6 "โรคระบาด" ครั้งใหญ่ของโลก

6 “โรคระบาด” ครั้งใหญ่ของโลก

4 min read  

ฉบับย่อ

  • ปัจจุบัน โควิด-19 มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกกว่า​ 700,000 คน และผู้เสียชีวิตทั่วโลกรวมกันกว่า​ 30,000 คน​ ทำให้ทั้งโลกกังวลในสถานการณ์​การแพร่ระบาดมาก​ ซึ่งจริง ๆ ​แล้ว​ โรคระบาดเคยเกิดขึ้นมาเเล้วนับครั้งไม่ถ้วนในโลกของเราและรุนแรงกว่า​ โควิด-19 มาก​
  • ยกตัวอย่างเช่น​ กาฬโรคจัสติเนียนที่เกิดใน​ ค.ศ.541 หรือ​ พ.ศ.1048 ที่มีอัตราการตายสูงมากถึง​ 80% คนทั่วโลก เสียชีวิต​ไปประมาณ​ 30-50​ ล้านคนเพราะโรคระบาดนี้
  • Black​ Death หรือความตายสีดำที่เกิดขึ้นใน ค.ศ. 1347-1351 หรือ​ พ. ศ. 1890-1894 และมีผู้เสียชีวิตทั่วโลกเป็นร้อยล้านคนโรคนี้ทำให้เสียชีวิตอย่างรวดเร็วด้วย​ โดยมากคือ​ 5 วัน​ บางรายก็เสียชีวิตภายในวันเดียว
  • ไข้หวัดสเปนเมื่อประมาณ​ 100 ปีก่อนหรือช่วงสงครามโลกครั้งที่​ 1 ทำให้ประชากรโลกลดลงไปถึง​ 1 ใน​ 5 มีคนไทยติดเชื้อประมาณ ​3​ ล้านคน และเสียชีวิต​กว่า​ 80,000​ คน

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

โควิด-19 คงขึ้นเเท่นเป็นเรื่องน่ากังวลที่สุดระดับโลกไปแล้ว​ ณ​ ขณะนี้​ เพราะจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นในทุกวัน จนปาเข้าไปกว่า 700,000 คนแล้ว และมีผู้เสียชีวิตรวมกันทั้งโลกมากกว่า 30,000 คน แต่สิ่งที่เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนในสถานการณ์นี้คือ ความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างเช่น มีการจัดแคมเปญรณรงค์น่ารัก ๆ ขึ้นมามากมายเลย อย่างกิจกรรม ‘โกวิท20’ ที่เป็นการ tag ชวนเพื่อน 20 คนให้ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนคนละ 20 บาท และ tag ต่อไปเรื่อย ๆ หรือการนัดกันตบมือเพื่อเป็นกำลังใจให้ด่านหน้าหรือบุคลากรทางการแพทย์ของเรา คงจริงอย่างที่เคยได้ยินว่าเวลาที่ท้องฟ้ามืด เราก็จะได้เห็นความสว่างของดวงดาวได้อย่างชัดเจน และสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญอยู่นี้ก็ไม่ใช่ความมืดที่ดำสนิทที่สุดของมนุษยชาติเสียด้วย วันนี้พี่ทุยจะเล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ “โรคระบาด” ร้ายแรงที่เคยเกิดขึ้นในโลกของเรา อ่านจบแล้วหลายคนอาจจะรู้สึกว่าตัวเองโชคดีแค่ไหนที่ไม่ได้เกิดในยุคที่ยังไม่มีความเจริญในทางการแพทย์เหมือนอย่างทุกวันนี้

กาฬโรคแห่งจัสติเนียน (Plague of Justinian)

เป็น “โรคระบาด” ที่เกิดขึ้น​มานานเเล้วจึงไม่มีบันทึกพูดถึงเรื่องนี้สักเท่าไร​ กาฬโรคแห่งจัสติเนียนเกิดขึ้นในปี​ ค.ศ.​541 หรือ พ.ศ.1048 ในอาณาจักรไบแซนไทน์​ ตรงกับสมัยของจักรพรรดิ​ที่มีชื่อว่าจัสติเนียน​ อย่างที่บอกว่าการแพทย์ในสมัยนั้นไม่เจริญ​ ผู้คนจึงไม่เข้าใจเรื่องโรคระบาดและเมื่อไม่เข้าใจ​ แพะรับบาปแรกก็มักจะกลายเป็นเรื่องของการกระทำของพระเจ้า​ ผู้คนสมัยนั้นโทษว่า​ จักรพรรดิ​จัสติเนียนเป็นปีศาจร้ายและเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น​ กาฬโรคแห่งจัสติเนียนนี้รุนแรงมาก​ มีคนตายวันละ​ 5,000​ คน​ อัตราการตายด้วยโรคนี้สูงมากถึงประมาณ​ 80​ % สามารถแพร่ทางอากาศและติดเชื้อในปอดได้​ ยิ่งถ้ามีการติดเชื้อในกระแสเลือดก็เรียกได้ว่าเตรียมขุดหลุมได้เลย​ ฮือ ๆ

คนทั่วโลกตายไปประมาณ​ 30-50​ ล้านคนเพราะโรคระบาดนี้​ โดยเฉพาะ​ในกรุงคอนสแตนติโนเปิล(เมืองอิสตันบูล​ ประเทศตุรกีในปัจจุบัน)​ มีบันทึกว่าประชากรตายไปถึง​ 40​ % เลยทีเดียว ตอนจบของโรคระบาดนี้ไม่มีการบันทึกไว้อย่างชัดเจน​ แต่สันนิษฐาน​ว่าคล้ายกับตอนจบของภาพยนตร์​หลายเรื่อง​ คือ​ คนส่วนใหญ่ก็ติดกันหมดแหละ​ แต่ก็จะมีคนประเภทนึงที่มีภูมิคุ้มกันต่อโรคเลยรอดมาได้​ เรียกสิ่งนี้ว่าภูมิคุ้มกันกลุ่มหรือ​ Herd immunity พูดง่าย ๆ​ คือเหมือนว่าคนที่รอดชีวิตจากโรคระบาดในครั้งนี้ผ่านการคัดเลือกโดยธรรมชาติ (Natural Selection) ​ตามทฤษฏี​ของชาร์​ล ดาวิน​ยังไงล่ะ นักประวัติศาสตร์​หลายคนมองว่านี่อาจจะเป็นสาเหตุสำคัญที่อาณาจักรไบแซนไทม์ล่มสลายลงก็เป็นได้

ความตายสีดำ​ (Black​ death) ที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกไปเป็นร้อยล้านคน!

Black Death คือกาฬโรคที่เกิดขึ้น​ในศตวรรษ​ที่​ 14​ ช่วงปี​ ค.ศ. 1347-1351 หรือ​ พ.ศ. 1890-1894 ซึ่งตรงกันกับช่วงสถาปนากรุงศรีอยุธยา​ เชื่อกันว่าเป็นโรคระบาดที่แพร่มาจากชาวมองโกลโดยมีพาหะเป็นหมัดบนตัวหนู​ ที่เรียกกันว่า​ Black​ Death ก็เพราะว่าอาการขั้นตรีฑูต​ของผู้ป่วยโรคนี้คือ ผิวหนังจะกลายเป็นสีดำ​เพราะเลือดที่คั่งอยู่ใต้ชั้นหนังกำพร้า และมักอาเจียนออกมาเป็นเลือดสีดำ​ โรคนี้คร่าชีวิตชาวยุโรปไปมากถึง​ราว​ 30-60% ในช่วงเวลาเพียง 6 ปีเท่านั้น​ คาดการณ์​ว่ามีคนตายไปประมาณ 100 ล้านคนด้วยโรคนี้​ (ข้อมูล​ตรงนี้บ้างก็ว่า​ 75​ ​ล้านคน ​หรือ 200 ล้านคน​ พี่ทุยขอประมาณกลาง ๆ​ ไว้ละกัน)​ ยุโรปต้องใช้เวลาถึง​ 150​ ปี ​จำนวนประชากรถึงจะกลับมาเท่าก่อนหน้าที่จะเกิด​ Black​ death เพราะประชากรตายจากโรคนี้ไปถึง​ 1 ใน​ 3 หรือประมาณ​ 25​ ล้านคน​ เช่น​ เมืองฟลอเรนซ์​ ประเทศอิตาลีประชากรลดจาก​ 110,000-120,000 คน เหลือเพียงประมาณ​ 50,000 คนเท่านั้น

คำว่า​ Quarantine ซึ่งแปล​ว่า​การกักตัวก็เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้แหละ​ จากมาตรการ​สั่งให้กักตัวเป็นเวลา​ 40​ วันที่เรียกกันว่า​  quaranta giorni ในภาษาอิตาเลียน​ กาฬโรคมรณะนี้ระบาดมาถึงไทยด้วย​ เพราะไทยในสมัยนั้นมีการติดต่อซื้อขายกับต่างชาติแล้ว​ ตอนนั้นเป็นสมัยพระเจ้าอู่ทอง​ พระองค์​จึงทรงสถาปนาเมืองหลวงแห่งใหม่ว่า​ “อโยธยาศรีรามเทพ” หรืออยุธยา​ ซึ่งหมายความว่านครพระรามนั่นเอง

โรคระบาดครั้งใหญ่​ของลอนดอน (The​ great plague of London)

เป็นกาฬโรคที่เกิดในลอนดอน​ ประเทศอังกฤษ​เมื่อปี ค.ศ.1665-1666 หรือ​ พ.ศ.2208-2209 โรคนี้คร่าชีวิตคนอังกฤษไปมากประมาณ 20% หรือกว่า​ 100,000​ คนจาก​ 480,000 คน​ ในระยะเวลาเพียง​ 7​ เดือน โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดเดียวกับ Black Death ที่เกิดบนพวกสัตว์ฟันแทะ​ เพราะในสมัยนั้นลอนดอนแตกต่าง​จากทุกวันนี้ลิบลับ​ ทั้งสกปรก​ ทั้งแออัด​ สุขอนามัยก็ไม่ดี​ เอื้ออำนวยให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคได้ดีสุด ๆ​ โรคระบาด​นี้ร้ายเเรงจนพระเจ้าชาร์ลส์ที่​ 2 ย้ายไปอยู่ที่เมืองออกซ์ฟอร์ด​แทน และก็มีวิธีการจัดการและควบคุมโรคต่าง ๆ​ เช่น​ การปิดสถานที่ที่เป็นแหล่งชุมชน​ การเผาไฟตามท้องถนนเพื่อฆ่าเชื้อโรคในอากาศ​ และมีการกระทำเรียกขวัญกำลังใจ​ เช่น​ บ้านไหนที่ติดเชื้อแล้ว จะเเขวนกางเขนสีแดงไว้หน้าบ้านเพื่อขอให้พระเจ้าเมตตา​ มีการสวดมนต์​ภาวนา​ เป็นต้น และกาฬโรคในครั้งนี้ก็ทำให้ผู้คนต้องกักตัว Work From​ Home เหมือนทุกวันนี้​ และผลผลิตจาก​ Work​ From​ Home​ ในศตวรรษ​ที่ ​16 ​ของอังกฤษก็ทำให้เซอร์ไอแซคนิวตันคิดค้นทฤษฎี​แรงโน้มถ่วงเเละแคลคูลัสขึ้นมาได้

โรคอหิวาตกโรคในสมัย​ .2 หรือ​ .​. 2363 ของไทย

โรคนี้เกิดขึ้น​เมื่อช่วงรัชกาลที่​ 2 ของไทย​ ชาวบ้านมักเรียกกันว่า​ “โรคห่า” ​ซึ่งคำว่าห่านี้​แปลว่ามากหรือเยอะ​ มาจากการที่ชาวบ้านเห็นคนตายด้วยโรคนี้มากเหมือนใบไม้ร่วง​จนไม่สามารถเผาร่างได้ทัน​ ซากศพจึงกองทับถมกันเป็นที่น่าเวทนา ​และที่มีมากที่สุดคือวัดสระเกศ​ ​ แร้งจึงมากัดกินซากศพกองพะเนินที่จัดการไม่ทัน​ จึงเกิดคำเรียกติดหูที่ว่า​ “แร้งวัดสระเกศ” ขึ้นมา​

โรคนี้ระบาดหนักมากจนสุดท้ายรัชกาล​ที่​ 2 ต้องทรงพระราชทานให้มีพีธีที่ชื่อว่า​ อาพาธพินาศ​ขึ้น​ ณ​ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท​ ซึ่งเหมือนพิธีปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย​ เภทภัย​ โดยการให้พระสงฆ์​มาเจริญพระปริตร มีการยิงปืนใหญ่ทั้งคืน​ พรมน้ำมนต์​ทั้งทางบกและทางเรือและสั่งให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน​ เป็นต้น ซึ่งการกักตัวหรือ​ Social​ Distancing​ ของผู้คนในสมัยนั้นก็ได้ผลดีทีเดียว​ เพราะโรคก็ค่อย ๆ​ สงบลงในที่สุด​ แต่ไม่นานนัก​ อหิวาตกโรค​ก็กลับมาระบาดในไทยอีกในรัชกาลต่อ ๆ​ มา​ แต่ในครั้งนี้ไม่รุนแรงมาก​เท่าครั้งที่เกิดในสมัย​ ร.2 เพราะการแพทย์เจริญขึ้นแล้ว

กาฬโรคในสมัย​ .5

โรคนี้ระบาดในไทยสมัย​ ร.5  มีความรุนแรงในไทยไม่เท่าอหิวาตกโรคแต่ก็มีการจัดการอย่างเข้มงวด​ ร.5 ถึงขนาดกักตัวพ่อค้าที่เข้ามาล่องเรือขายของอยู่ที่เกาะร้างบริเวณอ่าวไทยที่ชื่อว่า​ เกาะไผ่​ เพื่อควบคุมโรค​เป็นเวลา​ 9​ วัน ในตอนนั้นเพียงแค่เดือนเดียวมีรายงานผู้เสียชีวิต​มากถึง​ 6,600 ราย

ไข้หวัดสเปน

เกิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อปี ค.ศ. 1918 หรือ พ.ศ. 2461 ตรงกับสมัยรัชกาลที่​ 6 มีที่มาจากนก ที่โรคนี้ถูกเรียกว่าเป็นไข้หวัดสเปนก็เพราะว่าประเทศสเปนไม่เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่​ 1 ก็เลยไม่ต้องพยายามปกปิดเพราะคิดถึงผลประโยชน์​ในการสงคราม สเปน​จึงเป็นผู้ประกาศออกมาเป็นชาติแรกว่ามีการแพร่ระบาดของโรคนี้​ คนก็เลยเข้าใจว่าโรคนี้มีต้นเหตุมาจากสเปน​ โรคนี้คร่าชีวิตคนทั่วโลกไปมากถึง​ 20-50​ ล้านคน หรือ​ 1 ใน​ 5 ของประชากรทั้งโลก และมีผู้ติดเชื้อสูงถึง​ 50-100 ล้านคนทั่วโลก ในไทยเองก็โดนโรคนี้เล่นงานไม่น้อย​ มีคนติดเชื้อไข้หวัดสเปนมากถึงประมาณ​ 2.3 ล้านคน เเละตายกว่า​ 80,000 คน

สังเกตได้ว่าการที่โรคระบาดต่าง ๆ​ ในอดีตนั้นคร่าชีวิตคนได้มากมายหลายสิบล้าน​ ส่วนนึงก็เป็นเพราะเกิดในช่วงสงครามที่ทหารต้องเดินทางเคลื่อนย้ายอยู่ตลอดเวลา​ เพราะฉะนั้น​ตอนนี้โลกเราไม่ได้มีศึกสงคราม​ การควบคุมโรคระบาดอย่างการกักตัว (Quarantine) ก็เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ​ตามอย่างยิ่งนะ​ และก็อย่าตื่นตระหนกเกินควร​ โควิด-19​ นี้ก็เหมือนโรคระบาดที่เคยเกิดขึ้นมานับครั้งไม่ถ้วน​ ซึ่งสุดท้ายเเล้วพี่ทุยมั่นใจว่ามันก็จะเหลือเพียงเเค่ชื่อในหน้าประวัติศาสตร์​เนี่ยแหละ​ กาฬโรคกว่าโลกจะคิดค้นยารักษาได้ก็ปาไป​ 500​ ปี​ คนตายเป็นร้อยล้านคนเเล้ว​ แต่ โควิด-19​ มีข่าวดีเรื่องการพัฒนายาและวัคซีน​ออกมาอย่างรวดเร็​วนะ​ มองในแง่ดีไว้​ พี่ทุยบอกตัวเองด้วย​ ฮ่าๆ


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

บทความ "ธุรกิจและเศรษฐกิจ" ยอดนิยม 

error: