"วิกฤตอาร์เจนตินา" เงินอ่อนค่า -15% ในวันเดียว

“วิกฤตอาร์เจนตินา” เงินอ่อนค่า -15% ในวันเดียว

4 min read  

ฉบับย่อ

  • ตลาดหุ้น​ Merval ของประเทศ​อาร์เจน​ตินาปรับตัวลดลง​ 38% เเละค่าเงินเปโซก็อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์​สหรัฐ​ถึง​ 15% ภายในวันเดียว​ ซึ่งเป็นผลมาจากความผิดหวังจากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี​รอบแรก​
  • เหตุที่ทำให้เศรษฐกิจ​ของประเทศ​อาร์เจน​ติ​นาย่ำแย่​ เริ่มขึ้นมาตั้งแต่​ต้นศตวรรษ​ที่ ​19​ เพราะการใช้นโยบายประชาสังคม​ ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาอย่างนึงและทำให้เกิดปัญหาข้อต่อ ๆ​ มาเป็นทอด ๆ​ และพันกันเป็นห่วงโซ่
  • ปัจจุบัน​อัตราเงินเฟ้อของประเทศอาร์เจน​ติ​นาอยู่ที่ ​8% (เทียบกับไทยที่​ 0.98%) อัตราดอกเบี้ย​ 45-60% อัตราการว่างงาน​ 10.1% และค่าเงินเปโซอ่อนค่าลง​ 6 เท่าใน​ 5 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์​สหรัฐ​

ช่วงนี้ปู่​ SET​ ของเราอาการร่อแร่สุด ๆ​ จนเหล่านักลงทุน​และเทรดเดอร์ต่างอยากตามพยาบาลให้มาปั๊มหัวใจ​ หลายคนอาจคิดว่าสถานการณ์​ที่กำลังเผชิญ​อยู่เลวร้ายมาก​ แต่ถ้าหากเทียบกับ “วิกฤตอาร์เจนตินา” ตลาดหุ้น​ Merval ของประเทศ​อาร์เจนตินา​แล้ว​ การที่ดัชนีลดลงเพียงเเค่หลายสิบจุดต่อวันของเราถือว่าดูดี​ มีราศีมากเลยล่ะ

เมื่อวันที่​ 12​ สิงหาคม​ หลังจากที่ผลเลือกตั้งประธานาธิบดีในช่วงเเรก​พลิกโผ​ด้วยความพ่ายแพ้ของนาย​ Mauricio Macri ซึ่งเป็นประธานาธิบดี​คนปัจจุบันของอาร์เจน​ตินาอยู่เเล้ว​ให้กับคู่แข่งที่มีชื่อว่า​ Alberto Fernández ด้วยคะแนนเสียง​ 32.1% ต่อ​ 47.7% ตลาดหุ้น​ Merval​ ของอาร์เจนติ​น่า​ก็ตอบสนองอย่างรุนแรงมาก ๆ​​ โดยปรับตัวลงอย่างรุนเเรงและปิดติดลบถึง​ 38% และค่าเงินเปโซของอาร์เจนตินาก็อ่อนค่าลงมากถึง​ 15% ภายในวันเดียว!

ทำไมการได้ประธานาธิบดีคนใหม่ถึงส่งผลกระทบรุนแรงขนาดนี้กับอาร์เจนตินา ?

"วิกฤตอาร์เจนตินา" เงินอ่อนค่า -25% ในวันเดียว

"วิกฤตอาร์เจนตินา" เงินอ่อนค่า -25% ในวันเดียว

พี่ทุยขอคำนวณให้เห็นภาพง่ายๆ​ ละกัน​ สมมุติ​ว่า​เมื่อวันที่​ 1 มิถุนายน​ 2019​ ที่ผ่านมา​ ถ้าชาวอาร์เจนตินาคนนึงมีเงินอยู่​ 1,000,000​ เปโซ​ ก็จะเท่ากับมีเงินดอลลาร์​อยู่เท่ากับ​ 23,618 ดอลลาร์​ (อัตราแลกเปลี่ยน​เท่ากับ​ 42.34 เปโซ/ดอลลาร์)​ และถ้าชาวอาร์เจนตินาไม่ทำอะไรสักอย่างเลยให้มูลค่าของเงินเปลี่ยนแปลงไป​ แบบเก็บใส่เอาไว้ในกระเป๋าสตางค์​เฉย ๆ​ ในระยะเวลา​เพียง​ 3 เดือนกว่า ๆ​ เงิน​ 1,000,000​ เปโซของเขาจะสามารถแลกเป็นเงิน​ดอลลาร์​ลดลงเหลือเพียง​ 19,179 ดอลลาร์​เท่านั้น (อัตราแลกเปลี่ยน​เท่ากับ​ 52.149 เปโซ/ดอลลาร์)​ สรุปได้ว่าอยู่ดี ๆ​ เงินก็หายไปจากกระเป๋าเฉยเลย​ 4,400 ดอลลาร์​ หรือคิดเป็นเงินไทย ​(ด้วยอัตราแลกเปลี่ยน​ 31​ บาท/ดอลลาร์) ​ได้ถึง​ 140,000 บาททีเดียว

แล้วสำหรับ “วิกฤตอาร์เจนตินา” สึนามิตลาดหุ้นภายในวันเดียวของอาร์​เจนตินาในครั้งนี้ต้องบอกว่าแรงเป็นอันดับ​ที่ 2 ของโลกในรอบ​ 70​ ปีที่ผ่านมา ส่วน​อันดับหนึ่งที่ยังไม่มีใครโค่นแชมป์ได้ก็คือ ประเทศศรีลังกาตอนปี​ 1989

"วิกฤตอาร์เจนตินา" เงินอ่อนค่า -25% ในวันเดียว

จากรูปจะเห็นได้ว่า​ นี่ไม่ใช่สึนามิครั้งเเรกของประเทศอาร์เจนตินา​ แต่การปรับตัวลงอย่างรุนเเรงขนาดนี้เคยเกิดขึ้นครั้งนึงเเล้วเมื่อปี​ 2002 เท่ากับว่าหายนะ​ครั้งรุนแรงที่สุดในตลาดหุ้น​ 5 อันดับแรกมีประเทศอาร์เจน​ตินาติดโผอยู่ถึง​ 2 อันดับด้วยกัน​ มาดูกันสิว่าทำไมถึงเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นนะ ใครว่าประเทศไทยโหดร้ายแล้วเจออาร์เจนตินาเข้าไปมีร้องกันแน่นอน

เกิดอะไรขึ้นกับอาร์เจนติน่า ทำไมทั้งค่าเงินและตลาดหุ้นถึงเทกระจาดขนาดนี้

ต้องบอกว่าปัญหาของประเทศอาร์เจนตินาเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานมาก แล้วรอวันระเบิดเท่านั้น แล้วสาเหตุการเกิดก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนกับหลาย ๆ ประเทศที่ผ่านมา

นโยบายปรชานิยม

เรื่องนี้เริ่มมาตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษ​ที่​ 19​ โน่นเลย​ เมื่อแต่ละรัฐบาลที่ได้รับเลือกให้เข้ามาบริหารประเทศชอบใช้นโยบาย​ “ประชานิยม” หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับคำนี้​แน่ ๆ เพราะมันคือสาเหตุสำคัญ​ที่ทำให้เวเนซุเอลา​เกิดวิกฤตินั่นเอง​ ถ้าใครสนใจเรื่องวิกฤตเวเนซุเอลาสามารถเข้าไปอ่านกันได้ ที่นี่

กลับมาที่เรื่องนโยบายประชานิยมของประเทศ​อาร์เจน​ตินากัน​ นโยบายนี้จะเน้นเอื้อประโยชน์​ให้ประชาชนหรือพูดง่าย ๆ​ ก็คือเน้นตามใจประชาชนนั่นแหละ​ เช่น​ การอุดหนุนราคาสินค้า​อุปโภค​บริโภค​ นโยบายประชานิยมของรัฐบาลอาร์เจนตินาก็เปรียบเสมือน​มะเร็งที่ลุกลามไปเรื่อย ๆ​ ทำให้ประเทศขาดดุลมาตลอด​ จนสุดท้าย​เมื่อปี​ 2018​ ที่ผ่านมา​ ประเทศอาร์เจน​ตินาก็ขาดดุลไปถึง​ 589,000 ล้านบาท

แล้วรู้มั้ยว่ารัฐบาลชุดก่อนแก้ปัญหาการขาดดุลนี้ยังไง ? ก็ในเมื่อประเทศมีเงินน้อยก็ “พิมพ์เงิน” เองเลยสิ​ จะยากอะไร ซึ่งเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่มักง่ายและไม่คำนึงถึงผลกระทบระยะยาวเลย​

ปัญหาเงินเฟ้ออย่างรุนแรง

หลังจากที่รัฐบาล​พิมพ์เงินออก​มาเพื่อพยายามลดการขาดดุลของประเทศ​ แต่เมื่อมีปริมาณ​เงินในระบบมาก ๆ​ ก็จะนำมาซึ่ง​ “ภาวะเงินเฟ้อ” จริง ๆ ต้องบอกว่าค่าเงินเปโซ “เสื่อมค่า” มากกว่าที่จะเรียกว่าเงินเฟ้อ เพราะแค่ใน​ 1 ปีที่ผ่านมา​ เงินเฟ้อของประเทศ​อาร์เจน​ติ​นาก็เพิ่มขึ้นจาก​ 30.9% เป็น​ 55.8% เมื่อเทียบกับประเทศไทย​ของเราซึ่งมีอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่​ 0.98% เท่านั้น

"วิกฤตอาร์เจนตินา" เงินอ่อนค่า -25% ในวันเดียว

อัตราเงินเฟ้อ​ของประเทศอาร์เจนตินาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ​ มาตลอด​ 10 ปีตามรูปนี้

"วิกฤตอาร์เจนตินา" เงินอ่อนค่า -25% ในวันเดียว

นายมาครี ประธานาธิบดี​คนปัจจุบันก็ได้พยายามแก้ปัญหานี้แล้วโดยการลดการอุดหนุนราคาสินค้าของภาครัฐแต่กลับทำให้เงินเฟ้อรุนเเรงขึ้นไปอีก และเมื่อเกิดเงินเฟ้อ​ ธนาคารกลางก็เลยจำเป็นต้องเพิ่มดอกเบี้ยเป็น​ 45-60% เพื่อดึงเงินเข้าสู่ระบบ คนกู้เงินก็อ่วมเลยทีนี้

เงินอ่อนค่ามาก

สิ่งที่ตามมาหลังจากเกิดสภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรงแล้ว ก็จะยิ่งทำให้รัฐบาลต้องดำเนินนโยบายแบบขาดดุล​หรือพูดให้เห็นภาพง่าย ๆ​ คือ​ประเทศมีเงินเก็บน้อยจะส่งผลให้เงินอ่อนค่า​ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ค่าเงินเปโซอ่อนค่าลงเรื่อย ๆ และอ่อนค่าลงมากถึง 6 เท่า และเมื่อค่าเงินอ่อนลงมากเช่นนี้​ รัฐบาล​ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ​แต่รีบเข้ามาแก้ปัญหา​ โดยการเทขายเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ​ในรูปแบบดอลลาร์​ออกมาหลายพันล้านดอลลาร์​ เพื่อปกป้องค่าเงินไม่ให้อ่อนลงไปมากกว่านี้

ทุนสำรองระหว่างประเทศ​น้อยจนต้องขอกู้เงินจาก​ IMF (โครงสร้างคล้าย ๆ กับประเทศไทยตอนปี 2540)

หลังจากที่มีการเทขายทุนสำรองออกมาประเทศอาร์เจนตินา​ต้องขอกู้ยืมเงินจาก​ IMF เป็นจำนวน​ 1.7 ล้านล้านบาทเพื่อสร้างสภาพคล่องให้กับประเทศ การแก้ปัญหาคล้าย ๆ กับตอนที่ประเทศไทยเจอวิกฤตต้มยำกุ้งเลยล่ะ แต่บอกได้เลยว่าประเทศไทยปัญหาน้อยกว่ามาก

ทั้งหมดนี้คือสาเหตุที่ว่า​ ทำไมตลาดหุ้น​อาร์เจนตินา​และค่าเงินเปโซถึงปรับลดลงรุนแรงขนาดนี้​ แล้วการได้ประธานาธิบดีที่เอียงซ้ายสุด​ ทำให้ดูมีแนวโน้มที่อาร์เจนตินากลับมาวนลูปอยู่ในปัญหาเดิม ๆ​ ไม่มีทางออก นอกจากปัญหาเงินเฟ้อและค่าเงินที่อ่อนตัวอย่างมากของประเทศ​อาร์เจน​ติ​นาแล้ว​ อีกสิ่งหนึ่งที่ซ้ำเติม​เศรษฐกิจ​อย่างมากก็คือ​ อัตราการว่างงานที่สูงถึง 10.1%

"วิกฤตอาร์เจนตินา" เงินอ่อนค่า -25% ในวันเดียว

นอกจากนี้​ GDP​ ของอาร์เจนตินา​ก็ยังลดลงทุกปีอีก ก็ได้แต่หวังว่าโลกของเราคงไม่มี​ “เวเนซุเอลา​ 2” นะ​ พี่ทุยว่าปัญหาอย่างเวเนซุเอลา​มีแค่ที่เดียวในโลกก็เกินพอ​แล้ว​ เพราะเป็นเหมือนกับการล้างระบบแล้วเริ่มต้นกันใหม่เลย และประเทศจะล้าหลังไปอีกหลายสิบปีเลยกว่าจะกลับมาได้

สิ่งหนึ่งที่เราจะเห็นได้เมื่อเกิด “วิกฤต” คือ สาเหตุมักจะมาจากเรื่องเดียวกัน และลำดับการเกิดวิกฤตมักจะคล้าย ๆ กัน เวลาที่เราเรียนรู้เรื่องวิกฤตก็จะช่วยทำให้เราเห็นภาพใหญ่ เห็นโครงสร้างว่าที่มาที่ไป มาจากไหนอย่างไร เราจะเตรียมตัวและป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตเช่นนี้เหมือนในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมานั่นเอง


Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: