ประวัติศาสตร์ของ “อุตสาหกรรม Fastfood” มูลค่ากว่า 17 ล้านล้านบาท

ประวัติศาสตร์ของ “อุตสาหกรรม Fast Food” มูลค่ากว่า 17 ล้านล้านบาท

3 min read  

ฉบับย่อ

  • รายได้ของ “อุตสาหกรรม Fast Food” ทั่วโลกรวมกันอยู่ที่ปีละ 5.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 17.1 ล้านล้านบาท พูดง่าย ๆ ก็คือ มากกว่ามูลค่าของ GDP ประเทศไทย ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 5.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • “แฟรนไชส์” และการพัฒนาเทคโนโลยี “ไมโครเวฟ” ทำให้ “อุตสาหกรรม Fast Food” เติบโตอย่างก้าวกระโดด ปัจจุบัน Subway เป็นแบรนด์ Fast Food ที่มีสาขามากที่สุดในโลกถึง 4.29 หมื่นสาขา
  • กลุ่ม Millennials กลายมาเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงสุดในการบริโภค และพฤติกรรมผู้บริโภคของกลุ่มนี้ก็แตกต่างไปจากยุคก่อนหน้า โดยเฉพาะในเรื่องของความสะดวกสบายที่มากขึ้น และต้องมาพร้อมกับคุณค่าทางอาหารที่มากขึ้นด้วย ซึ่งถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายผู้ประกอบการ Fast Food ในยุคปัจจุบัน

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา พี่ทุยนั่งดูซีรีส์เรื่องใหม่ของ Video Streaming เจ้าหนึ่ง ซึ่งนำเสนอเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของ “อุตสาหกรรม Fast Food” ที่เราทุกคนน่าจะเคยลิ้มลองกันมาบ้างไม่มากก็น้อย

แน่นอนว่า เราทุกคนพอจะรู้อยู่แล้วว่าอุตสาหกรรมนี้มีมูลค่ามหาศาล แต่ถามว่ามหาศาลแค่ไหนนั้น คำตอบคือ รายได้ของ Fast Food ทั่วโลกรวมกันอยู่ที่ปีละ 5.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 17.1 ล้านล้านบาท พูดง่าย ๆ ก็คือ มากกว่ามูลค่าของ GDP ประเทศไทย ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 5.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซะอีก

จุดเริ่มต้นของ “อุตสาหกรรม Fast Food” แบบที่คล้ายคลึงอยู่ในทุกวันนี้ ว่ากันว่ามาจากบริษัท Automats ในเยอรมัน เมื่อปี 1896 ซึ่งทำธุรกิจให้บริการตู้หยอดเหรียญ (Vending machine) ซึ่งให้บริการอาหารแบบเร่งด่วน หลังจากนั้นธุรกิจนี้ก็เริ่มแพร่เข้ามาในสหรัฐฯ เมื่อปี 1902

ถัดมาในปี 1921 ร้านแฮมเบอร์เกอร์ ในรูปแบบ Fast Food แห่งแรกได้ถือกำเนิดขึ้น ภายใต้บริษัท White Castle ซึ่งเป็นร้านแฮมเบอร์เกอร์ที่มีเมนูให้เลือกไม่มากนัก และขายในราคาถูก โดยเน้นการขายในปริมาณมาก แต่จุดที่ทำให้อุตสาหกรรม Fast Food ขยายตัวอย่างรวดเร็ว มาจากรูปแบบธุรกิจที่เรียกว่า “แฟรนไชส์” ซึ่งเอื้อให้ธุรกิจ Fast Food แต่ละแบรนด์สามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว โดย A&W คือ แบรนด์ Fast Food แรกที่เริ่มทำแฟรนไชส์ ตั้งแต่ปี 1921 หลังจากที่อุตสาหกรรม Fast Food เริ่มแพร่กระจาย การพัฒนาเทคโนโลยีที่เรียกว่า “ไมโครเวฟ” ซึ่งช่วยให้ร้านอาหารสามารถอุ่นอาหารได้ภายในเวลาไม่กี่นาที หรืออาจจะไม่กี่วินาที ยิ่งทำให้ Fast Food เติบโตอย่างก้าวกระโดด และเมื่อการผลิตอาหารสามารถทำได้แบบมีมาตรฐานเดียวกัน จนแต่ละสาขาของแบรนด์ต่าง ๆ สามารถมอบเมนูอาหารที่หน้าตาเหมือน ๆ กัน รสชาติไม่แตกต่างกัน เมื่อนั้นเองที่ Fast Food ได้กระจายตัวออกไปทั่วโลก

ปัจจุบันร้าน Fast Food ที่มีสาขามากที่สุดในโลกคือ Subway จำนวน 4.29 หมื่นสาขาทั่วโลก รองลงมาคือ McDonald’s 3.72 หมื่นสาขา และตามมาด้วย KFC ราว 2 หมื่นสาขา อย่างไรก็ตาม กว่าจะมาถึงทุกวันนี้ อุตสาหกรรม Fast food ต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในแต่ละยุค

อย่างในช่วงปี 1940s “อุตสาหกรรม Fast Food” ขยายตัวตามพฤติกรรมการใช้รถยนต์ของชาวอเมริกันที่กลายมาเป็นกระแสในช่วงนั้น ทำให้ร้านอาหารประเภท Drive-in เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย หลังจากนั้นรูปแบบของ Fast Food ก็ค่อย ๆ ถูกปรับให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หลากหลายมากขึ้น เราจึงได้เห็นรูปแบบของ ร้าน Stand alone ในช่วงที่ผู้บริโภคนิยมไปทานอาหารที่ร้าน หรือในปัจจุบันที่ร้านอาหาร Fast Food อาจต้องการพื้นที่เพียง 10 ตารางเมตร เพื่อแทรกตัวเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่ผู้คนสัญจรไปมา อย่างบนสถานีรถไฟฟ้า แม้จะปรับตัวกันมาไม่น้อยตลอดช่วงหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนว่าอุตสาหกรรม Fast Food กำลังต้องปรับตัวกันอีกครั้ง

อย่างในสหรัฐฯ กลุ่ม Millennials (อายุ 23 – 38 ปี ณ 2019) ซึ่งมีจำนวน 72.1 ล้านคน ได้กลายมาเป็นกลุ่มประชากรหลักแซงหน้า Baby boomers (อายุ 55 – 73 ปี) ซึ่งมีจำนวน 71.6 ล้านคน ทำให้ Millennials กลายมาเป็นกลุ่มที่มีการบริโภคสูงสุด พฤติกรรมการบริโภคของกลุ่มนี้ก็มีแนวโน้มจะแตกต่างไปจากรุ่นพ่อแม่ โดยเฉพาะเรื่องความสะดวกสบายที่กลายมาเป็นหัวใจสำคัญ ควบคู่ไปกับความต้องการที่หลากหลายมากขึ้นในเรื่องของอาหาร โดยเฉพาะความต้องการในเรื่องของคุณค่าทางอาหารที่มากขึ้น

สิ่งนี้ถือเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของอุตสาหกรรม Fast Food ว่าพวกเขาจะปรับตัวอย่างไรให้อยู่รอดในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะในยุคที่ผู้คนต่างเข้าถึงข้อมูลอย่างรวดเร็ว พร้อมจะเปลี่ยนเข้าหาสิ่งที่ดีกว่าอย่างไม่ลังเลใจ และแค่ความเร็วอย่างเดียวอาจจะไม่สามารถชนะใจลูกค้าได้อีกต่อไป


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: