[สรุป] “ประกันสังคม” ปี 2561 เพิ่ม-ลด อะไรบ้าง ?

0
2130
[สรุป]

BRIEF

  • 10 ตุลาคม 2561 ประกันสังคมขยายอัตราค่าทดแทนกรณีต่างๆจากเดิม 60% เพิ่มเป็น 70% และขยายระยะเวลาการจ่ายค่าทดแทนเพิ่มขึ้น และเพิ่มสิทธิการรักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยจากงาน
  • 13 มิถุนายน 2561 ประกันสังคมเพิ่มประโยชน์ทดแทนค่าตรวจครรภ์และฝากครรภ์เพิ่มอีก 1,000 บาท
  • กรณีสงเคราะห์บุตรอยู่ระหว่างร่างกฏหมาย จาก 400 บาทต่อคน ไม่เกิน 2คน เป็น 600 บาทต่อคนไม่เกิน 3 คน
  • หากประกันประกันสังคมเก็บเพิ่มจาก 750 บาท เป็น 1,000 บาท แม้จะต้องจ่ายแพงขึ้นแต่จะได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น เพราะนายจ้างและรัฐบาลจะสมทบให้มากขึ้นเช่นกัน

สรุปประกันสังคม 2561 เพิ่ม/ลดอะไรบ้าง

ประกันสังคม เป็นประกันจากภาครัฐที่ช่วยสร้างความมั่นคงให้แก่คนไทย ส่วนใหญ่แล้วมนุษย์เงินเดือนจะมีประกันสังคมกันหรือเรียกว่าผู้ประกันตนมาตรา 33 ซึ่งปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมมีการปรับเปลี่ยนขยายเพิ่มคุณภาพและความคุ้มครองของประกันสังคมอยู่เรือยๆ ซึ่งในปีนี้ก็มีสิทธิประโยชน์ใหม่ๆเพิ่มเติม และมีการเสนอร่างที่จะขยายเพดานเงินเดือนให้มีเงินในกองทุนมากขึ้นและเพิ่มผลประโยชน์ให้ผู้ประกันตนอีกด้วย

สิทธิที่เพิ่มขึ้นมาในปี 2561

1. ขยายความคุ้มครองให้ลูกจ้าง เพิ่มเงินทดแทน

จากประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2561 โดยจะมีผลบังคับใช้วันที่ 9 ธันวาคม 2561 ได้มีการปรับปรุงค่ารักษาพยาบาลและขยายความคุ้มครองให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น โดย

  • เพิ่มอัตราค่าทดแทนกรณีต่างๆ ให้สูงขึ้นจากเดิม 60% ของค่าจ้าง เพิ่มเป็น 70% ของค่าจ้าง และนับตั้งแต่วันแรกที่หยุดงาน
  • เพิ่มระยะเวลาการจ่ายค่าทดแทนกรณีลูกจ้างทุพพลภาพ จากเดิมไม่เกิน 15 ปี เพิ่มเป็น อย่างน้อย 15 ปี
  • เพิ่มระยะเวลาการจ่ายค่าทดแทนกรณีเสียชีวิต จากเดิม 8 ปี เพิ่มเป็น 10 ปี
  • เพิ่มการจ่ายค่าทำศพแก่ลูกจ้าง จากเดิม 100 เท่า ของอัตราสูงสุดของค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน เป็น ตามอัตราที่กฏกระทรวงกำหนด
  • เพิ่มสิทธิการรักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยจากการทำงาน ในส่วนของราชการเดิมไม่มีสิทธินี้ จะได้รับค่ารักษาพยาบาลจนสิ้นสุดการรักษา ส่วนลูกจ้างเอกชนจะได้รับค่ารักษาพยาบาลจากเดิม 2 ล้านบาท จะสามารถรักษาได้จนสิ้นสุดการรักษา
  • ส่วนนายจ้างปรับลดเงินเพิ่มตามกฏหมายจากเดิม 3% ต่อเดือน เหลือเพียง 2% ต่อเดือน

2. ขยายความคุ้มครองให้ผู้ประกันตน กรณีฝากครรภ์

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2561 สำนักงานประกันสังคมได้ประกาศเพื่อสนับสนุนการฝากครรภ์ โดยประกันสังคมมีประโยชน์ทดแทนกรณีคลอดบุตรอยู่แล้วในอัตรา 13,000 บาท ได้เพิ่มประโยชน์ทดแทนค่าตรวจและค่าฝากครรภ์เพิ่มอีก 1,000 บาท โดยจะจ่ายตามอายุครรภ์

  • โดยอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ จะจ่ายอัตราจริงไม่เกิน 500 บาท
  • เมื่ออายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ จ่ายอัตราจริงไม่เกิน  300 บาท
  • และอายุครรภ์มากกว่า 20 สัปดาห์แต่ไม่เกิน 28 สัปดาห์ จ่ายอัตราจริงแต่ไม่เกิน 200 บาท

โดยจะมีผลบังคับใช้ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2561

สิทธิที่อยู่ในขั้นตอนการเสนอร่างกฏหมาย

เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรช่วยผู้ประกันตน

จากเดิมจ่ายเหมา กรณีสงเคราะห์บุตรเป็นเงิน 400 บาท ต่อคน ไม่เกิน 2 คน
เพิ่มเป็นจ่ายเหมา กรณีสงเคราะห์บุตรเป็นเงิน 600 บาท ต่อคนเพิ่มเป็นไม่เกิน 3 คน

โดยในร่างกฏหมายจะให้มีผลบังคับใช้ย้อนหลังตั้งแต่ 20 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการตรวจพิจารณาและรอประกาศใช้ต่อไปในอนาคต

เพิ่มเพดาน “ประกันสังคม” ผู้ประกันตนจ่ายแพงขึ้นใครได้ประโยชน์ ใครเสียประโยชน์

จากที่หลายๆคนได้ยินข่าวว่าประกันสังคมจะปรับเพิ่มจาก 750 กลายเป็น 1,000 บาทนั้น ตอนนี้อยู่ในระหว่างวางแผนพิจรณาอยู่ เนื่องจากประกันสังคมเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนในอัตรา 5% ของรายได้ต่อเดือน พี่ทุยเองก็มองว่าตัวเลข 5% นี้ค่อนข้างสมเหตุสมผล แต่ว่าเพดานของรายได้นั้นอยู่ที่ 15,000 บาท ซึ่งในปัจจุบันรายได้ 15,000 ถือว่าน้อยมาก และถูกใช้เป็นเวลานานกว่า 27 ปี การที่จะปรับเพดานขึ้นก็จะทำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้นจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสมควร แต่สิ่งที่หลายๆคนกังวลนั่นก็คือจะต้องจ่ายเงินประกันสังคมสูงขึ้น

พี่ทุยอยากให้เราเปิดใจลองดูตัวเลขเหล่านี้ก่อน หากเราดูไส้ในของเงินสมทบแล้วจะพบว่าใน 5% ของเงินที่เราสมทบนั้น จะพบว่านายจ้างจะสมทบให้ 5% เท่ากับส่วนที่เราสมทบเข้าไป และรัฐก็จะสมทบให้อีก 2.75% เท่ากับว่าการเพิ่มเพดานของรายได้มากขึ้น ถึงแม้เราจะต้องจ่ายค่าประกันสังคมสูงขึ้นนิดหน่อย แต่เราก็จะได้รับเงินสมทบจาก นายจ้าง และ รัฐมากขึ้นเท่านั้น และผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้นนั้น ก็คือเรานั่นเอง

[สรุป] "ประกันสังคม" ปี 2561 เพิ่ม-ลด อะไรบ้าง ?

ถ้าใครนึกไม่ออกว่าสิทธิประโยชน์จะเพิ่มยังไง พี่ทุยจะยกตัวอย่างการคำนวณง่ายๆให้เห็นภาพกัน อย่างกรณีที่เราว่างงาน โดยแต่ก่อนไม่ว่าเงินเดือนจะสูงขนาดไหน เราจะได้สิทธิรับเงินทดแทนกรณีว่างงานสูงสุดแค่ 30% ของเพดาน 15,000 บาทเท่านั้น ซึ่งจะได้เงินทดแทนกรณีว่างงานเพียงเดือนละ 4,500 บาทเท่านั้นเอง แต่หากมีการปรับเพดานรายได้ให้สูงขึ้นเป็น 20,000 บาท ก็จะได้รับเงินชดเชยสูงขึ้นถึงเดือนละ 6,000 บาท เลยทีเดียว โดยที่เราจ่ายค่าประกันสังคมเพิ่มเพียงเดือนละ 250 บาท เท่านั้น และยังได้สิทธิประโยชน์อื่นๆอีกด้วย

สรุปแล้ว การเพิ่มขึ้นของประกันสังคมนั้น จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกันตน หรือ พวกเรานั่นเอง โดยจะได้รับประโยชน์จากสิทธิประโยชน์ต่างๆที่มากขึ้น สะท้อนกับสภาวะปัจจุบันมากขึ้น และสิ่งที่สำคัญเลยนั่นก็คือ อย่าลืมเรียนรู้และเข้าใจสิทธิประโยชน์ที่เรามี จะได้ไม่เสียสิทธิกันนะ

อัพเดทบทความใหม่ล่าสุดทาง LINE ทุกวัน
Add Friend ที่ LINE ID @moneybuffalo

Spread the love
Sign up for your information
Newsletter*
Text:*