เส้นทางการเดินทางของ กระดาษ “Double A”

0
497
เส้นทางการเดินทางของ กระดาษ

BRIEF

  • Double A แบรนด์กระดาษของคนไทยที่เดินทางไปไกลหลายที่ทั่วโลก
  • กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นของ Double A ทำให้ไทยมีปริมาณการผลิตกระดาษที่เพียงพอ ช่วยลดปริมาณการนำเข้ากระดาษ และส่งออกไปต่างประเทศได้ด้วย
  • Double A มีกระบวนการผลิตจากไม้ปลูก โดยไม่รบกวนไม้ป่าธรรมชาติ และมีโครงการสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทย

กระดาษหนึ่งแผ่นอาจเดินทางไปไกลได้มากมาย โดยมีจุดเริ่มต้นจากโรงงานผลิตกระดาษ  แล้วออกเดินทางไปเป็นหนังสือเล่มดัง หรือกระทั่งสัญญามูลค่าพันล้านของบริษัทยักษ์ใหญ่

แล้วถ้าพูดถึงบริษัทผลิตกระดาษชื่อดัง เราก็นึกถึง “Double A” ยี่ห้อที่หลายๆคนคุ้นเคยกัน รู้ไหมว่าเปิดมาตั้งแต่ปี 2532 แล้ว (29 ปี) โดยเริ่มต้นจากการผลิตกระดาษพิมพ์เขียนชนิดไม่เคลือบผิว ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของปี 2537 มีการเข้าสู่การเป็นบริษัทมหาชน โดยใช้ชื่อในตลาดหลักทรัพย์ว่า บริษัท แอ๊ดวานซ์ อะโกร จำกัด (มหาชน)” จากนั้นมีการตั้งโรงงานแห่งที่ 2 ขึ้นในปี 2541 แล้วผลิตส่งออกกระดาษสู่ยุโรป

ธุรกิจผลิตกระดาษของ Double A เติบโตอย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่ปี 2543 ที่บริษัทเปิดตัวผลิตภัณฑ์กระดาษ Double A ขนาด A4 80 แกรม รวมถึงยังขยายตลาดโดยรับจ้างผลิตกระดาษให้กับแบรนด์อื่นๆ (OEM) อีกมากมาย

แต่ในปี 2551 บริษัทได้ออกจากการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และในปี 2553 ได้มีการจดทะเบียนในชื่อบริษัทใหม่เพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์อีกครั้ง โดยได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน)

ว่ากันว่าเพราะกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นของ Double A ทำให้ไทยมีปริมาณการผลิตกระดาษที่เพียงพอต่อความต้องการของคนในประเทศ จึงช่วยลงปริมาณการนำเข้ากระดาษ และสามารถส่งออกไปต่างประเทศสร้างรายได้นับหมื่นล้านบาทต่อปีด้วย

รู้หรือไม่ว่า ผลิตภัณฑ์ในเครือนอกจากชื่อยี่ห้อ “Double A” ที่เราคุ้นหูกันเป็นอย่างดีแล้ว ทางบริษัทยังได้ขยาย Brand Portfolio เพิ่มเติม โดยสร้าง Fighting Brand ขึ้นมาเป็นแบรนด์ “Quality” และแบรนด์กระดาษรีไซเคิลอย่าง “ชิห์-สุ” ด้วย แต่ในแง่มุมของการสื่อสารการตลาดจะไม่ได้สื่อสารว่าเป็นเจ้าของเดียวกับ Double A แต่อย่างใด

ส่วนแบรนด์คู่แข่งหลักๆนั้นจะเป็นทางฝั่งของ SCG ที่มีกระดาษยี่ห้อ “Idea” เป็นตัวชูโรง รวมไปถึงกระดาษยี่ห้ออื่นๆที่ถูกนำเข้ามาจากประเทศจีน

เส้นทางการเดินทางของ กระดาษ "Double A"

เส้นทางการเดินทางของ กระดาษ "Double A"

จุดหนึ่งที่พี่ทุยเห็นได้ชัดเลยคือความมีอิทธิพลในอุตสาหกรรมกระดาษ เพราะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่สื่อสิ่งพิมพ์ได้รับความนิยมน้อยลง จน Double A และ SCG ตัดสินใจยกเลิกการนำเข้าอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการผลิตกระดาษสำหรับผลิตนิตยสารไป และใช้การนำเข้ากระดาษสำหรับการผลิตนิตยสารจากต่างประเทศด้วยราคาที่สูงขึ้นเพื่อทดแทนการผลิตเอง

ถึงแม้ว่าความต้องการในการใช้กระดาษที่มีจะน้อยลง แต่ Double A ก็ไม่ได้วางตัวเองไว้เเค่ “ผลิตกระดาษ” อีกต่อไป เพราะบริษัทมองว่าตัวเองคือผลิตภัณฑ์คู่กับออฟฟิศ หรือที่เรียกว่า DASP (Double A Stationery Product) เป็นสินค้าในร้านเครื่องเขียนอย่าง สมุด กระดาษรายงาน และ DAOS (Double A Office Supply) ที่เป็นเครื่องใช้ในออฟฟิศ เช่น Stapler กาวแท่ง กระดาษ Stickynote เป็นต้น

นอกจากนั้นยังมีการต่อยอดธุรกิจด้วยการเปิดศูนย์ถ่ายเอกสาร ที่มีการร่วมมือกับเจ้าของร้านถ่ายเอกสารหลายแห่ง ในการเปลี่ยนหน้าร้านมาใช้แฟรนไชส์ชื่อ “ดั๊บเบิ้ล เอ ก๊อปปี้ เซ็นเตอร์” และนอกเหนือจากธุรกิจร้านถ่ายเอกสารก็ยังแตกไลน์ผลิตภัณฑ์จำพวกเครื่องเขียนด้วย

นอกจากนี้ยังมีบริการล่าสุด คือ การพิมพ์งานผ่านมือถือ “Double A Fastprint” ที่เจาะกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย ที่พี่ทุยเดินไปเห็นว่ามีตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัย และ Co-working ต่างๆด้วย แต่การบริการดังกล่าวมีการบริหารจัดการภายใต้ บริษัท ดับเบิ้ลเอ ดิจิตอล ซินเนอจี จำกัด ซึ่งเป็นคนละบริษัทกับที่ผลิตกระดาษ Double A

เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์กระดาษหนึ่งแบรนด์ที่มีการทำการตลาดมาเรื่อยๆ จนสร้างธุรกิจไปในต่างประเทศ เช่น จีน เวียดนาม ฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน เกาหลี ออสเตรเลีย จนเกือบทั่วโลก

พอรู้เรื่องกระดาษเยอะขึ้นแบบนี้แล้ว พี่ทุยก็เริ่มสนใจมากขึ้นแล้วสิ วันหลังถ้าไปร้านถ่ายเอกสารเดี๋ยวลองสังเกตว่าที่ร้านใช้กระดาษยี่ห้ออะไรบ้างดีกว่า น่าจะสนุกดีเหมือนกันนะ

อัพเดทบทความใหม่ล่าสุดทาง LINE ทุกวัน
Add Friend ที่ LINE ID @moneybuffalo

Spread the love
Sign up for your information
Newsletter*
Text:*