ใครเป็นเจ้าของ "กระทิงแดง"

ใครเป็นเจ้าของ “กระทิงแดง”

2 min read  

ฉบับย่อ

  • ตระกูล “อยู่วิทยา” เจ้าของกระทิงแดง ส่วน Red Bull นั้นเป็นการถือหุ้นของคุณ เฉลิม อยู่วิทยา และ Mr. Dietrich Mateschitz
  • “กระทิงแดง” ก่อตั้งโดยคุณเฉลียว อยู่วิทยา ก่อนที่ Mr. Dietrich Mateschitz จะสนใจและร่วมตั้ง Red Bull GmbH ไปทำการตลาดแยกในต่างประเทศ
  • คุณเฉลิม อยู่วิทยา ถูกจัดอันดับให้เป็นเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 2 ของประเทศไทย ด้วยทรัพย์สินมูลค่า 6.6 แสนล้านบาท
  • Red Bull กับกระทิงแดง แม้มีจุดเริ่มต้นที่เดียวกัน แต่ก็มีการตลาดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

ก่อนที่จะไปดูรายละเอียดของ “กระทิงแดง” กัน อย่างแรกที่เราต้องรู้เลยก็คือ “กระทิงแดง” และ “Reb Bull” เป็นคนละบริษัทกัน มีการทำตลาดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง 

ใครคือเจ้าของกระทิงแดง?

ถ้าพูดถึงแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังชื่อของ “กระทิงแดง” ต้องเป็นอันดับแรก ๆ ที่นึกถึงอย่างไม่ต้องสงสัย อีกทั้งถ้าอยู่ในชื่อของ Red Bull แล้ว ในต่างประเทศก็ถือเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ขนาดที่ว่าเราจะเห็นโฆษณาของแบรนด์นี้ได้ในเกือบทุกกีฬา Extreme ของต่างประเทศเลยทีเดียว

โดยเจ้าของกระทิงแดงนั้นคือตระกูล “อยู่วิทยา” ผู้ที่ร่ำรวยมหาศาลจากการเติบโตของเครื่องดื่มนี้ทั้งในและต่างประเทศ และเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Red Bull กับนักธุรกิจชาวออสเตรีย Mr. Dietrich Mateschitz ผู้ที่นำแบรนด์กระทิงแดง เปลี่ยนให้เป็น Red Bull แล้วออกไปสู่ตลาดโลก

จุดเริ่มต้นของกระทิงแดง

กระทิงแดงถูกก่อตั้งโดยคุณเฉลียว อยู่วิทยา เริ่มต้นจากการทำธุรกิจยามาก่อนด้วยการเปิดบริษัท T.C. Pharmaceutical Industries Co., Ltd. ก่อนที่นำความรู้จากธุรกิจมาต่อยอดเป็นเครื่องดื่มชูกำลังในช่วงปี พ.ศ. 2511 จนกลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว

จุดเปลี่ยนสำคัญของกระทิงแดงเกิดขึ้นใน 10 ปีต่อมา เมื่อ Mr. Dietrich Mateschitz นักธุรกิจชาวออสเตรีย เดินทางมาท่องเที่ยวที่ไทย และด้วยความต่างของเวลาทำให้เกิด Jet Lag จึงได้บังเอิญไปดื่มเครื่องดื่มกระทิงแดงเข้า ผลที่ได้คือทำให้เค้ารู้สึกดีขึ้นและลดผลกระทบจาก Jet Lag ลง

Dietrich Mateschitz จึงสนใจเครื่องดื่มชิ้นนี้เป็นอย่างมาก และได้ติดต่อไปยังคุณเฉลียวเพื่อนำเครื่องดื่มนี้ไปขายในต่างประเทศจนเกิดเป็นการตั้งบริษัท Red Bull GmbH ขึ้นมา ก่อนที่จะเติบโตและขายออกไปกว่า 70 ประเทศทั่วโลก

เจ้าของกระทิงแดงรวยขนาดไหน?

เรื่องน่าเศร้าคุณเฉลียวได้เสียชีวิตไปในช่วงปี พ.ศ. 2555 ก่อนที่จะส่งต่อธุรกิจให้ทายาท โดย T.C. Pharmaceutical นั้น ได้คุณ สราวุฒิ อยู่วิทยา ดูแลธุรกิจต่อ โดยสำหรับตัวบริษัท T.C. pharmaceutical industries ข้อมูลปี พ.ศ. 2562 มีสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 44,676 ล้านบาท มีรายได้หลักอยู่ที่ 28,884 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิ 6,996 ล้านบาท

ทางด้านของหุ้นในบริษัท Red Bull เริ่มต้นนั้น มีคุณเฉลียว อยู่วิทยา ถือหุ้นอยู่ 49% Dietrich Mateschitz ถืออยู่อีก 49% ส่วน 2% ที่เหลือนั้นถูกถือโดย คุณเฉลิม อยู่วิทยา ก่อนที่คุณเฉลิม อยู่วิทยา จะมารับดูแลกิจการต่อจากคุณเฉลียว อยู่วิทยา

สำหรับคุณเฉลิม อยู่วิทยาแล้ว เคยถูก Forbes Thailand จัดอยู่ในมหาเศรษฐีในไทยอีกด้วย โดยทาง Forbes Thailand เองได้ให้ข้อมูลว่าคุณเฉลิม อยู่วิทยา มีทรัพย์สินสูงถึง 2.02 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 6.6 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 2 ของไทยเลยทีเดียว (ข้อมูล ณ วันที่ 3 เมษายน 2563)

การตลาดของกระทิงแดง และ Red Bull

“กระทิงแดง” ทำการตลาดไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้บริษัท T.C. pharmaceutical industries และการดูแลของคุณสราวุฒิ อยู่วิทยา ในอดีตนั้นกระทิงแดงจะมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นผู้ใช้แรงงาน เป็นเครื่องดื่มที่ให้พลังงาน ลดการอ่อนล้าจากการทำงาน ก่อนที่จะเริ่มขยับ Position ตัวเองให้แพร่หลายมากขึ้น โดยการเริ่มเจาะกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงาน เพื่อทิ้งภาพลักษณ์เก่าของเครื่องดื่มชูกำลัง ยก Brand ให้ดูดีขึ้นมา และเข้าถึงลูกค้าหลายกลุ่มมากขึ้น 

ทางด้าน Red Bull ในต่างประเทศนั้นมีเป้าหมายหลักเป็นกลุ่มวัยรุ่น การตลาดของเค้าจึงค่อนข้างชัดเจน และด้วยการตลาดที่ทำร่วมกับนักกีฬาที่เป็นจุดสนใจของกลุ่มวัยรุ่นแล้ว จึงไม่แปลกที่สินค้าเหล่านี้จะเป็นที่ถูกใจกลุ่มวัยรุ่นไปด้วย

Red Bull เองก็มีการทำการตลาดในไทยเองเช่นกัน ด้วยการที่มีผู้บริหารคนละคนกัน และมีแหล่งการผลิตคนละประเทศ โดยคนไทยเองนั้นส่วนใหญ่เข้าใจว่าทั้งสองแบรนด์นั้นเป็นแบรนด์เดียวกัน

โดย Red Bull เป็นการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ทำให้ราคาสูงถึง 65 บาท เมื่อเทียบกับเครื่องดื่มชูกำลังอย่างกระทิงแดงที่เริ่มต้นขวดละ 10 บาทต้น ๆ เท่านั้น และด้วยข้อกฏหมายเครื่องดื่มของไทยไม่สามารถทำการตลาดควบคู่กับนักกีฬาได้ ซึ่งถือเป็นอุปสรรคในการปรับจุดยืนและกลยุทธ์ของ Red Bull เป็นอย่างมาก


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: