"EVE AND BOY" สาขาน้อย แต่กำไรร้อยล้าน

“EVE AND BOY” สาขาน้อย แต่กำไรร้อยล้าน

3 min read  

ฉบับย่อ

  • อีฟแอนด์​บอยมีจุดเริ่มต้นมาจากธุรกิจ​โชว์​ห่วย​ สาขาแรกเริ่มที่จังหวัดมหาสารคาม​ เนื่องจาก​ “คุณบอย​ หิรัญ​ ดันมิตร” เห็นว่าเครื่องสำอางเป็นสินค้าที่มีอัตรากำไร (Net Profit Margin) สูงกว่าสินค้าประเภทอื่น ๆ​
  • อีฟแอนด์​บอยมีกำไรสุทธิ​ในปี​ 2560​ เท่ากับ 156 ล้านบาทและในปี​ 2561​ มีกำไรสุทธิ​ 581 ล้านบาท​ แต่ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็น​เมื่อเทียบกับรายได้จะเป็น​ 56% และ​ 20.42% ตามลำดับ
  • มีหลายปัจจัยด้วยกันที่ทำให้อีฟแอนด์​บอยประสบความสำเร็จ​ เช่น​ ราคาถูก​ มีความหลากหลาย​ การเก็บข้อมูล​ลูกค้าเเละเสนอสินค้าให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย​ การวางขายสินค้าพิเศษที่มีเฉพาะที่​อีฟแอนด์​บอยเท่านั้น​ และการเข้าถึง​ Social Media

ถ้าพูดถึงสถานที่ที่เป็นเหมือนกันฝันร้ายของหนุ่ม ๆ แต่เป็นกลับสถานที่สุดโปรดปรานของสาว ๆ​ หลายคนคงไม่ต้องเสียเวลานึกกันนาน​ นั่นก็คือ​ “EVE AND BOY” ไงจะใครล่ะ!​ เพราะสาว ๆ​ มักจะหายเข้าไปในร้านเครื่องสำอางร้านนี้นานหลายชั่วโมง​ จนกลัวว่าเธอจะหลงทางหรือข้างในมีเขาวงกตอะไรสักอย่าง​ แถมช่วยเลือกก็ไม่ได้ เลือกแล้วก็ไม่เอาอีกต่างหาก

มีสิ่งนึงที่น่าสนใจในมุมนักลงทุนแบบพี่ทุย เพราะว่าตอนที่มีการเปิดเผยรายได้และกำไรของอีฟแอนด์​บอยนี้ก็ทำเอาทุกคนฮือฮามาก​ เพราะเป็นตัวเลขที่สูงถึง​ 156​ ล้าน​บาทสำหรับในปี 2560​​ แต่ใครที่คิดว่าแน่คิดว่าตัวเลขนี้สูงมากพอแล้วก็ต้องจ๋อยสนิท เมื่อเทียบกับรายได้และกำไรของปี 2561 ด้วยตัวเลขรายได้​ 2,846 ล้านบาท​ และกำไรสุทธิ​ที่​ 581 ล้านบาท

อะไรคือสิ่งที่ทำให้ร้านเครื่องสำอางแห่งนี้​ มีรายได้และกำไรมากมายขนาดนี้กันนะ​ มาดูกันตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเค้าเลยดีกว่า

ก่อนที่จะขึ้นไปยืนชมวิวที่ยอดเขาได้​ EVE AND BOY เริ่มปีนจากตีนเขาก่อน

ก่อนที่จะมาเป็นร้านเครื่องสำอางขนาดใหญ่​ที่มี​ถึง​ 13​ สาขาทั่วไทยและมีกำไรงาม​อย่างทุกวันนี้ จุดเริ่มต้นก้าวเเรกของ EVE AND BOY มาจากร้านโชว์ห่วยที่เปิดในตึกแถวธรรมดาในจังหวัดมหาสารคาม​ ร้านอีฟแอนด์บอยนี้คลอดมาจากการที่​ “คุณบอย​ หิรัญ​ ดันมิตร” สังเกตว่า​ สินค้าหลากหลายที่ขายอยู่ในร้านโชว์ห่วยซึ่งเป็นกิจการของครอบครัวนั้น​ล้วนมีอัตรากำไรไม่สูงนัก​ ต้องเน้นขายปริมาณมาก ๆ​ ถึงจะได้เงินเป็นกอบเป็นกำ แต่มีสินค้าประเภทนึงที่มีอัตรากำไร (Net Profit Margin) สูงกว่าเพื่อน​ ประมาณ​ 8-10% เลย​ คือ​ เครื่องสำอางนั่นเอง​ จึงร่วมมือกับพี่สาวเปิดร้านอีฟแอนด์​บอยสาขาแรกขึ้นมาที่​มหาสารคาม

ชื่อร้าน​ “อีฟแอนด์​บอย” ก็มาจากชื่อของผู้ก่อตั้งสองพี่น้องอย่างคุณบอยเเละคุณ​อีฟ​ พี่สาวนั่นเอง

รายได้และกำไรสุทธิ​ของ EVE AND BOY

  • รายได้รวม
    ปี​ 2560​ มีรายได้​ 1,636,199,548 ล้านบาท
    ปี​ 2561​ มีรายได้​ 2,846,145, 298 ล้านบาท
    คิดเป็นรายได้เพิ่มขึ้น​ 74% ต่อปี
  • กำไรสุทธิ
    ปี​ 2560​ มีกำไรสุทธิ​ 156,552,534 ล้านบาท
    ปี​ 2561​ มีกำไรสุทธิ​ 581,208,702 ล้านบาท
    คิดเป็นกำไรสุทธิ​เพิ่มขึ้น​ 370% ต่อปี

เราจะเห็นตัวเลขที่น่าสนใจมาก ๆ เลยก็คือ “อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin)”

อัตรากำไรสุทธิของอีฟแอนด์​บอยเมื่อเทียบกับรายได้รวมในปี​ 2560​ คิดคร่าวๆ​ เท่ากับ​ 9.56% และเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 20.42% ในปี 2562 !! บอกได้เลยว่าอย่างโหด (ฮ่า) การเปิดสาขาเพิ่มหลายสาขาตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ที่ถือว่าตอบโจทย์กลุ่มตลาดได้แบบเต็ม ๆ

แล้วอะไรกันที่ทำให้อีฟแอนด์​บอยได้ใจสาว ๆ​ ?

1. ราคาถูก

ปกติ​แล้วเครื่องสำอางมักมีอัตรากำไรที่ค่อนข้างสูงกว่าสินค้าประเภทอื่นๆ​ อยู่เเล้ว​ คือประมาณ​ 30% แต่อีฟแอนด์​บอยเน้นขายสินค้าราคาถูก​กว่าที่อื่น​ โดยยอมลดกำไรตัวเองลงมาอยู่ที่​ 10% เท่านั้น​ แค่ด้านราคาก็ได้ใจสาว ๆ​ ไปส่วนนึงเเล้ว​ แต่พี่ทุยมองว่านี่ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ร้านแห่งนี้เป็นโอเอซิสแห่งเครื่องสำอาง​

2. ความหลากหลาย

ร้านที่มีของเยอะย่อมดึงดูดลูกค้ามากกว่า​ เพราะสามารถซื้อครบจบในที่เดียว​ รถติดระดับกรุงเทพ​ คงไม่มีอารมณ์​สุนทรีย์ไปหลายๆ​ ที่หรอกเนอะ

3. มีสินค้าพิเศษ​ที่มีขายเฉพาะที่อีฟแอนด์​บอยเท่านั้น

ไม่ว่าจะเพศหรือวัยไหนโดยเฉพาะผู้หญิง​ย่อมแพ้คำว่า​ “Limited Edition” คำ ๆ ​นี้สร้างสภาวะขาดแคลนทางเศรษฐศาสตร์​อย่างปลอม ๆ ได้อย่างโหดร้ายมาก แนวโน้มจะทำให้ผู้บริโภค​รีบกระโจนเข้าซื้อของที่ไม่จำเป็นกับเค้าเลย​ เพียงเพราะว่าของนั้น ๆ​ จะขาดตลาดในอนาคต​ ถ้ามีเราจะดูพิเศษ​อะไรอย่างนี้ ซึ่งอีฟแอนด์​บอยก็ออกเครื่องสำอางร่วมกับเเบรนด์ต่างๆ​ และมีวางขายพิเศษเฉพาะที่ร้านเท่านั้น​ เป็นการส่งสัญญาณ​เรียกให้ลูกค้ามาช็อปที่ร้าน​ และแน่นอนว่าเมื่อลูกค้ามาซื้อของ​นั้น ๆ​ แล้วก็ย่อมซื้อสินค้าตัวอื่น ๆ​ ติดมือไปด้วย

4. มีการเก็บข้อมูล​ลูกค้า

เคยสังเกตกันมั้ยว่า​ เวลาที่เราเสิชหาสินค้าอะไรในกูเกิ้ล​ มักจะขึ้นมาเสนอขายให้เราในเฟซบุ๊ก​ สิ่งนี้เรียกกันว่า​ “Algorithm” ซึ่งจะทำหน้าที่จับความสนใจเราและเสนอขายสิ่งนั้น ๆ​ อีฟแอนด์​บอยเองก็มี​ Algorithm เช่นกัน​ แต่เป็น​ Algorithm บุคคล​ โดยทุกสิ้นวัน​พนักงานในร้านจะมาประเมินกันว่า​ สินค้าตัวไหนขายดี​ สินค้าตัวไหนลูกค้าถามถึงบ่อยนะ​ แล้วก็จะเอามาวางเด่น ๆ​ ยั่วสาว ๆ​ นั่นเอง​ แยบคายมั้ย​ นี่ร้ายไม่แพ้เฟซบุ๊กเลยนะ เราอยากได้อะไร อยากลองอะไร รีบส่งโฆษณาสินค้ามาทันทีเลย

5. เข้าถึง​ social media

ยุคนี้​โฆษณา​ฟรีที่ได้ผลมากๆ ​ เลยคือ​ การบอกแบบปากต่อปาก (Word​ ​of Mouth) ยิ่งเป็นที่เกรียวกราวใน Social Media ยิ่งขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยล่ะ​

มาติดตาม​กันต่อไปนะ​ว่าร้านเครื่องสำอางงีบแอนด์​คอย​ เอ้ย​ อีฟแอนด์​บอยนี้จะเป็นยังไงต่อไป​ ร้านเค้าจะไปในทิศทางไหนเป็นเรื่องที่เรา ๆ​ ยังได้แต่คาดเดา​ แต่เรื่องที่หนุ่ม ๆ​ สามารถ​รู้ได้เลยเเบบไม่ต้องคาดเดาคือ​ การรอคอยอันยาวนานข้างหน้าร้านเวลาที่แม่​ พี่สาว​ น้องสาวหรือแฟนเดินหายเข้าไปช็อปปิ้งเนี่ยแหละ​

เอาเป็นว่า​ สู้ ๆ​ นะ พี่ทุยเป็นกำลังใจ แต่พี่ทุยว่าจริง ๆ เค้าน่าจะทำการตลาดหรือมีโปรโมชั่นให้กับหนุ่ม ๆ ไปยืนรอบ้างนะ ฮือออออ อยากอะไรให้กิน แจกน้ำให้ดื่ม หรือจัดเลาจน์ให้หนุ่ม ๆ เท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าไปอะไรแบบนี้

ปล. เลาจน์ที่เสริฟเครื่องดื่มนะอย่าคิดไกล (ฮ่า)


Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: