ละครไทย bec ดังไกลถึงเกาหลี

ละครไทย BEC ดังไกลถึงเกาหลี

4 min read  

ฉบับย่อ

  • TRA media ของประเทศเกาหลีใต้ ขอซื้อลิขสิทธิ์ละครไทยจากช่อง 3 หรือหุ้น BEC ไปออกอากาศจำนวน 8 เรื่อง ซึ่งเป็นครั้งแรกเลยที่ละครไทยได้ไปฉายในทีวีเกาหลี
  • อย่างไรก็ตามรายได้หลักประมาณ 90% ของ BEC มาจากการขายโฆษณา ดังนั้นรายได้จากการขายลิขสิทธิ์ครั้งนี้จึงไม่น่าจะส่งผลต่อรายได้รวมมาก มีการคาดการณ์ว่า BEC จะมีรายได้จากการขายลิขสิทธิ์ครั้งนี้ 36 ล้านบาท
  • ในปีนี้ มีข่าวเกี่ยวกับ BEC หลายเรื่อง ทั้งเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้บริหารและการคืนช่องทีวีดิจิตอล และตลาดก็ได้ให้การตอบรับกับข่าวดีทั้งสองไปแล้ว ราคาหุ้น BEC ทำจุดต่ำสุดที่ราคา 4.66 บาท และขึ้นมาถึง 10.80 บาท ในช่วงเดือนกรกฎาคม คิดเป็น 130% ในเวลาเพียง 7 เดือน

ถ้านึกถึง “เกาหลี” พี่ทุยว่ายังไงเราก็ต้องนึกถึงประเทศที่มีอุตสาหกรรมบันเทิงต่าง ๆ อันดับต้น ๆ ของโลกแน่นอน ที่ไม่ว่าจะสร้างซีรีย์เรื่องไหนก็น่าดูไปหมด นางเอกเกาหลีก็น่ารัก รวมไปถึงสินค้าอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับซีรีย์ เช่น เครื่องสำอาง กระเป๋า เสื้อผ้าที่ตัวเอกในเรื่องใช้ ของที่เคลื่อนที่ไม่ได้อย่างสถานที่ที่เป็นฉากต่าง ๆ ในเรื่อง เค้าก็ยังขายได้ อย่างทัวร์ตามรอยละครยังไงล่ะ ใครเคยไปมาแล้ว สารภาพมาดี ๆ  เรียกได้ว่าเป็น One-Stop Service มีครบจบทุกสินค้าในประเทศเค้าเองเลย พอ ๆ กันกับ Hollywood เลยนะ ที่เวลาเราไปอเมริกา ก็จะต้องไปตามรอยสถานที่ที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนต์ คนไทยก็ไม่แพ้กัน เรามี BEC

ล่าสุดช่อง 3 หรือชื่อหุ้น BEC ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ก็กำลังจะได้ไปกระทบไหล่ประเทศที่เป็นเจ้าพ่อวงการซีรีย์อย่างเกาหลี เมื่อ TRA Media ได้ดีลผ่าน JKN ซึ่งเป็นตัวแทนขายคอนเทนท์ในต่างประเทศของช่อง 3 ก็ได้ทำการขอซื้อลิขสิทธิ์ละครไทยเบื้องต้น 8 เรื่อง รวม 265 ชั่วโมง ได้แก่

  1. บุพเพสันนิวาส ในชื่อว่า Love Destiny
  2. คลื่นชีวิต ในชื่อว่า Waves of Life
  3. นาคี ในชื่อว่า Nakee
  4. รากนครา ในชื่อว่า The Tale of Two Cities
  5. ลิขิตรัก ในชื่อว่า The Crown Princess
  6. ทองเอก หมอยาท่าโฉลง​ ในชื่อว่า​ Thong Ek – the herbal master
  7. บ่วงบรรจถรณ์ ในชื่อว่า​ Love Beyond Time​
  8. คมแฝก​ ในชื่อว่า​ Kom Faek – The Lost Art

โดยตั้งใจว่าจะนำไปฉายในช่อง Smile Plus และ TVA Plus ทั่วประเทศเกาหลี

มาทำความรู้จัก Smile Plus และ TVA Plus กัน

ทีวีทั้ง 2 ช่องเป็นช่องที่มีเรตติ้งสูงเป็นอันดับแรก ๆ ของเกาหลีเลยนะ ช่อง Smile Plus เป็นช่องที่นำเสนอรายการบันเทิงครบครัน ออกอากาศทางเคเบิลทีวี IPTV และแพร่ภาพผ่านดาวเทียม มีจำนวนผู้ใช้งานอยู่ 21.6 ล้านครัวเรือน ส่วน TVA Plus เป็นช่องที่เน้นฉายซีรีย์เอเชีย ปัจจุบันมีผู้ใช้งานประมาณ 12.6 ล้านครัวเรือนทั่วเกาหลีใต้ ก่อนหน้านี้ มีเพียงแค่ซีรีย์จีนเท่านั้นที่ได้ไปฉายใน 2 ช่องนี้ แต่ตอนนี้จะมีละครไทยไปแจมแล้ว นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ละครไทยได้ตีตั๋วไปโลดแล่นที่เกาหลีด้วย

BEC มีรายได้จากการขายลิขสิทธิ์ครั้งนี้เท่าไหร่?

แต่ก็อย่าเพิ่งรีบดีใจกัน เพราะรายได้จากการขายลิขสิทธิ์ละคร 8 เรื่องไม่ได้มากมายนัก มีการคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 36 ล้านบาท ซึ่งไม่น่ากระทบกับรายได้เค้ามากนัก เพราะรายได้หลักเกือบ 90% มาจากการขายโฆษณาและสัดส่วนรายได้จากการขายลิขสิทธิ์จัดเป็น 5.6% และ 10.2% ในปี 2560 และ 2561 ตามลำดับเท่านั้น

 ละครไทย bec ดังไกลถึงเกาหลี

พอจะเห็นภาพหรือยังว่ารายได้จากการขายลิขสิทธิ์ 36 ล้านบาทในครั้งนี้ไม่ได้หรูหราอะไรมากมาย (ฮือ) จริง ๆ แล้วช่อง 3 ขายลิขสิทธิ์ละครไปออนแอร์ในประเทศอื่น ๆ อยู่ แล้วในไตรมาสแรกที่ผ่านมานี้ เค้าก็ขายลิขสิทธิ์ได้เงินเข้ากระเป๋ามา 62 ล้านบาทนะ

แต่พี่ทุยก็มองว่ามันอาจจะเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสอะไรใหม่ ๆ วันนี้อาจมีเพียงละคร 8 เรื่องเท่านั้น แต่ในอนาคตประตูบานนี้อาจจะเปิดกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ก็ได้ ก่อนจะปีนถึงยอดเขา นักปีนเขาทุกคนก็ต้องเริ่มปีนตั้งแต่ตีนเขากันทั้งนั้นแหละ พี่ทุยอ่านเจอในรายงานประจำปีของ BEC ว่าช่วงนี้เค้าบุกไปหลายประเทศเลย นอกจากจะตกลงร่วมมือกับ JKN เมื่อปีที่แล้ว เค้าก็ยังทำการตลาดในหลาย ๆ ประเทศอีกด้วย ได้แก่ จีน เวียดนาม ไต้หวัน มาเก๊า ฮ่องกง พม่า และกัมพูชา

“Content is the king and advertisements are his children.”

เนื่องจากรายได้หลักของเค้ามาจากการขายโฆษณา ฉะนั้นการที่ BEC จะขายโฆษณาได้มากน้อยก็ขึ้นอยู่กับเนื้อหาสาระหรือละครของเค้า ว่าจะเรียกเรตติ้งได้เท่าไหร่ เช่น ช่วงที่ ละครบุพเพสันนิวาส ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองก็คิดค่าโฆษณาได้แพงขึ้นพอสมควรเลย อ่านมาถึงตรงนี้อาจจะงง ๆ ว่า แล้วเรื่องนี้เกี่ยวกับเรื่องที่ดีลกับทางเกาหลียังไง ?

ลองเลื่อนไปดูรายชื่อละครทั้ง 8 เรื่องที่ทางเกาหลีขอซื้อลิขสิทธิ์ไปให้ดี ๆ เราจะพบว่าเป็นละครย้อนยุค หรือละครข้ามภพข้ามชาติถึง 6 ใน 8 เรื่อง ถ้าไม่ย้อนยุคไปไกลมาก อย่างบุพเพสันนิวาส หรือรากนครา ก็ย้อนไปใกล้ๆ ช่วงยุค 70’ อย่างเรื่องคมแฝก ถึงพี่ทุยจะไม่ได้ติดตามละคร หรือเป็นแฟนคลับช่อง 3 แต่ก็รู้สึกได้เลยว่า ตั้งแต่บุพเพสันนิวาสโกยเรตติ้งไปได้อย่างมหาศาลในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว เค้าก็พยายามชูโรงหนังแนวย้อนยุค ข้าภพข้ามชาติพอสมควรเลย แต่ก็ยังไม่มีละครเรื่องไหนที่ปังเท่า

และแน่นอนว่า ในเมื่อ Content อย่างนี้ยังโดนใจคนในชาติ ก็ย่อมยิ่งน่าสนใจสำหรับการส่งไปต่างประเทศ ถ้าต่างชาตินิยมก็อาจเกิดกระแสตามรอยละคร ทำให้เค้าอยากมาเที่ยวประเทศเราด้วยก็ได้นะ

กราฟราคาหุ้นของ BEC

ปีนี้หุ้นมีข่าวเยอะเลย ตั้งแต่ที่ทำจุดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ ที่ราคา 4.66 เมื่อตอนเปิดปีใหม่ หลังจากนั้น​ในวันที่​ 4 มีนาคมก็มีข่าวเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้บริหารเป็น คุณบี๋ อริยะ พนมยงค์ เค้าคนนี้เป็นผู้บริหารเก่าของไลน์มาก่อน ดูเหมือนตลาดจะดีใจกับข่าวนี้​เพราะหลังจากนั้นราคาหุ้นก็เบรคทะลุ แล้วกลายเป็นขาขึ้นด้วยปริมาณซื้อขายที่ไม่ธรรมดา ต่อมาก็คือข่าวเรื่องคืนช่องทีวีดิจิตอลเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ซึ่ง BEC จะได้ประโยชน์จากการได้รับเงินชดเชยครั้งนี้​ ตลาดก็ตอบสนองต่อข่าวดีเช่นกันด้วยการพุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ ที่ราคา 10.80 บาท ส่วนข่าวดีลกับเกาหลีในครั้งนี้ไม่ได้รับเสียงตอบรับจากตลาด ในวันจันทร์ที่ 9 กันยายนนี้ หุ้นมีราคาปิดลดลงถึง 3%

 ละครไทย bec ดังไกลถึงเกาหลี

พี่ทุยมองว่าตลาดค่อนข้างให้ความคาดหวังต่ออนาคตในเรื่องของการเปลี่ยนผู้บริหารใหม่ และการคืนช่องของ BEC มาก ถ้าเราถือหุ้นตอนช่วงราคา 5 บาท ก็จะได้กำไรเป็นเด้งในระยะเวลาประมาณแค่ 7 เดือนเท่านั้น เรามาลุ้นกันดีกว่าว่าการที่ดีลกับทางเกาหลีครั้งนี้จะเป็นบันไดขั้นแรกของละครบ้านเรารึเปล่า คนไทยยังไปตามรอยซีรีย์เกาหลีได้ อีกหน่อยคนเกาหลีอาจจะแห่กันมาตามรอยละครไทยได้บ้างเหมือนกัน​ ไม่แน่นะคำว่า “พี่หมื่น” อาจจะมาแทน “โอปป้า” ก็ได้

 

 


Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: