[สรุป] "ประกันสังคม" ปี 2561 เพิ่ม-ลด อะไรบ้าง ?

[สรุป] “ประกันสังคม” ปี 2561 เพิ่ม-ลด อะไรบ้าง ?

 

ฉบับย่อ

  • 10 ตุลาคม 2561 ประกันสังคมขยายอัตราค่าทดแทนกรณีต่างๆจากเดิม 60% เพิ่มเป็น 70% และขยายระยะเวลาการจ่ายค่าทดแทนเพิ่มขึ้น และเพิ่มสิทธิการรักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยจากงาน
  • 13 มิถุนายน 2561 ประกันสังคมเพิ่มประโยชน์ทดแทนค่าตรวจครรภ์และฝากครรภ์เพิ่มอีก 1,000 บาท
  • กรณีสงเคราะห์บุตรอยู่ระหว่างร่างกฏหมาย จาก 400 บาทต่อคน ไม่เกิน 2คน เป็น 600 บาทต่อคนไม่เกิน 3 คน
  • หากประกันประกันสังคมเก็บเพิ่มจาก 750 บาท เป็น 1,000 บาท แม้จะต้องจ่ายแพงขึ้นแต่จะได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น เพราะนายจ้างและรัฐบาลจะสมทบให้มากขึ้นเช่นกัน

สรุปประกันสังคม 2561 เพิ่ม/ลดอะไรบ้าง

ประกันสังคม เป็นประกันจากภาครัฐที่ช่วยสร้างความมั่นคงให้แก่คนไทย ส่วนใหญ่แล้วมนุษย์เงินเดือนจะมีประกันสังคมกันหรือเรียกว่าผู้ประกันตนมาตรา 33 ซึ่งปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมมีการปรับเปลี่ยนขยายเพิ่มคุณภาพและความคุ้มครองของประกันสังคมอยู่เรือยๆ ซึ่งในปีนี้ก็มีสิทธิประโยชน์ใหม่ๆเพิ่มเติม และมีการเสนอร่างที่จะขยายเพดานเงินเดือนให้มีเงินในกองทุนมากขึ้นและเพิ่มผลประโยชน์ให้ผู้ประกันตนอีกด้วย

สิทธิที่เพิ่มขึ้นมาในปี 2561

1. ขยายความคุ้มครองให้ลูกจ้าง เพิ่มเงินทดแทน

จากประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2561 โดยจะมีผลบังคับใช้วันที่ 9 ธันวาคม 2561 ได้มีการปรับปรุงค่ารักษาพยาบาลและขยายความคุ้มครองให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น โดย

  • เพิ่มอัตราค่าทดแทนกรณีต่างๆ ให้สูงขึ้นจากเดิม 60% ของค่าจ้าง เพิ่มเป็น 70% ของค่าจ้าง และนับตั้งแต่วันแรกที่หยุดงาน
  • เพิ่มระยะเวลาการจ่ายค่าทดแทนกรณีลูกจ้างทุพพลภาพ จากเดิมไม่เกิน 15 ปี เพิ่มเป็น อย่างน้อย 15 ปี
  • เพิ่มระยะเวลาการจ่ายค่าทดแทนกรณีเสียชีวิต จากเดิม 8 ปี เพิ่มเป็น 10 ปี
  • เพิ่มการจ่ายค่าทำศพแก่ลูกจ้าง จากเดิม 100 เท่า ของอัตราสูงสุดของค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน เป็น ตามอัตราที่กฏกระทรวงกำหนด
  • เพิ่มสิทธิการรักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยจากการทำงาน ในส่วนของราชการเดิมไม่มีสิทธินี้ จะได้รับค่ารักษาพยาบาลจนสิ้นสุดการรักษา ส่วนลูกจ้างเอกชนจะได้รับค่ารักษาพยาบาลจากเดิม 2 ล้านบาท จะสามารถรักษาได้จนสิ้นสุดการรักษา
  • ส่วนนายจ้างปรับลดเงินเพิ่มตามกฏหมายจากเดิม 3% ต่อเดือน เหลือเพียง 2% ต่อเดือน

2. ขยายความคุ้มครองให้ผู้ประกันตน กรณีฝากครรภ์

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2561 สำนักงานประกันสังคมได้ประกาศเพื่อสนับสนุนการฝากครรภ์ โดยประกันสังคมมีประโยชน์ทดแทนกรณีคลอดบุตรอยู่แล้วในอัตรา 13,000 บาท ได้เพิ่มประโยชน์ทดแทนค่าตรวจและค่าฝากครรภ์เพิ่มอีก 1,000 บาท โดยจะจ่ายตามอายุครรภ์

  • โดยอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ จะจ่ายอัตราจริงไม่เกิน 500 บาท
  • เมื่ออายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ จ่ายอัตราจริงไม่เกิน  300 บาท
  • และอายุครรภ์มากกว่า 20 สัปดาห์แต่ไม่เกิน 28 สัปดาห์ จ่ายอัตราจริงแต่ไม่เกิน 200 บาท

โดยจะมีผลบังคับใช้ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2561

สิทธิที่อยู่ในขั้นตอนการเสนอร่างกฏหมาย

เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรช่วยผู้ประกันตน

จากเดิมจ่ายเหมา กรณีสงเคราะห์บุตรเป็นเงิน 400 บาท ต่อคน ไม่เกิน 2 คน
เพิ่มเป็นจ่ายเหมา กรณีสงเคราะห์บุตรเป็นเงิน 600 บาท ต่อคนเพิ่มเป็นไม่เกิน 3 คน

โดยในร่างกฏหมายจะให้มีผลบังคับใช้ย้อนหลังตั้งแต่ 20 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการตรวจพิจารณาและรอประกาศใช้ต่อไปในอนาคต

เพิ่มเพดาน “ประกันสังคม” ผู้ประกันตนจ่ายแพงขึ้นใครได้ประโยชน์ ใครเสียประโยชน์

จากที่หลายๆคนได้ยินข่าวว่าประกันสังคมจะปรับเพิ่มจาก 750 กลายเป็น 1,000 บาทนั้น ตอนนี้อยู่ในระหว่างวางแผนพิจรณาอยู่ เนื่องจากประกันสังคมเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนในอัตรา 5% ของรายได้ต่อเดือน พี่ทุยเองก็มองว่าตัวเลข 5% นี้ค่อนข้างสมเหตุสมผล แต่ว่าเพดานของรายได้นั้นอยู่ที่ 15,000 บาท ซึ่งในปัจจุบันรายได้ 15,000 ถือว่าน้อยมาก และถูกใช้เป็นเวลานานกว่า 27 ปี การที่จะปรับเพดานขึ้นก็จะทำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้นจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสมควร แต่สิ่งที่หลายๆคนกังวลนั่นก็คือจะต้องจ่ายเงินประกันสังคมสูงขึ้น

พี่ทุยอยากให้เราเปิดใจลองดูตัวเลขเหล่านี้ก่อน หากเราดูไส้ในของเงินสมทบแล้วจะพบว่าใน 5% ของเงินที่เราสมทบนั้น จะพบว่านายจ้างจะสมทบให้ 5% เท่ากับส่วนที่เราสมทบเข้าไป และรัฐก็จะสมทบให้อีก 2.75% เท่ากับว่าการเพิ่มเพดานของรายได้มากขึ้น ถึงแม้เราจะต้องจ่ายค่าประกันสังคมสูงขึ้นนิดหน่อย แต่เราก็จะได้รับเงินสมทบจาก นายจ้าง และ รัฐมากขึ้นเท่านั้น และผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้นนั้น ก็คือเรานั่นเอง

[สรุป] "ประกันสังคม" ปี 2561 เพิ่ม-ลด อะไรบ้าง ?

ถ้าใครนึกไม่ออกว่าสิทธิประโยชน์จะเพิ่มยังไง พี่ทุยจะยกตัวอย่างการคำนวณง่ายๆให้เห็นภาพกัน อย่างกรณีที่เราว่างงาน โดยแต่ก่อนไม่ว่าเงินเดือนจะสูงขนาดไหน เราจะได้สิทธิรับเงินทดแทนกรณีว่างงานสูงสุดแค่ 30% ของเพดาน 15,000 บาทเท่านั้น ซึ่งจะได้เงินทดแทนกรณีว่างงานเพียงเดือนละ 4,500 บาทเท่านั้นเอง แต่หากมีการปรับเพดานรายได้ให้สูงขึ้นเป็น 20,000 บาท ก็จะได้รับเงินชดเชยสูงขึ้นถึงเดือนละ 6,000 บาท เลยทีเดียว โดยที่เราจ่ายค่าประกันสังคมเพิ่มเพียงเดือนละ 250 บาท เท่านั้น และยังได้สิทธิประโยชน์อื่นๆอีกด้วย

สรุปแล้ว การเพิ่มขึ้นของประกันสังคมนั้น จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกันตน หรือ พวกเรานั่นเอง โดยจะได้รับประโยชน์จากสิทธิประโยชน์ต่างๆที่มากขึ้น สะท้อนกับสภาวะปัจจุบันมากขึ้น และสิ่งที่สำคัญเลยนั่นก็คือ อย่าลืมเรียนรู้และเข้าใจสิทธิประโยชน์ที่เรามี จะได้ไม่เสียสิทธิกันนะ

error: