“Evan Spiegel” เจ้าของ Snapchat นักธุรกิจที่อายุน้อยที่สุดแห่งวงการไอที

“Evan Spiegel” เจ้าของ Snapchat นักธุรกิจที่อายุน้อยที่สุดแห่งวงการไอที

3 min read  

ฉบับย่อ

  • “Evan Spiegel” ได้สร้างแอปพลิเคชัน Snapchat ด้วยวัยเพียง 21 ปี และถูกจัดอันดับในปี ค.ศ. 2016 ว่าเป็นมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดในโลก
  • แอปพลิเคชัน Snapchat เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ Mark Zuckerberg เจ้าของ Facebook มาขอซื้อ Snapchat ด้วยมูลค่ากว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ Evan Spiegel กลับปฎิเสธด้วยเหตุผลว่าเป็นเงินที่น้อยจนเกินไป
  • ปี 2020 Fast Company จัดอันดับให้ “Snap” บริษัทแม่ของแอปพลิเคชัน Snapchat เป็นบริษัทที่มีนวัตกรรมมากที่สุดในโลกอันดับ 1

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

ในช่วงที่ Facebook กำลังบูม มีใครรู้บ้างว่าในตอนนั้นก็มีคู่แข่งที่ Mark Zuckerberg ยังต้องกลัวถึงกับขนาดมีการไปคุยเพื่อซื้อมาลงทุน นั่นก็คือแอปพลิเคชันส่งรูปภาพอย่าง Snapchat นั่นเอง ซึ่งผู้ก่อตั้งคือ Evan Spiegel หนุ่มหล่อดีกรีคู่ควงนักร้องดัง Taylor Swift และมีอายุน้อยที่สุดในวงการไอที วันนี้พี่ทุยจะพาไปทำความรู้จักกับเขาคนนี้กัน

ทำความรู้จักกับ “Evan Spiegel” ผู้ก่อตั้งแอปพลิเคชัน Snapchat

Evan Spiegel  เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายฝรั่งเศส เป็นคนผิวขาว บ้านมีฐานะ ได้รับการศึกษาดี โดยมีแม่เป็นนักกฏหมายจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และพ่อเป็นนักกฏหมายจากมหาวิทยาลัยเยล ซึ่งเขาใช้ชีวิตแบบลูกคนรวยคนหนึ่ง รถยนต์คันแรกที่เขาได้ตอนอายุ 16 เป็น Cadillac Escalade สีดำ ต่อมาเขาให้พ่อแม่ซื้อ BMW 550i มูลค่าราว ๆ 75,000 เหรียญสหรัฐฯ มาขับเล่น อีกทั้งยังเป็นพวกชอบเที่ยว ปาร์ตี้ เล่นกีฬาตามชายหาด หรือเล่นสกีแถบยุโรป ซึ่งไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเขาค่อนข้างหรูหรา เขาเคยพูดว่า “ผมโชคดีมาก ๆ ที่มีชีวิตที่ดี แถมประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ใช่แล้วมันไม่ยุติธรรมเลยเมื่อเทียบกับชีวิตของคนอื่น”

ซึ่ง Evan Spiegel เขาไม่ได้มีดีแค่รวยอย่างเดียวนะ แต่เขายังเก่งอีกด้วย โดยได้ศึกษาเล่าเรียนเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และสามารถสร้างคอมพิวเตอร์เครื่องแรกเป็นของตัวเอง ตอนที่อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรียกได้ว่าฉายแววอัจฉริยะตั้งแต่เด็ก ๆ เลย หลังจากที่พ่อกับแม่ของเขาเริ่มแยกทางกัน เขาก็ได้อาศัยอยู่กับพ่อจนถึงตอนที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัย และได้ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ในสาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งในระหว่างการเรียนที่นี่เขาก็ได้รับโอกาสทำงานที่ Intuit ในเรื่องการทำระบบ Txtweb และเรียนรู้เรื่อง Content  แถมยังได้เจอกับเพื่อนผู้ร่วมก่อตั้งแอปพลิเคชัน Snapchat อีกด้วย

แอปพลิเคชัน Snapchat เกิดขึ้นได้อย่างไร

แอปพลิเคชัน Snapchat ถือกำเนิดขึ้นในปี 2011 ตอนนั้นเขามีอายุเพียง 21 ปี ระหว่าง เรียนโปรดักส์ดีไซน์ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ก็ได้พบกับ Bobby Murphy และ Reggie Brown ซึ่งทั้งสามคนก็ได้ร่วมพัฒนาแอปพลิเคชัน Snapchat ขึ้นมา แต่ตอนแรกใช้ชื่อว่า Picaboo เพื่อจะให้เข้ากับโลโก้ของแอปพลิเคชันเป็นเหมือนผีฝรั่งหน้าตาน่าเอ็นดู โดยเอาไปเสนอนักลงทุน แต่นักลงทุนก็ไม่เข้าใจในในระบบของ Picaboo

ในตอนนั้นเจ้าของไอเดียอย่าง Reggie Brown มอง Picaboo เป็นเครื่องมือส่งข้อความทางเพศหรือรูปล่อแหลมต่าง ๆ ที่หายไปได้ระหว่างหนุ่มสาว ซึ่ง Picaboo เปิดตัวในปี 2011 มีคนใช้จริง ๆ แค่ 127 คน ทำให้แต่ละคนนั้นต้องหาทางออกและทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างทีมขึ้นมา Reggie Brown นั้นเกิดความคิดว่าทั้ง Evan Spiegel และ Bobby Murphy ควรปลดตัวเองลง ทำให้มีการเริ่มเรียกร้องหุ้นของบริษัท 30% ซึ่งทาง Evan Spiegel และ Bobby Murphy เห็นว่า Reggie Brown ไม่ควรทำสิ่งนี้ เป็นเหตุให้ทะเลาะกันจน Evan Spiegel ตัดการติดต่อสื่อสารของ Reggie Brown และใช้กฎหมายในการยุติคดีทั้งหมด

เมื่อเหลือ 2 คน Evan Spiegel และ Bobby Murphy ก็ได้เปลี่ยนชื่อ Picaboo เพราะซ้ำกับบริษัทหนังสือภาพแห่งหนึ่ง ทำให้พวกเขาต้องเปลี่ยนชื่อมาเป็น Snapchat ที่ทุกคนรู้จักกัน และเปิดตัวครั้งแรกบน iOS เมื่อปี 2012 โดยมี Evan Spiegel เป็น CEO นั่นเอง

มาถึงในปี ค.ศ. 2012 เขาก็ได้ลาออกจาก มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด แล้วไปโฟกัสที่ แอปพลิเคชัน Snapchat เพียงอย่างเดียว เพราะตอนนั้น Snapchat ได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งมีผู้ใช้งานต่อวันถึง 1 ล้านคน ถือว่าเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลยหล่ะ

ในปี ค.ศ. 2013 เนื่องจากกระแสที่ฮอตฮิตติดลม และเติบโตแบบไม่มีอะไรมาฉุดรั้งเอาไว้ได้ของ Snapchat ทำให้ Mark Zuckerberg เจ้าของ Facebook มาขอซื้อ Snapchat ด้วยมูลค่ากว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ Evan Spiegel กลับปฎิเสธด้วยเหตุผลว่าเป็นเงินที่น้อยจนเกินไป

ในปี ค.ศ. 2015 Snapchat เติบโตต่อเนื่องอย่างรวดเร็วใน มีคนใช้งานกว่า 2 ล้านล้านต่อวัน มีคนสร้างคอนเทนต์ใหม่ ๆ ถึง 500 ล้านครั้งต่อวัน และในปี  2016 มีคนดู Video Snapchat มากถึง 10 ล้านคนต่อวัน ในปีเดียวกันนี้ เขาได้ชื่อว่าเป็นมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดในโลกอีกด้วย

ในปี ค.ศ. 2016-2017 นั้นเอง Snapchat กำลังเข้าสู่ IPO และสร้างมูลค่ามากกว่า 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วยตัวเลขผู้ใช้มากกว่า 50 ล้านคน ตอนนั้นเรียกได้ว่าเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของ Facebook เลยล่ะ

Snapchat คืออะไร ทำไมถึงได้รับความนิยม ?

Snapchat คือ แอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ที่ให้เราถ่ายรูปภาพ วิดีโอ และสามารถใส่คำพูด หรือข้อความต่าง ๆ แถมยังมีฟิลเตอร์ให้เล่นเพียบ โดยสามารถเลือกส่งให้กับใครก้ได้ที่เราต้องการ สิ่งที่ถูกส่งออกไปจะเรียกว่า Snaps ซึ่งข้อดี นอกจากเราจะกำหนดผู้รับ Snaps เองได้แล้ว ข้อมูลทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งหรือวิดีโอจะถูกลบหายไปจากทั้งเครื่องผู้ส่งและผู้รับ รวมทั้งไม่มีในเซิร์ฟเวอร์ของ Snapchat เองด้วย

แนวคิดดีดีของ “Evan Spiegel”

1. เขาพูดถึงจุดยืนการเป็นบริษัทกล้อง หรือ “Camera Company” ของตัวเองได้อย่างน่าสนใจ โดยยกตัวอย่างว่า เมื่อ Google โด่งดัง ทุกคนทุกบริษัทก็จะรู้สึกว่า ต้องมี “Search Strategy” เพื่อทำการตลาด หรือสร้างช่องทางธุรกิจบนบริการค้นหาข้อมูลออนไลน์ และเมื่อ Facebook โด่งดัง ทุกคนก็รู้สึกว่า ต้องทำ social strategy เพื่อหาช่องทางธุรกิจบนโลกโซเชียล

2. สำหรับสิ่งที่ต้องทำให้ดีขึ้นเขามองว่า คือ การลดแรงเสียดทานระหว่างงานสร้างสรรค์ และงานผลักดันยอดผู้ใช้ให้ได้มากขึ้น กลยุทธ์นี้สะท้อนว่า Snapchat จะไม่ยอมให้แรงกดดันเรื่องตัวเลขฐานผู้ใช้ มามีอำนาจเหนือกว่าแรงบันดาลใจในการสร้างงานเด็ดขาด

3. กรณีที่คู่แข่งลอกเลียนแบบ Snapchat อาจเป็นเพราะความชื่นชอบ เขากล่าวว่า “ถ้าใครอยากเป็น Creative Company ก็ควรทำใจให้สบายกับความจริงที่ว่า มีหลายคนกำลังรอลอกงานอยู่ ถ้าเราสามารถสร้างผลงานชิ้นเยี่ยมได้”

4. Evan Spiegel บอกว่า การบ้านชิ้นใหญ่ที่บริษัทต้องทำในวงการโฆษณาช่วง 10 ปีนับจากนี้ไป คือ การให้ความรู้กับบุคลากรในอุตสาหกรรมนี้  เขาเชื่อว่า ตัวเองมีระบบ และทีมงานโฆษณาระดับหัวกะทิแล้ว เขาใช้ คำว่า “World-Class ad units”

รายได้ของ Snapchat 4 ปีย้อนหลัง

ปี 2016 มีรายได้ 404.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ปี 2017 มีรายได้ 824.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ปี 2018 มีรายได้ 1180.45 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ปี 2019 มีรายได้ 1715.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

โดยล่าสุดในปี 2020 Fast Company เปิดเผยการจัดอันดับบริษัทที่มีนวัตกรรมมากที่สุดในโลก 50 อันดับแรก โดย “Snap” บริษัทแม่ของแอปพลิเคชัน Snapchat ได้รับการจัดอันดับว่ามีนวัตกรรมมากที่สุดในโลกอันดับ 1 ซึ่ง Fast Company ได้ให้เหตุผลที่ Snap ได้อันดับ 1 ไปครองเพราะ Snap สามารถสร้างมาตรฐานให้กับแอปพลิเคชันสังคมออนไลน์มากมาย ทั้งยังให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน ทั้งการสนทนาแบบตัวต่อตัว และการสนทนาแบบที่ข้อความจะหายไปเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง รวมถึงมีการควบคุมเนื้อหาที่จะปรากฎอยู่บนแอปพลิเคชัน มีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบว่าเนื้อหานั้นเป็นความจริงนั่นเอง


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: