[เจาะลึก] จริงหรือไม่ที่อาชญากรใช้ Bitcoin เพื่อ “ฟอกเงิน” ?

0
716
[เจาะลึก] จริงหรือไม่ที่อาชญากรใช้ Bitcoin เพื่อ

BRIEF

  • Bitcoin ถูกเชื่อว่ามันมีส่วนพัวพันในการฟอกเงินอยู่บ่อยครั้ง เพราะ Bitcoin มีจุดเด่นที่ไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารก็สามารถเปิดบัญชีเก็บ Bitcoin ได้แตกต่างจากบัญชีทั่วไปที่ใช้เอกสาร ซึ่งจุดนี้ทำให้เกิดการตั้งคำถามมากมายเกิดขึ้น
  • หนึ่งในข้อดีของ Bitcoin คือ มันไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารอะไรเลยในการเปิดบัญชีของมัน ทำให้สามารถตกเป็นเครื่องมือในการฟอกเงินได้ แตกต่างกับเงินทั่วไป ที่หากเราต้องการเปิดบัญชีจำเป็นต้องใช้เอกสารยืนยันตัวตนต่างๆ เช่น บัตรประชาชน เพื่อป้องกันการฟอกเงิน
  • อดีตนักเทรดคริปโตและผู้บริหารเว็บเทรดชื่อดัง ของรัฐแอริโซนาสหรัฐอเมริกา ถูกตัดสินจำคุกถึง 41 เดือน โทษฐานฟอกเงินผ่าน Bitcoin ที่มีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

ด้วยความที่ Bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิทัล บ่อยครั้งที่ข้อดีในความเป็นส่วนตัวในการทำธุรกรรมของมันถูกนำมากล่าวอ้างว่า ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการ “ฟอกเงิน” บทความนี้พี่ทุยจะมาตีแผ่ว่าจริงๆแล้ว Bitcoin เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินมากน้อยแค่ไหน ?

จุดเด่นของ Bitcoin

ก่อนที่จะพูดถึงว่า Bitcoin เกี่ยวกับการฟอกเงินหรือไม่นั้น ควรทราบก่อนว่า ทำไมผู้คนถึงตั้งคำถามดังกล่าว Bitcoin คือเงินดิจิทัล ที่อยู่ในรูปแบบออนไลน์ ไม่สามารถจับต้องได้ต่างกับเงินทั่วไปที่มีการพิมพ์ เช่น ธนบัตร หรือเหรียญ

หนึ่งในข้อดีของ Bitcoin คือ มันไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารอะไรเลยในการเปิดบัญชีของมัน ทำให้สามารถตกเป็นเครื่องมือในการฟอกเงินได้ แตกต่างกับเงินทั่วไป ที่หากเราต้องการเปิดบัญชีจำเป็นต้องใช้เอกสารยืนยันตัวตนต่างๆ เช่น บัตรประชาชน เพื่อป้องกันการฟอกเงิน

ถึงแม้ Bitcoin จะใช้เทคโนโลยี Blockchain ที่มีความโปร่งใสในการทำธรรม ซึ่งทุกๆคนสามารถตรวจสอบข้อมูลการทำธุรกรรมได้ทั้งหมดก็จริง และสามารถบอกได้ว่าบัญชีไหนโอนไปยังบัญชีไหน แต่ว่าก็ไม่ทราบอยู่ดีว่าใครเป็นเจ้าของบัญชีเหล่านั้น เนื่องจากบัญชี หรือ Wallet ที่ไว้เก็บ รับและส่งเงินของ Bitcoinนั้นเป็นตัวเลข ผสมกับตัวอักษรภาษาอังกฤษ

เท่าที่ดูมาจะพบว่า Bitcoin นั้น คือเครื่องมือชั้นยอดในการฟอกเงินชัดๆ แต่หากลองพิจารณาดูดีๆมันอาจจะไม่ใช่แบบนั้นก็เป็นได้

Bitcoin เป็นที่นิยมในการ “ฟอกเงิน” จริงหรือไม่?

ถึงแม้ทางทฤษฎีแล้ว Bitcoin จะเหมาะแก่การฟอกเงินเป็นอย่างมาก แต่ก็อย่าลืมว่า ก่อนที่จะทำธุรกรรมด้วย Bitcoin ได้นั้น ผู้ใช้จำเป็นต้องทำการซื้อ Bitcoin ซะก่อน

โดยปกติแล้ว จำเป็นต้องซื้อผ่านนายหน้าหรือเว็บเทรด Bitcoin ซึ่งในขณะนี้ไม่ว่าจะประเทศไทย หรือต่างประเทศ ล้วนมีมาตรการให้ผู้ใช้งานทุกคนที่ต้องการทำการซื้อหรือขาย ต้องผ่านกระบวนการ KYC (Know Your Customer) หรือกระบวนการยืนยันตัวตนก่อนทุกคนไม่มีข้อยกเว้น เพื่อป้องกันการฟอกเงิน

จริงอยู่ที่อาจจะไม่ทราบว่า Wallet ไหนใครเป็นเจ้าของ แต่แน่นอนว่าจุดประสงค์ของการฟอกเงินนั้นคือได้เงินสด และนำไปใช้ต่อ แต่จะติดตรงที่ว่า การขาย Bitcoin และนำเงินสดออกมาใช้นั้น จำเป็นต้องผ่านเว็บเทรดหรือนายหน้าเหล่านั้น ซึ่งบัญชีของเรา ก็ต้องเชื่อมกับบัญชีธนาคารธรรมดาอีกรอบอยู่ดี ทำให้เกิดความยากลำบากเป็นอย่างมากในกระบวนการการฟอกเงิน

เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา นาย Yaya Fanusie ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ของมูลนิธิเพื่อการปกป้องประชาธิปไตย ซึ่งเคยทำงานให้กับหน่วย CIA หลายสิบปีในฐานะนักวิเคราะห์การต่อต้านการก่อการร้าย เขาเป็นคนที่คอยเป็นหูเป็นตาให้กองทัพสหรัฐฯ ทำเนียบขาว และหน่วยงานด้านกฎหมาย ได้อธิบายว่า ความเป็นจริงแล้ว ผู้ก่อการร้ายเหล่านั้นยังคงเลือกที่จะใช้เงินสดแทน Cryptocurrencyในการกระทำที่ผิดกฎหมายอยู่ดี

โดยเขาได้อธิบายถึงเหตุผล ตามข้อมูลที่เก็บรวมรวบได้ว่า:

“ข่าวดีคือ ปัจจุบันผู้ก่อการร้ายส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ใน Jihandi ไม่ได้ใช้ Cryptocurrency โดยปกติแล้ว พวกเขาจะซื้อสินค้าด้วยเงินสด ซึ่งเป็นวิธีการที่ติดตามได้ยากที่สุด หากลองพิจารณาดู Cryptocurrency ทำงานด้วยเทคโนโลยี Blockchain ถึงแม้จะไม่ทราบก็ตามว่าใครเป็นผู้โอน แต่ก็ยังมีร่องรอยทิ้งไว้ในบัญชีสาธารณะซึ่งอาจจะสามารถสืบตามภายหลังได้ ซึ่งเป็นเรื่องยากที่ผู้ก่อการร้ายจะปกปิดร่องรอย”

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา นาย Remi Quirion หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ Quebec ได้ตีพิมพ์เอกสารที่อธิบาย และทำลายความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับ Bitcoinว่ามันถูกนำไปใช้แบบผิดกฎหมาย

ในเอกสารดังกล่าวยังอ้างอิงไปถึงงานวิจัยที่ถูกจัดทำโดยCenter for Sanctions and Illicit Finance of the Defense of Democracies Foundation รายงานว่า หลังจากที่พวกเขาได้ทำการวิเคราะห์ธุรกรรมของ Bitcoin ในปี 2013ถึงปี 2016 มีแค่ 0.61 เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมดเท่านั้นที่เกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย

นาย Quirion กล่าวว่า :
“ในหลายปีมานี้ ข้อกล่าวอ้างที่ว่า Bitcoin นั้นถูกใช้ในกระบวนการฟอกเงินต้องได้รับการตั้งคำถาม”

หรือหากย้อนกลับไปเมื่อต้นปี2018 มีรายงานจาก ของทีมวิเคราะห์ Bitcoin ซึ่งประกอบไปด้วย FDD และElicit ซึ่งเป็นบริษัทด้านกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoinนั้น ชี้ว่า อัตราการฟอกเงินผ่าน Bitcoin นับเป็นเพียง1 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนธุรกรรมทั้งหมด

รวมทั้งยังมีเหตุการณ์หลากหลายครั้งให้เห็นกันว่า ผู้ที่พยายามจะทำสิ่งผิดกฎหมายด้วย Cryptocurrency นั้น ยังคงตกอยู่ภายใต้กฎหมาย และไม่หลุดรอดสายตาของหน่วยงานต่างๆ ไปได้ เช่น เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมามีรายงานว่า อดีตนักเทรดคริปโตและผู้บริหารเว็บเทรดชื่อดัง ของรัฐแอริโซนาสหรัฐอเมริกา ถูกตัดสินจำคุกถึง 41 เดือน โทษฐานฟอกเงินผ่าน Bitcoin ที่มีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เป็นต้น

นี่ยังไม่รวมถึงหลายๆ ประเทศที่ตื่นตัวในประเด็นดังกล่าว และได้เริ่มเดินหน้าจัดตั้งหน่วยงานการตรวจสอบการใช้ Cryptocurrency กระทำสิ่งที่ผิดกฎหมายอย่างจริงจังอีกด้วย

Bitcoin สามารถใช้ “ฟอกเงิน” ได้จริงหรือไม่?

จากข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมา จะเห็นว่ามีการวิจัยต่างๆ วิเคราะห์ข้อมูลแล้วว่า Bitcoin นั้นไม่ค่อยได้รับความนิยมในการใช้เป็นเครื่องมือในการฟอกเงินเท่าไรนัก มิหนำซ้ำมันยังทิ้งร่องรอยไว้มากกว่าเงินสดอีกด้วย แต่ความเป็นจริงแล้ว หากมีวิธีที่ได้ Bitcoin มาโดยไม่จำเป็นต้องผ่านนายหน้า หรือเว็บเทรดเหล่านั้นได้ ก็ไม่แน่ว่ามันอาจจะกลายเป็นทางเลือกของเหล่าผู้ที่ต้องการฟอกเงินก็เป็นได้

อัพเดทบทความใหม่ล่าสุดทาง LINE ทุกวัน
Add Friend ที่ LINE ID @moneybuffalo

Spread the love
Sign up for your information
Newsletter*
Text:*