"เศรษฐกิจอังกฤษ" แย่ที่สุดในรอบ 300 ปี

“เศรษฐกิจอังกฤษ” แย่ที่สุดในรอบ 300 ปี

2 min read  

ฉบับย่อ

  • Bank of England ได้ออกรายงานเกี่ยวกับนโยบายทางการเงินประจำเดือน พฤษภาคม 2020 และมองว่า “เศรษฐกิจอังกฤษ” อาจจะแย่ที่สุดในรอบ 300 ปี
  • ผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ BoE คาดว่า GDP ของประเทศในปีนี้จะลดลงถึง 14% โดยเฉพาะในครึ่งปีแรกที่คาดว่าจะรุนแรงถึงเกือบ 30% และอัตราการว่างงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 4% ไปสูงถึง 9% นั่นหมายความว่า มีโอกาสที่คนอังกฤษจะตกงานเพิ่มขึ้นอีกถึง 1.5 ล้านคน!
  • อย่างไรก็ตาม BoE มองว่าข่าวดีเพียงอย่างเดียวจากวิกฤตในครั้งนี้คือ ผลกระทบจะไม่ยาวนานนัก โดยคาดหวังว่า GDP จะฟื้นตัวได้ถึง 15% ในปี 2021 ส่วน GDP โลกนั้น คาดว่าจะติดลบ 13% และฟื้นตัว 14% ในปี 2021

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

"เศรษฐกิจอังกฤษ" แย่ที่สุดในรอบ 300 ปี

ดูเหมือนว่าผลกระทบจากโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจโลกยังไม่น่าจะจบซะทีเดียว เพราะล่าสุดธนาคารกลางของอังกฤษ (Bank of England) ได้ออกรายงานเกี่ยวกับนโยบายทางการเงินประจำเดือน พฤษภาคม 2020 และมองว่า “เศรษฐกิจอังกฤษ” อาจจะแย่ที่สุดในรอบ 300 ปี!!!

จากข้อมูลเท่าที่ BoE มีบันทึกเอาไว้ ปีที่ GDP ของประเทศอังกฤษลดลงมากที่สุดถึง 15% ต้องย้อนกลับไปถึงปี 1706 ซึ่งในขณะนั้นภาคการเกษตรยังคงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดัน “เศรษฐกิจอังกฤษ”

การหดตัวอย่างรุนแรงในช่วงเวลานั้นเป็นผลหลังจากสงครามพระราชินีแอนน์ ซึ่งเป็นสงครามในกลุ่มประเทศยุโรปเพื่อรักษาดินแดนอาณานิคมของตัวเอง รวมทั้งช่วงชิงดินแดนอื่น ๆ เข้ามาอยู่ใต้การปกครอง ผลจากสงครามทำให้เศรษฐกิจของประเทศหดตัวอย่างรุนแรง และในอีก 3 ปีถัดมา คือ ในปี 1709 ก็เป็นอีกหนึ่งปีที่ GDP ของอังกฤษติดลบมากกว่า 10% ซึ่งเป็นผลมาจากเรื่องของสภาพอากาศที่หนาวเย็นที่สุดในรอบ 500 ปี ของทวีปยุโรป และยังกินเวลายาวนานถึง 4 เดือนเต็ม จนทำให้กิจกรรมทาง “เศรษฐกิจอังกฤษ” หยุดชะงัก

300 ปีผ่านไป สงครามอาณานิคมในแบบเก่าดูเหมือนจะเปลี่ยนรูปแบบไปแล้ว ปัจจัยสำคัญหลักที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจไม่ใช่ภาคการเกษตรอีกต่อไป ในปี 2020 นี้ แต่ละประเทศไม่ได้ทำสงครามระหว่างกัน แต่กำลังต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสที่ชื่อว่าโควิด-19

ผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ BoE คาดว่า GDP ของประเทศในปีนี้จะลดลงถึง 14% โดยเฉพาะในครึ่งปีแรกที่คาดว่าจะรุนแรงถึงเกือบ 30% แบ่งเป็นไตรมาสแรก 3% และไตรมาสสองอีก 25% ขณะที่ความเสียหายนี้มีโอกาสจะทำให้อัตราการว่างงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 4% ไปสูงถึง 9% ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าวิกฤตการเงินในปี 2008 – 2009 นั่นหมายความว่า มีโอกาสที่คนอังกฤษจะตกงานเพิ่มขึ้นอีกถึง 1.5 ล้านคน! ขณะที่ยอดขายของบริษัทต่าง ๆ มีแนวโน้มจะปรับตัวลดลงถึง 45% ในช่วงระหว่างเดือน เมษายน – มิถุนายน ขณะที่เงินลงทุนในภาคธุรกิจจะลดลงไปถึง 50% อย่างไรก็ตาม BoE มองว่าข่าวดีเพียงอย่างเดียวจากวิกฤตในครั้งนี้คือ ผลกระทบจะไม่ยาวนานนัก โดยคาดหวังว่า GDP จะฟื้นตัวได้ถึง 15% ในปี 2021 ส่วน GDP โลกนั้น คาดว่าจะติดลบ 13% และฟื้นตัว 14% ในปี 2021

ทั้งนี้ BoE พยายามที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 0.25% พร้อมประกาศอัดฉีดเงิน 7.52 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ปัจจุบันตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในอังกฤษสูงกว่า 2 แสนราย และมีผู้เสียชีวิตกว่า 3 หมื่นราย แม้กระแสข่าวในเรื่องของโควิด-19 ปัจจุบันอาจจะซาลงไปบ้างแล้ว แต่จะเห็นว่ายอดของผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้น แม้จะเพิ่มในอัตราที่ชะลอลง

อย่างไรก็ตามความเสี่ยงของการแพร่ระบาดระลอกใหม่ก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง ส่วนผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจ ดูเหมือนจะยังเป็นสิ่งที่หลาย ๆ ฝ่าย ยังประเมินได้ค่อนข้างยาก เพราะความไม่แน่นอนที่ว่า ท้ายที่สุดแล้วโควิด-19 จะอยู่กับพวกเราไปอีกนานเพียงใด เพราะฉะนั้นการเตรียมตัวรับมือในกรณีเลวร้ายที่สุด ก็คงเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: