับจองพื้นที่ค้าปลีกขนาดเล็กกัน อย่าง Big C ที่ทำ Mini Big C ออกมา หรือ Tesco Lotus ก็ส่ง Tesco Lotus Express มาลงตลาดนี้

สิ่งที่ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนนี้เกิดจากการที่ผู้บริโภคต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น และการไปซื้อของในร้านค้าปลีกขนาดใหญ่นั้นเป็นเรื่องยากขึ้น คนเปลี่ยนมาพักอาศัยที่คอนโดมิเนียม เพราะเกิดจากปัญหาจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

ทำให้น้อยคนนักที่ยอมขับรถฝ่ารถติดเป็นชั่วโมงเพื่อไปซื้อของจำเป็นไม่กี่อย่าง ร้านค้าปลีกที่ใกล้ลูกค้าที่สุดอย่างค้าปลีกขนาดเล็กจึงเป็นจุดที่ตอบสนองลูกค้าได้ดีที่สุดในช่วงที่ผ่านมา โดยปัจจุบันค้าปลีกขนาดเล็กอันดับ 1 ก็คงต้องยกให้กับ 7-Eleven

จำนวนสาขาของร้านค้าปลีกขนาดเล็ก

7-Eleven 12,000 สาขา
Tesco Lotus Express 2,200 สาขา
Family Mart 1,200 สาขา
Mini Big C 1,000 สาขา
Lawson 108 100 สาขา (โดยประมาณ)

จุดยืนของแบรนด์สะดวกซื้อ

สำหรับแฟมิลี่ มาร์ท และ 7-Eleven นั้นมีข้อได้เปรียบจากการที่มีบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Central และ CPALL ดูแลอยู่ ซึ่งบริการต่าง ๆ สามารถ Synergy กับธุรกิจอื่น ๆ ได้ รวมถึงการมี Tools และ Know How ประสบการณ์ต่าง ๆ ทำให้แบรนด์ดู Premium อย่าง แฟมิลี่ มาร์ท ก็มีระบบ The 1 ในเครือ Central ส่วน 7-Eleven ก็มี True Wallet ที่สามารถเชื่อมการจ่ายเงินภายในเครือของตัวเองได้

แต่แฟมิลี่ มาร์ท ก็ยังคงเสียเปรียบอยู่ จากการที่ 7-Eleven นั้นมีสาขามากกว่าเกือบ 10 เท่า ทำให้ภาพจากมุมผู้บริโภคนั้นเมื่อนึกถึงร้านสะดวกซื้อจึงคิดถึง 7-Eleven ก่อนเพราะมันมีเกือบทุกที่จริง ๆ

ทางด้านของ Lawson 108 ด้วยการที่จะไปวิ่งแข่งเรื่องจำนวนสาขากับ 7-Eleven นั้นคงเป็นเรื่องยาก เพราะมีจำนวนต่างกันกว่า 100 เท่า จึงโฟกัสไปที่การเลือกทำเลในตัวเมืองเป็นหลัก 

และจุดยืนในการเลือกสินค้า อย่างสินค้าแบรนด์ญี่ปุ่น หรืออาหารญี่ปุ่นทานเล่น สร้างภาพลักษณ์ให้การเข้ากับร้าน Lawson 108 เหมือนการไปร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่น

“Family Mart” เร่งขยายสาขา

หลังจากที่ Central ได้หุ้นมาครบ 100% นั้น ทำให้ Central สามารถวางกลยุทธ์และวางแผนได้คล่องตัวมากขึ้น และเริ่มเดินเกมปรับทิศทางขยับขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีก 100 สาขา โดยผ่านระบบ Franchise แบบที่แฟมิลี่ มาร์ท ถนัด

โดยผู้ที่สนใจร่วมลงทุนกับแฟมิลี่ มาร์ท นั้นเริ่มต้นลงทุนเพียง 4.4 แสนบาท และจะได้รับการสนับสนุนทางด้านที่ปรึกษาธุรกิจ การันตีรายได้ขั้นต่ำให้กับผู้ลงทุน พร้อมบริการสินเชื่อการลงทุนจากธนาคารต่าง ๆ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้มีผู้สนใจลงทุนและสามารถขยายสาขาได้อย่างรวดเร็ว

การวางแผนขยายสาขานี้หากมองในมุมความเสี่ยงของแฟมิลี่ มาร์ทนั้นจะมีความเสี่ยงเพียงเงินการันตีรายได้ขั้นต่ำที่แฟมิลี่ มาร์ทได้ตั้งไว้ให้กับผู้ลงทุน โดยแฟมิลี่ มาร์ทลงทุนแค่ระบบที่มีอยู่แล้วและที่ปรึกษาทางด้านการลงทุนเท่านั้น 

ซึ่งหาก แฟมิลี่ มาร์ท สาขาใหม่นั้นทุกสาขาสามารถทำกำไรทะลุการันตีรายได้ขั้นต่ำได้นั้น ก็แทบไม่ต้องแบกภาระอะไรเลย เพราะเงินลงทุนหลักเป็นการลงทุนจากลูกค้า ทำให้สามารถเร่งการขยายสาขาได้เต็มศักยภาพ

แฟมิลี่มาร์ท มีหุ้นเพิ่มขึ้น การขาดทุนก็เพิ่มขึ้น

หนึ่งในปัญหาที่อาจทำให้ Japan Family Mart (JFM) ยอมถอนตัวออกจากการแข่งขันในไทย คือ แฟมิลี่ มาร์ท เจอปัญหาขาดทุนมาหลายปีแล้ว และเมื่อหุ้นครึ่งหนึ่งนั้นเป็นของ JFM และอีกครึ่งเป็นของเครือ Central ทำให้ส่วนที่ขาดทุนนั้นก็ถูกแบ่งกันคนละครึ่ง

การที่เครือ Central เข้าซื้อหุ้นมาครบ 100% ทำให้ต้องแบกภาระขาดทุนเต็ม ๆ แลกกับการควบคุมการบริหารทั้งหมดในกิจการ ดังนั้น การที่เครือ Central ยอมซื้อธุรกิจที่ขาดทุนอยู่อย่างต่อเนื่องต้องมีแผนที่จะนำธุรกิจมาพัฒนาอย่างแน่นอน

ผลประกอบการย้อนหลังบริษัท เซ็นทรัลแฟมิลี่มาร์ท จำกัด

"Family Mart" เป็นยังไง หลัง Central เข้าถือหุ้น 100%

จะเห็นได้ว่าในปี 2019 แฟมิลี่ มาร์ท เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น มีผลประกอบการขาดทุนที่ลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง ถึงแม้รายได้จะหดตัวลงก็ตาม สิ่งที่น่ากังวล คือ แฟมิลี่ มาร์ท จะรีบมือได้ดีแค่ไหนหลังการเข้ามาของธุรกิจ e-Commerce ที่แย่งส่วนแบ่งการตลาดของทั้งธุรกิจค้าปลีกและร้านสะดวกซื้อ 

ทำให้ในมุมเจ้าของแฟรนไชส์อย่าง Central เองก็ต้องปรับกลยุทธ์ให้สามารถรับมือกับการแข่งขันที่นอกจากจะมีคู่แข่งยักษ์ใหญ่โดยตรงอย่าง 7-Eleven แล้ว ก็ต้องพัฒนาบริการให้ไม่เสียเปรียบธุรกิจ e-Commerce ที่เข้ามา Disrupt ด้วยเช่นกัน


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: