"Crash landing on you" กับเศรษฐกิจเกาหลีเหนือ

“Crash landing on you” กับเศรษฐกิจเกาหลีเหนือ

3 min read  

ฉบับย่อ

  • ซีรีส์​เรื่อง​ “Crash landing on you” หรือรักปักหมุดนายฉุกเฉิน ​เป็นซีรีส์​ที่ได้รับเรตติ้งสูงมากในหลายประเทศ​ รวมถึงประเทศไทย​ ซีรีส์​เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของนางเอกที่เป็นนักธุรกิจ​ชาวเกาหลีใต้ไปพบรักกับพระเอกซึ่งเป็นทหารชาวเกาหลีเหนือ​ โดยมีเหตุการณ์​ดำเนินเรื่องเป็นปมขัดแย้งทางการเมืองของสองประเทศและเรื่องราวความขัดแย้งในครอบครัวนางเอกเองด้วย
  • จุดเริ่มต้นของการแบ่งประเทศเกาหลีเป็นสองฝ่าย เกิดขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง​ในปี​ ค.ศ. 1948 เกาหลีเหนือได้เลือกใช้ระบอบการปกครองแบบสังคมนิยมเหมือนสหภาพโซเวียต ส่วนเกาหลีใต้เลือกเป็นประชาธิปไตยแบบสหรัฐ​อเมริกา
  • เกาหลีเหนือมีการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนหลายอย่าง​ เช่น​ เครื่องแต่งกาย​ ทรงผม​ ซึ่งต้องทำตามที่ทางการกำหนดเท่านั้น​ และความเป็นอยู่​ หน้าที่การงาน​ รวมถึงการศึกษา​ล้วนถูกกำหนดด้วยสิ่งที่เรียกว่า​ “ซองบุน”
  • ในปี​ ค.ศ. 2018​ เกาหลีเหนือมี​ GDP​ น้อยกว่าเกาหลีใต้​ 50​ เท่า​และมีรายได้ต่อหัวประมาณ​ 36,000​ บาท​ คิดเป็นน้อยกว่ารายได้ต่อหัวของเกาหลีใต้​ 26​ เท่า

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

แม้ซีรีส์​ดังอย่างเรื่อง​ “Crash landing on you” หรือรักปักหมุดนายฉุกเฉินจะจบไปสักพักนึงแล้ว​ แต่พี่ทุยก็เชื่อว่าหลายคนอาจจะยัง​ Move on จากสหายผู้กองไปไม่ได้​ ฮ่า ๆ​ นอกจากนักแสดงจะงานดี​ ฉากที่ใช้ถ่ายทำ​ เนื้อเรื่อง​ การแต่งกายของตัวละครทุกตัวก็ล้วนเเล้วเเต่น่าสนใจไปหมด​ พี่ทุยขอเกริ่นถึงเนื้อเรื่องคร่าว ๆ​ พอนะว่า​ ซีรีส์​เรื่องนี้เริ่มต้นจากการที่นางเอกซึ่งเป็นนักธุรกิจ​ผู้ร่ำรวยชาวเกาหลีใต้ เกิดอุบัติเหตุตอนเล่นร่มร่อน​ เนื่องจากกระแสลมแรงผิดปกติ​ ร่มร่อนของเธอจึงพลักตกมาในเขตเกาหลีเหนือ และได้พบกับทหารเกาหลีเหนือ​ เรื่องราวก็เป็นอย่างที่เราพอเดากันได้ก็คือทั้งคู่เกิดตกหลุมรักกัน แต่สิ่งที่ทำให้ซีรีส์​เรื่องนี้น่าติดตามก็คือการดำเนินเรื่องที่เข้มข้น ทั้งการเมืองระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้​ และการเมืองภายในครอบครัวเศรษฐี​ชาวเกาหลีใต้ของนางเอก​เอง

และประเด็นที่พี่ทุยมองว่าน่าสนใจเป็นพิเศษ​ ซึ่งสร้างมนต์​เสน่ห์​ให้กับซีรีส์​เรื่องนี้ได้อย่างมากมาย​ ก็คือ​ เรื่องของประเทศลึกลับอย่าง​ “เกาหลีเหนือ” ซึ่งเป็นประเทศ​ที่ปกครองด้วยระบอบเผด็จการ​ และไม่ค่อยมีข้อมูลของประเทศ​นี้ปล่อยออกมาสู่สายตาชาวโลกมากนัก ถึงแม้ว่าเกาหลีเหนือจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวได้ก็ตาม​

ตอนนี้สถานการณ์​การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาไม่ค่อยสู้ดีนัก​ จะไปเที่ยวเองก็คงลำบาก​ เอาเป็นว่ามาเที่ยวเกาหลีเหนือผ่านตัวหนังสือ​ไปกับพี่ทุยดีกว่า!

มาทำความรู้จักเกาหลีเหนือกัน

เกาหลีเหนือมีชื่อประเทศเต็ม ๆ​ ว่า​ “สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี” หรือ “Democratic People’s Republic of Korea” เรียกสั้น ๆ ว่า DPRK เมืองหลวง ​คือ Pyongyang หรือ​ พ​ยองยาง​ ถ้าออกเสียงแบบคนเกาหลี​ แต่คนไทยจะชอบเรียกกันว่าเปียงยาง​ ในปี​ พ.ศ. 2559​ ประเทศเกาหลีเหนือมีประชากรทั้งสิ้นอยู่ที่ประมาณ​ 25.3 ล้านคน​ เค้ามีระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์​ตามแบบโซเวียต​ การเมืองและเศรษฐกิจ​ของเกาหลีเหนือค่อนข้างอิงกับรัสเซีย​ จึงไม่แปลกที่หลาย​ ๆ​ อย่างจะคล้ายคลึงกับรัสเซีย​ เช่น​ อุโมงค์​ของสถานีรถไฟใต้ดินซึ่งตกแต่งอย่างสวยงาม​เหมือนอุโมงค์​สถานีรถไฟใต้ดินในรัสเซียเลย

จุดเริ่มต้นการแบ่งประเทศออกเป็นเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้​ เริ่มต้นขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง​ ก่อนหน้านั้น ในช่วงต้นศตวรรษ​ที่​ 19​ เกาหลีโดนจักรวรรดิ​ญี่ปุ่นครอบครอง​ และถ้ายังจำกันได้ญี่ปุ่นเป็นฝ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่สอง​ และยอมจำนนในปี​ ค.ศ. 1945 จึงมีนักปกครองชาวอเมริกันแบ่งเขตในการปลดอาวุธทหารญี่ปุ่นในเกาหลีโดยใช้​เส้นขนานที่​ 38​ ซึ่งจริง ๆ​ แล้วเส้นนี้เป็นเพียงเส้นที่ถูกกำหนดในแผนที่​ ไม่ได้มีอยู่ในภูมิประเทศจริง​ โดยตกลงกันว่า​ กองกำลังทหารฝ่ายโซเวียตจะเข้ายึดครองที่บริเวณ​เหนือ​เส้นขนานที่​ 38​ ดังกล่าว​ ส่วนสหรัฐฯ ​ก็ยึดครองพื้นที่ใต้เส้นขนานนี้​ หลังจากนั้นฝั่งเหนือและใต้ก็คงได้รับอิทธิพลจากทั้งสองประเทศ​ ​ซึ่งมีระบอบการปกครองแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง​ ถึงขนาดมีสงครามระหว่างฝั่งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ในปี ค.ศ.​ 1950-1953 เลยนะ จนเกิดข้อตกลงสงบศึกขึ้นในปี​ 1953 หลังจาก​นั้นอาจเรียกได้ว่าความสัมพันธ์​ของทั้งสองประเทศดำเนินไปแบบตบจูบหรือ​ love-hate relationship ตลอด และที่ผ่านมา​ เกาหลีเหนือ​ มีผู้นำอยู่​สามคน​ คือ​ คิม​อิลซอง คิมจองอิล และคิมจองอึนผู้นำคนปัจจุบัน

สภาพความเป็นอยู่ของเกาหลีเหนือ

แม้จะถูกกั้นแบ่งกลางด้วยเส้นขนานในความคิดที่ไม่ได้มีตัวตนจริง ๆ​ ด้วยซ้ำ​ แต่ความเป็นอยู่ของประชาชนชาวเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ต่างกันโดยสิ้นเชิงเลย​ ในขณะที่เกาหลีใต้เป็นประเทศทุนนิยมขั้นสุด อินเทอ​ร์เน็ต​มีความเร็วสูงติดอันดับโลก​ แต่เกาหลีเหนือกลับเป็นประเทศที่ประชาชนถูกจำกัดเสรีภาพ​ แม้แต่เรื่องทรงผมและการแต่งกายที่จะถูกกำหนดมาจากทางการ​ โดยผู้ชายจะมีทรงผมให้เลือก​ 10 ทรง และผู้หญิงจะมี​ 18​ ทรง​ ถ้าเป็นผู้หญิงที่เเต่งงานเเล้วจะถูกจำกัดให้ตัดผมสั้นเท่านั้น​ ถ้าใครทำทรงผมผิดระเบียบหรือแต่งกายผิดระเบียบจะถูกเรียกตัว​

ชาวเกาหลีเหนือถูกปิดตาจากโลกภายนอก​ พี่ทุยเคยอ่านเรื่องราวที่ได้รับการเปิดเผยจากครูชาวเกาหลีใต้ที่ไปเป็นครูอยู่ที่เกาหลีเหนือ​ปีนึง​ เธอเล่าว่านักศึกษาที่นั่น​ไม่รู้ถึงการมีอยู่ของเทพีสันติภาพและหอไอเฟลด้วยซ้ำ​ จะพูดคุยอะไรกันก็จะมีทางการคอยดักฟังอยู่ตลอด​ ไม่มีทั้ง​ security และ​ privacy เลย​ ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญ​อีกประเด็นหนึ่งในซีรีส์ “Crash landing on you”  นอกจากนี้นักศึกษาที่นั่นยังถูกสอนให้เข้าใจว่าภาษาเกาหลีเป็นภาษาสากลที่คนนิยมพูดกัน​ แต่เรื่องนี้ไม่ได้มีการยืนยันหรือพิสูจน์​แน่ชัด​ จะจริงหรือเปล่า​ก็ขอให้ใช้วิจารณญาณ​ พี่ทุยเอามาเล่าให้ฟังสนุก ๆ​ นะ​ ​

เรื่องปากท้องก็ไม่ค่อยดีนัก​ คนบางกลุ่มต้องอดอยาก​ มีเพียงชนชั้นนำเท่านั้นที่อยู่ดีกิน​ดี​ มีไฟฟ้าใช้ตลอดเวลา​ เดี๋ยว​เรื่องนี้พี่ทุยขอไปเพิ่มเติมในเรื่องเศรษฐกิจ​ของเค้าละกัน

และถึงแม้จะเป็นประเทศสังคมนิยมสุดขั้วที่จริง​ ๆ​ แล้วพยายามทำให้สังคมเกิดความเท่าเทียมและมีคำสรรพนามเรียกทุกคนว่า​ “ทงมู” หรือ​แปลว่าสหายในภาษาไทย​  ที่ควรจะให้ความรู้สึกเท่าเทียม​ แต่รู้กันมั้ยว่า​ ระบบวรรณะ​ไม่ได้มีแค่ในอินเดียเท่านั้น​ แต่มีในเกาหลีเหนือด้วย​ และระบบนี้เรียกว่า​ “ซองบุน”

ระบบการแบ่งชนชั้นวรรณะ​ในเกาหลีเหนือหรือซองบุนคืออะไร

ซองบุนคือระบบที่เเบ่งชาวเกาหลีเหนือออกเป็นกลุ่ม ๆ ตามระดับความจงรักภักดีต่อผู้นำ 51 กลุ่มของบรรพบุรุษ​ที่ผ่านมา​ เช่น​ ในตระกูลเคยมีคนแปรพักตร์​หรือไม่ เป็นต้น โดยใน 51 กลุ่มนี้สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่กลุ่มแกนนำ (25%) กลุ่มคลุมเครือ (55%) และ กลุ่มปรปักษ์ (20%)

ไม่ต้องอธิบายเจาะลึกในเเต่ละกลุ่มหลักก็คงพอเดากันได้ว่า​ คนทั้ง​ 3 กลุ่มนี้ย่อมได้รับอภิสิทธิ์​และมีความเป็นอยู่​ รวมถึงหน้าที่การงานและการศึกษาต่างกันมาก​ เช่น​ ถึงจะเรียนเก่งหรือมีความสามารถแค่ไหนก็ไม่สามารถประสบความสําเร็จ​ในชีวิตสูงกว่าซองบุนของตัวเองได้​ คนที่มีเเววเป็นนักดนตรี​ นักกีฬาที่เก่งมาก ๆ​ อาจจะต้องทำงานใช้เเรงงานไปจนตาย​ หากเกิดมาในซองบุนที่ต่ำ​

เพราะอาชีพมีเกียรติหลาย ๆ​ อาชีพหรือผู้ที่ได้เป็นตัวแทนของประเทศในการเเข่งขันต่าง ๆ​ อย่างการเเข่งขัน​กีฬา​ เช่น​ นักกีฬาหรือทีมผู้นำเชียร์​จะถูกกำหนดให้มาจากซองบุนสูง ๆ​ เท่านั้น​ พูดง่าย ๆ​ ว่า​ มีความสามารถอย่างเดียวไม่พอ​ ต้องมีสายเลือดที่ดีด้วย ระบบซองบุนนี้ถ้าเปรียบไปก็เหมือนรหัสพันธุกรรมหรือ DNA ที่อยู่ในสายเลือดตั้งเเต่วันแรกที่คน ๆ​ นั้นลืมตาดูโลกแล้ว​ เพราะฉะนั้น​เดี๋ยว​นี้ระบบนี้จึงอ่อนลงค่อนข้างมาก​ เพราะถูกต่อต้านว่ามันเป็นระบบที่ขีดเส้นกำหนดชีวิตของคนโดยใช้การกระทำของบรรพบุรุษ​ ซึ่งคงดูไม่ยุติธรรม​นัก

เศรษฐกิจของเกาหลีเหนือ

ระบบเศรษฐกิจ​ของเกาหลีเหนือเป็นแบบสังคมนิยม​ ซึ่งรัฐเป็นผู้ควบคุมทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจ​ภายในประเทศ​ ทรัพย์สิน​ส่วนบุคคลและวิสาหกิจเอกชนเป็นเรื่องผิดกฏหมาย​ ช่วง ค.ศ. 1950-1990 เกาหลีเหนือได้รับความช่วยเหลือ​ทางการเงินจากประเทศร่วมอุดมการณ์​คือ​ สหภาพ​โซเวียตและจีน​ ว่ากันว่าหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต​ เกาหลีเหนือก็เลยพยายามพยุงเศรษฐกิจ​โดยการเปิดประเทศและส่งเสริมการท่องเที่ยว​เนี่ยแหละ​ ซึ่งนักท่องเที่ยว​ส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวในเกาหลีเหนือคือนักท่องเที่ยวจีน

ก่อนการแบ่งแยกประเทศนั้น​ เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้มี​ขนาดเศรษฐกิจ​พอ ​ๆ​ กัน​ แต่ในวันนี้ต่างกันแบบลิบลับไม่เห็นฝุ่นเลย​จากข้อมูลในปี​ 2018​

GDP​ ของเกาหลีเหนืออยู่ที่​ 970,000 ล้านบาท​
GDP​ ของเกาหลีใต้อยู่ที่​ 49,000,000 ล้านบาท​ หรือต่างกันมากถึง​ 50​ เท่า
ซึ่ง​ GDP ​ของเกาหลีเหนือมาจากสามส่วนคือ​ อุตสาหกรรม ​48% บริการ 20% และเกษตรกรรม​ 22%

และรายได้ต่อหัวของชาวเกาหลีเหนือก็อยู่ที่ราว​ 36,000 บาทเท่านั้น ในขณะที่​รายได้ต่อหัวของเกาหลีใต้​อยู่ที่​ประมาณ​ 950,000 บาท​ หรือต่างกันมากถึง​ 26​ เท่า

จริง ๆ​ แล้วนี่คือการที่เศรษฐกิจ​เติบโตแล้วนะ​ (แต่ความเติบโตนี่ก็ไม่ได้การันตีถึงการกระจายรายได้)​ เศรษฐกิจ​ของเกาหลีเหนือภายใต้การปกครองของคิมจองอึนเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน​ 30​ ดอลลาร์สหรัฐฯ ​ต่อเดือน เป็น​ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ​ต่อเดือน

อุปสรรคสำคัญ​ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ​ของเกาหลีเหนือ คือการที่เค้าค่อนข้างปิดประเทศ​ ไม่ค่อยติดต่อกับโลกภายนอก​ ปัจจุบันมีเพียงสายการบิน​ AIR China ของจีน และ ​AIR KORYO ของเกาหลีเหนือเองที่ได้รับอนุญาต​ให้บินในน่านฟ้าของเกาหลีเหนือ​ และก็ไม่กี่เส้นทางที่มีเที่ยวบินสม่ำเสมอ​ อันได้แก่​ จีนและรัสเซียนั่นเอง

และถึงสกุลเงินที่ใช้จะเป็นเงินวอนเหมือนกันแต่ไม่ได้มีในตลาดโลก สกุลเงินของเกาหลีเหนือมีหน่วยคือ KPW นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวจะต้องเอาเงินไปแลกที่เกาหลีเหนือเท่านั้น นอกจากนี้​เดินสุ่มสี่สุ่มห้าไปขอซื้อของตามร้านไม่ได้นะ​ นักท่องเที่ยว​ต้องซื้อของเฉพาะร้านที่ได้รับอนุญาต​อย่างเดียวเท่านั้น

ดอกไม้บางชนิดไม่อาจสวยงามได้อย่างเต็มที่เมื่อถูกกำจัดให้โตได้แต่ในกระถางฉันใด​ เศรษฐกิจ​ของเกาหลีเหนือที่ถูกขีดเส้นเอาไว้ก็ไม่อาจเติบโต​ได้อย่างเต็มที่ฉันนั้น​ พี่ทุยก็ได้แต่ภาวนาให้เจ้าของดอกไม้ดอกนั้นรดน้ำ​ พรวนดิน​ ใส่ปุ๋ยให้แข็งแรง ๆ​ หมั่นกำจัดศัตรูพืช​ภายในและไม่ดึงดูดปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลร้ายต่อเค้าเข้ามานะ​


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

บทความ "ธุรกิจและเศรษฐกิจ" ยอดนิยม 

error: