ทำไม “Amazon” ถึงทำกำไรได้มากกว่า eBay ถึง 5 เท่า

ทำไม “Amazon” ถึงทำกำไรได้มากกว่า eBay ถึง 5 เท่า

3 min read  

ฉบับย่อ

  • สิ่งที่ดูเหมือนว่า “Amazon” จะทำได้ดีกว่า eBay คือการจับความต้องการของผู้บริโภค และด้วยนิสัยส่วนบุคคลของ Jeff Bezos ซึ่งเป็นผู้ที่ชอบความท้าทายและกล้าลงทุน ทำให้ธุรกิจของเขามีการพัฒนาและเพิ่มเติมสิ่งใหม่ ๆ อยู่ต่อเนื่อง
  • รายได้ในช่วง 12 เดือนหลังสุดของ Amazon ทำได้ 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีกำไรสุทธิ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ eBay มีรายได้รวม 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีกำไรสุทธิ 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • Elliott Management กองทุนที่มีสัดส่วนการถือครอง eBay มากกว่า 4% ได้เสนอแนวทางพลิกฟื้น eBay โดยมองว่าบริษัทจำเป็นจะต้องแยกส่วนธุรกิจที่มีแนวโน้มดีออกมา อย่าง Stubhub ซึ่งทำธุรกิจขายตั๋วออนไลน์ และ eBay Classifieds businesses ซึ่งเป็นช่องทางแลกเปลี่ยนในระดับชุมชนหรือภายในประเทศ

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

ในยุคที่อินเทอร์เน็ตเริ่มแพร่หลายและค่อย ๆ เป็นที่รู้จักมากขึ้น ตลาด E-commerce ที่ใหญ่ที่สุด 2 แห่ง ทางซีกโลกตะวันตกได้ถือกำเนิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันของปี 1995 ก็คือ eBay และ “Amazon” พี่ทุยจะพามาดูการเดินทางที่แตกต่างระหว่างธรุกิจ 2 ยักษ์ใหญ่นี้กัน

จุดเริ่มต้นของ eBay เกิดขึ้นในนาม AuctionWeb แม้ eBay จะถูกริเริ่มโดย Pierre Omidyar แต่ Pierre บอกว่าการพัฒนาของ eBay ส่วนใหญ่ในระยะถัดมา เกิดจากผู้ใช้งานจริงที่ให้คำแนะนำเข้ามา อย่างฟังก์ชันการประเมินความน่าเชื่อถือ โมเดลธุรกิจของ eBay เป็นเสมือนตลาดประมูล ซึ่งโดยส่วนมากแล้วผู้ซื้อจะต้องเสนอราคาให้กับสินค้าที่ตัวเองสนใจ ในขณะที่ Amazon ซึ่งเกิดขึ้นจากการเป็นร้านหนังสือออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อตั้งโดย Jeff Bezos บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน ด้วยทรัพย์สินประมาณ 1.56 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แม้ Amazon จะเริ่มต้นจากการเป็นเหมือนพ่อค้าคนกลาง ส่งต่อคำสั่งซื้อที่เข้ามา โดยไม่ได้สต๊อกสินค้าไว้ก่อน แต่ในปัจจุบันเป็นเหมือนผู้ขายโดยตรง โดยบริษัทจะสต๊อกสินค้าส่วนใหญ่ไว้ก่อนแล้ว ทำให้ผู้ซื้อสามารถซื้อได้ทันที

แม้ยักษ์ใหญ่ E-commerce ทั้งสองแห่งจะเกิดขึ้นมาพร้อม ๆ กัน แต่ในปัจจุบัน Amazon มีกำไรมากกว่าถึง 5 เท่าตัว

รายได้ในช่วง 12 เดือนหลังสุดของ Amazon ทำได้ 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีกำไรสุทธิ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ eBay มีรายได้รวม 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีกำไรสุทธิ 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากโมเดลธุรกิจเริ่มต้นที่แตกต่างกันแล้ว สิ่งที่ดูเหมือนว่า Amazon จะทำได้ดีกว่า eBay คือการจับความต้องการของผู้บริโภค และด้วยนิสัยส่วนบุคคลของ Jeff Bezos ซึ่งเป็นผู้ที่ชอบความท้าทายและกล้าลงทุน ทำให้ธุรกิจของเขามีการพัฒนาและเพิ่มเติมสิ่งใหม่ ๆ อยู่ต่อเนื่อง อย่างล่าสุดได้เข้าซื้อกิจการ Whole Foods Market ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ของอเมริกา หรือการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีอื่น ๆ เช่น Alexa ที่ทำงานได้เหมือน Siri ของ iPhone หรือการลงทุนพัฒนาการส่งสินค้าด้วยโดรน

ในมุมของ eBay ล่าสุดบริษัทได้ตัดสินใจปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานครั้งสำคัญ โดย Devin Wenig CEO ของ eBay ได้ก้าวลงจากตำแหน่ง หลังจากที่ความเห็นในการปรับโครงสร้างธุรกิจไม่ตรงกับกรรมการบริหารส่วนใหญ่ของบริษัท รวมถึงผู้ถือหุ้นอีกด้วย

Elliott Management กองทุนที่มีสัดส่วนการถือครอง eBay มากกว่า 4% ได้เสนอแนวทางพลิกฟื้น eBay โดยมองว่าบริษัทจำเป็นจะต้องแยกส่วนธุรกิจที่มีแนวโน้มดีออกมา อย่าง Stubhub ที่ทำธุรกิจขายตั๋วออนไลน์ และ eBay Classifieds businesses ซึ่งเป็นช่องทางแลกเปลี่ยนในระดับชุมชนหรือภายในประเทศ คือสองส่วนธุรกิจหลักที่ eBay มีแผนจะแยกธุรกิจออกมา เพื่อปลดล็อกมูลค่าที่ซ่อนอยู่ ซึ่ง Elliott Management เชื่อว่ามูลค่าที่แท้จริงของ Stubhub อยู่ที่ประมาณ 3.5 – 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แทนที่จะมีมูลค่าเพียง 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะนี้ ส่วน eBay Classifields ก็ควรจะมีมูลค่าถึง 8 – 12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แทนที่จะมีมูลค่าเพียง 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะเดียวกัน eBay ก็จำเป็นจะต้องปรับโครงสร้างขององค์กรใหม่ จากเดิมที่ต้องเสียทรัพยากรไปโดยเปล่าประโยชน์เป็นจำนวนมาก รวมถึงการปรับปรุงธุรกิจหลักอย่าง E-commerce

อย่างไรก็ตาม eBay ยังมีประเด็นสำคัญให้ต้องติดตามอีกหลายส่วน อย่างเรื่องของรายได้ที่ถึงแม้จะพลิกกลับมาเติบโตได้ 3-6% ในหลาย ๆ ไตรมาสที่ผ่านมา แต่ความสามารถในการทำกำไรกลับลดลง เมื่อปี 2015 กำไรขั้นต้นของ eBay อยู่ที่ 80% ปัจจุบันลดลงมาเหลือ 77 – 78% ตั้งแต่ช่วงปี 2016 ขณะเดียวกันการปรับปรุงธุรกิจหลัก อย่าง E-commerce เพื่อต่อสู้ในยุคที่ธุรกิจเดิมสามารถถูกทำลาย (Disrupt) ได้ไม่ยากนัก ทำให้บริษัทจำเป็นจะต้องใช้เงินลงทุนอีกมาก เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันเอาไว้

ดูเหมือนว่า eBay จะยังมีงานให้ต้องปรับปรุงอีกมาก เพียงเพื่อแค่รักษาสถานะของตัวเองเอาไว้ ในขณะเดียวกันก็ทำให้เรายิ่งมีโอกาสจะเห็น E-commerce ยักษ์ใหญ่สองเจ้านี้ ซึ่งเหมือนเป็นเพื่อนสมัยเด็กที่เติบโตมาพร้อม ๆ กัน มีระยะห่างกว้างออกไปมากขึ้นเรื่อย ๆ


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: