ถ้าอยากใช้ “Bitcoin” ในชีวิตประจำวัน ต้องทำยังไง ?

0
707
ถ้าอยากใช้

BRIEF

  • คนส่วนใหญ่มอง Bitcoin แค่ในแง่ของการลงทุน แต่จริงๆมันยังมีอีกมุมด้านเทคโนโลยีที่น่าสนใจมากๆอยู่ ซึ่งมันมีโอกาสที่จะเข้ามาแทนที่การทำธุรกรรมแบบเดิมๆได้
  • Bitcoin มีข้อดีกว่าเงินหลากหลายประการ ที่เห็นหลักๆเลย คือ ค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมข้ามประเทศที่ต่ำกว่า 7 เท่าโดยประมาณ พร้อมทั้งยังมีความเป็นส่วนตัวกว่าอีกด้วย
  • Bitcoin ไม่ได้ใช้กันแค่กลุ่มเล็กๆในร้านค้า แต่บริษัทใหญ่ๆต่างก็รับ Bitcoin เช่น Microsoft และ Expedia
  • แนวโน้มในการใช้ Bitcoin นั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่มันก็ขึ้นอยู่กับความสนใจที่ Bitcoin ได้รับในขณะนั้นด้วย ซึ่งจะส่งผลมาจากราคาของมันอีกทอดหนึ่ง

ส่วนใหญ่แล้ว อาจจะเคยได้ยินมาแต่ว่า Bitcoin ในแง่ของการลงทุนซะมากกว่า จนอาจจะลืมไปว่า จริงๆแล้วมันคือเทคโนโลยีที่มีนวัตกรรมที่พร้อมจะมาแทนที่ระบบการเงินที่เรากำลังใช้กันอยู่เลยทีเดียว โดยในบทความนี้พี่ทุยจะมาพูดถึงอีกด้านหนึ่งของ Bitcoin ว่าจริงๆแล้วนอกเหนือจากการลงทุนกับมันนั้น ยังสามารถนำไปใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริงหรือไม่ และใช้งานมันอย่างไร

การใช้ Bitcoin แทนเงินปกตินั้นดีกว่าตรงไหน ?

ตั้งแต่แรกเริ่มเดิมที Bitcoin นั้นถูกออกแบบมาให้เป็นสกุลเงินอยู่แล้ว ถึงแม้ว่ามันจะมีเทคโนโลยี เช่น Blockchain ทำงานอยู่เบื้องหลังและอาจเป็นอะไรที่แปลกใหม่ แต่แน่นอนว่าก็ยังคงมีจุดประสงค์เดิม คือ ใช้มันเป็นสกุลเงินที่สามารถใช้จ่ายได้ในชีวิตประจำวัน หากทำไม่ได้มันคงไม่มีมูลค่าเป็นแน่แท้ เป็นเพียงสิ่งที่นำมาเก็งกำไรกันอย่างเดียว

เช่นเดียวกับสกุลเงินทั่วไป ในขณะนี้ เราสามารถใช้ Bitcoin ในการซื้อสินค้าและบริการได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งตัวกลางเหมือนการทำธุรกรรมปกติ เช่น บริษัทบัตรเครดิต หรือธนาคารต่างๆ หากเปรียบเทียบง่ายๆ การทำธุรกรรมด้วย Bitcoin นั้น เหมือนเป็นการแลกเปลี่ยนสิ่งของกันซะมากกว่า

มาถึงจุดนี้อาจจะเริ่มสงสัยว่า แล้วมันใช้งานยังไงกันแน่ จะมีโปรแกรมมาให้กดส่งหรือยังไง คำตอบคือ โดยพื้นฐานแล้ว การทำธุรกรรมด้วย Bitcoin นั้น สำหรับฝ่ายผู้ซื้อจำเป็นต้องมี Bitcoin ในบัญชี หรือ Wallet ของเราซะก่อน และผู้ขายก็ต้องมีบัญชี Bitcoin ไว้เช่นกัน ในการทำธุรกรรมนั้น เพียงแค่เรารู้เลขบัญชีของอีกฝ่ายก็สามารถโอนไปได้ง่ายๆ แค่นั้นเลย ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด

ข้อดีหลักๆเลย คือ เรื่องค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่า อ้างอิงจาก Investopedia โดยเฉลี่ยแล้ว หากทำธุรกรรมด้วยเครดิตการ์ดจะเสียค่าธรรมเนียม 0.22 ดอลลาร์ + 3.15 เปอร์เซ็นต์ แต่หากชำระด้วย Bitcoin จะเสียค่าธรรมเนียมประมาณ 0.5 ดอลลาร์ มองให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น หากซื้อเสื้อผ้า 100 ดอลลาร์ และจ่ายด้วยบัตรเครดิต จะเสียค่าธรรมเนียม 3.37 ดอลลาร์ แต่หากชำระด้วย Bitcoin จะเสียค่าธรรมเนียม 0.5 ดอลลาร์ จะเห็นได้ว่า ประหยัดเงินได้มากกว่าเกือบ 7 เท่าด้วยกัน

นอกจากนี้ การทำธุรกรรมด้วย Bitcoin นั้นไม่ยุ่งยากเช่นการทำธุรกรรมปกติที่ต้องกรอกข้อมูลมากมาย เพียงแค่เรารู้เลขบัญชีก็โอนได้เลย ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นไปอีก รวมทั้งในบางกรณียังใช้เวลาในการทำธุรกรรมที่ไวกว่าอีกด้วย

ร้านค้าไหนรับ “Bitcoin” บ้าง ?

การที่จะทราบได้ว่าร้านไหนบ้างที่รับ Bitcoin นั้น ขึ้นอยู่กับร้านนั้นๆโดยตรงว่าเขารับหรือไม่ โดยปกติแล้วจะมีสัญลักษณ์ว่า “Bitcoin Accepted” ดังรูปด้านล่าง

ถ้าอยากใช้ "Bitcoin" ในชีวิตประจำวัน ต้องทำยังไง ?

แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มเล็กๆเท่านั้นที่รับ Bitcoin อ้างอิงจาก 99Bitcoins มีบริษัทยักษ์ใหญ่จากหลากหลายอุตสาหกรรมที่ยอมรับมัน เช่น Subway ร้านอาหารที่คงรู้จักกันดี Expedia ผู้ให้บริการจองตั๋วเครื่องบิน และโรงแรมยักษ์ใหญ่ หรือ Microsoft เจ้าแห่งตลาด IT ก็ยอมรับเช่นกัน

หรือลองมองดูในไทย ก็มีร้านค้าดังๆที่รับ Bitcoin ก็มีเช่นกัน คือ ร้าน ลิ้ม เหล่า โหงว ซึ่งเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อดังตั้งอยู่ที่ Siam Square One เรียกได้ว่าผู้ที่ยอมรับ Bitcoin นั้นมีมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในและนอกประเทศในรอบปีที่ผ่านมา อาจจะเพราะว่าพวกเขาเล็งเห็นว่า การรับ Bitcoin สามารถประหยัดต้นทุน และนำไปเก็งกำไรได้อีกทอดหนึ่งก็เป็นได้

ถ้าอยากใช้ "Bitcoin" ในชีวิตประจำวัน ต้องทำยังไง ?

แนวโน้มการใช้ Bitcoin ในอนาคต

นอกเหนือจากร้านค้า และบริษัทใหญ่ๆที่ยอมรับ Bitcoin ในปัจจุบันแล้ว อ้างอิงจาก Blockchain.com หากลองดูปริมาณการทำธุรกรรมของ Bitcoin ตั้งแต่ที่มันถือกำเนิดขึ้นมา จะเห็นว่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และก้าวกระโดดเมื่อช่วงปี 2017 ที่ผ่านมา

พี่ทุยวิเคราะห์ว่า ปริมาณการทำธุรกรรมของ Bitcoin น่าจะมีความสัมพันธ์กับราคาของมัน เนื่องจากในปี 2018 ราคา Bitcoin ร่วงลงจากจุดสูงสุดมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ความนิยมของมันอาจจะลดลงไปด้วย ซึ่งส่งผลทางอ้อมให้ผู้คนหมดความสนใจใน Bitcoin

ถ้าอยากใช้ "Bitcoin" ในชีวิตประจำวัน ต้องทำยังไง ?

ถ้าอยากใช้ "Bitcoin" ในชีวิตประจำวัน ต้องทำยังไง ?

แต่จากข้อมูลที่กล่าวมา ก็อาจจะชี้ให้เห็นได้ว่า แนวโน้มของการที่คนใช้ Bitcoin นั้นจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในอนาคต แต่ก็อาจจะขึ้นอยู่กับราคา และกระแสของมันด้วย

หากว่ามันถูกยอมรับโดยคนส่วนใหญ่ และพิสูจน์ตัวเองผ่านกาลเวลาได้ว่ามันเป็นช่องทางในการทำธุรกรรมออนไลน์ที่เหนือกว่าการทำธุรกรรมปกติล่ะก็มันจะไม่หายไปไหน และจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคต ไม่แน่ว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าอาจจะมี Cryptocurrency สกุลอื่นมาแซงหน้า Bitcoin และได้รับการยอมรับ จนหันไปให้เหรียญนั้นแทน Bitcoin ก็เป็นได้

อัพเดทบทความใหม่ล่าสุดทาง LINE ทุกวัน
Add Friend ที่ LINE ID @moneybuffalo

Spread the love
Sign up for your information
Newsletter*
Text:*