เมื่อรายได้ของปั้มน้ำมันไม่ได้มาจากขายน้ำมัน

เมื่อรายได้ของปั้มน้ำมันไม่ได้มาจากขายน้ำมัน

4 min read  

ฉบับย่อ

  • กิจการปั๊มน้ำมันนอกจากจะมีรายได้หลักเป็นการ​ขายน้ำมันแล้ว​ ยังมีรายได้จากส่วน Non-Oil หรือธุรกิจ​ที่ไม่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน​ เช่น​ ร้านอาหาร​ ร้านกาแฟและร้านสะดวกซื้อ​ ซึ่งมีร้านกาแฟเป็นตัวชูโรงรายได้กลุ่ม Non-Oil
  • หลายๆ​ปั๊มพยายามผลักดันรายได้ส่วนธุรกิจ ​Non-Oil ให้มีสัดส่วนมากขึ้น​ ซึ่งอาจจะมาจากเหตุผลหลายข้อ​ เช่น​ ความผันผวน​ของราคาน้ำมันดิบ​ เทรนด์การเริ่มใช้รถยนต์​พลังงานไฟฟ้าแทน​ รวมถึงอัตรากำไรจากการขายน้ำมัน​ คิดเป็นเพียงแค่​ 4% ในขณะที่​กลุ่มค้าปลีกมีอัตรากำไรสูงถึง 30%
  • ร้านกาแฟในปั๊มไม่ได้เติบโตตามการขยายสาขาของปั๊มน้ำมันเท่านั้น​ แต่ยังเปิดตามสถานที่ต่างๆ​ เช่น​ สนามบิน​ ห้างสรรพสินค้า​ และยังมีการขยายสาขาไปในต่างประเทศ​อีกด้วย

ถ้าพูดถึงหุ้นของกิจการปั็มน้ำมัน​ แทบทุกคนคงละเมอตอบชื่อ​ “ PTT (ปตท.)” ออกมา​จากจิตใต้สำนึกได้เลย​ เพราะในช่วงปีสองปีมานี้​ เค้าก็ขยันเป็นข่าวพอสมควร​ ทั้งเรื่องการแตกพาร์จากพาร์ละ​ 10 บาทเป็น​พาร์ละ​ 1 บาท​ ที่ทำเอาทั้งตลาดสะเทือนเมื่อปีก่อน​ หลังจากนั้นก็ประกาศว่าจะแยกธุรกิจ​ประเภท Non-Oil และขอจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์​ในชื่อ​ “PTTOR”

ทำธุรกิจปั๊มน้ำมัน แต่มี​ธุรกิจ Non-Oil หรือธุรกิจ​ที่ไม่เกี่ยวกับ​น้ำมันงั้นเหรอ ? อ๊ะๆ​ อย่าเพิ่งทำหน้างงกันนะ​ ธุรกิจที่ไม่เกี่ยว​ข้อง​กับน้ำมันมีอยู่ในทุกๆ กิจการปั๊มน้ำมัน​ ทั้งเอสโซ่​ PTG ปั๊มท้องถิ่นก็มีนะ​ แต่เค้าไม่ได้จดทะเบียน​เข้าตลาด​ พี่ทุยขอข้ามไปแล้วกัน

Non-Oil​ Business หรือ​ ธุรกิจ​ที่ไม่เกี่ยว​ข้อง​กับน้ำมันในปั๊มน้ำมันคืออะไร ? 

​ด้วยปัญหาหลายอย่าง​ กิจการปั๊มน้ำมันจึงต้องปรับตัว​ตามเทรนด์โลกและมุ่งในการทำธุรกิจ​อื่นๆ​ที่ไม่เกี่ยวกับน้ำมันมากขึ้น​ อย่างร้านกาแฟ​ ร้านมินิมาร์ท​ภายในปั๊มน้ำมัน​ แรงจูงใจ​นึงคงมาจากลักษณะ​พฤติกรรม​ของคนไทย​ ที่เวลาเดินทางไกล​ มักมองว่าปั๊มน้ำมันไม่ใช่ที่เติมน้ำมันเท่านั้น​ แต่เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ​ ยืดเส้นยืดสายก่อนที่จะเดินทางต่อ​ และสมรภูมิ​รบ Non-Oil ก็ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ​โดยเฉพาะธุรกิจร้านกาแฟ​ ที่นำมาด้วยร้าน​ Amazon​ Café ของ​ PTT​ ตามมาติดๆ​ด้วยร้านกาแฟพันธุ์​ไทยและร้านกาแฟคอฟฟี่เวิร์ลจากปั๊มน้ำมันพีที (จดทะเบียน​ใน​ตลาดหลักทรัพย์​ด้วยชื่อ PTG) กับร้านกาแฟอินทนิลแห่งปั๊มน้ำมันบางจาก (จดทะเบียน​ใน​ตลาดหลักทรัพย์​ด้วยชื่อ BCP)​

ทำไมปั๊มน้ำมันต้องทำธุรกิจ Non-Oil ล่ะ ? 

ปัจจุบันนี้ ผู้ผลิตหลายรายได้ปล่อย “รถยนต์ไฟฟ้า” ซึ่งก็หมายถึงว่ารถเหล่านั้นไม่ต้องซดน้ำมันอีกแล้ว รวมถึงปัญหาอื่นๆ เช่น เรื่องพลังงานที่มีจำกัด ควบคุมราคาเองก็ไม่ได้​

นอกจากเรื่องพลังงาน​ทดแทนที่จะมาแทนน้ำมันแล้ว​ ทุกครั้งที่เปิดดูกราฟราคาน้ำมันดิบ​ พี่ทุยก็อดไม่ได้ที่จะเสียวไส้ทุกครั้ง​ จะอะไรซะอีกล่ะ… ก็เล่นเหวี่ยงซะจนหัวหมุนเลย​ แบบว่าถ้าเปิดสถานะถูกทางมีเฮ ผิดทางชีวิต​เปลี่ยนกันเลยทีเดียว (ฮ่า)​

เมื่อรายได้ของปั้มน้ำมันไม่ได้มาจากขายน้ำมัน

ที่เอามาให้ดูกัน คือ กราฟรายเดือน​ ที่แท่งเทียน​ 1 แท่งจะแสดงระยะเวลา​ 1 เดือนนะ​ เห็นแล้วสยองเลย​ (บรื๋อ)​

ในขณะที่ราคากาแฟน่าจะความผันผวน​น้อยกว่า​ พี่ทุยไม่เอากราฟ​ราคากาแฟซื้อขายล่วงหน้าของอเมริกามาเปรียบเทียบนะ​ เพราะแต่ละที่อาจจะใช้เมล็ดกาแฟจากแหล่งต่างกัน​ และในประเทศไทยเราก็มีแหล่งปลูกกาแฟหลายที่เหมือนกัน​ เช่น​ ถ้าเป็นพันธ์โรบัสต้า​ นิยมปลูกกันในภาคใต้​ แต่ถ้าพันธ์อะแรบิก้าต้องปลูกที่ภาคเหนือ​ อย่างดอยช้าง​ จ.เชียงราย​ เค้าอาจจะใช้เมล็ดกาแฟที่ปลูกภายในประเทศก็ได้​ ซึ่งคงไม่มีความผันผวนระดับรถไฟเหาะอย่างน้ำมันดิบ​ พอควบคุมต้นทุนได้​ กำไรก็จะมาเอง​ไง​ (เย้)

นอกจากนี้​พี่ทุยยังรู้มาว่า​ ผลิตภัณฑ์​น้ำมันมีอัตรากำไร (Margin) เพียง​ 4% ขณะที่กลุ่มค้าปลีก​มีอัตรากำไรสูงถึง​ 30% ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมธุรกิจ​ปั๊มน้ำมันทั้งหลายถึงเริ่มหันมาขยายตลาด Non-Oil มากขึ้น

ถ้าเราสังเกตุ​จะเห็นว่า​ ร้านกาแฟเหล่านี้ไม่ได้เปิดอยู่ในปั๊ม​ที่ต้องอาศัยการขยายสาขาของปั๊มน้ำมันในการเติบโตเท่านั้น​ แต่เปิดแยกตามที่ต่างๆ​เลย​ เช่น​ ตามสนามบินหรือห้างสรรพสินค้า​

งั้นเรามาดูธุรกิจ​ Non-Oil ​โดยโฟกัสไปที่ร้านกาแฟกันดีกว่า

1. PTT

ร้านกาแฟที่เค้าเปิดคือ​ “Café Amazon” ถ้าถามพี่ทุยว่าร้านนี้ฮอตฮิตติดลมบนขนาดไหน​ ขอตอบเลยว่ามาก​กกก เพราะกาแฟอเมซอนครองส่วนแบ่งการตลาดสูงกว่าแบรนด์ระดับโลกอย่างสตาร์บัคส์ ​(Starbucks)​ไปแล้ว​ โดยกินส่วนแบ่งการตลาดกาแฟไป​ 40% ในขณะที่​สตาร์​บัคส์ตกกระป๋องด้วยส่วนแบ่งการตลาด 30% พูดง่ายๆ​ว่าคนซื้อกาแฟอเมซอนดื่มมากกว่าสตาร์บัคส์!

เมื่อรายได้ของปั้มน้ำมันไม่ได้มาจากขายน้ำมัน

ปัจจุบันรายได้จากร้านกาแฟอเมซอนเป็นส่วนในรายได้รวม​ 1% ที่เกิดจากธุรกิจ​ Non-Oil เท่านั้น​ แต่ถ้าเจาะลึกถึงธุรกิจ​ Non-Oil ทั้งหมดของอาณาจักร​ ปตท.​ แล้ว​ มีทั้ง ​Jiffy Daddy Dough ฮั่วเซ่งฮง​ Fit ออโต้​ และอื่นๆ​ กาแฟอเมซอนสร้างรายได้ถึง​ 60% ในส่วนนี้

เมื่อรายได้ของปั้มน้ำมันไม่ได้มาจากขายน้ำมัน

พี่ทุยขอเอาตัวเลขทางการเงินมาให้ดูคร่าวๆ​ นะ

จากรูป​ รายได้หรือรายรับรวมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ​ ทุกปีตั้งแต่​ปี​ 2559 โดยรายได้ที่เกิดจากธุรกิจ​อื่นๆ​ที่ไม่เกี่ยว​ข้อง​กับน้ำมันมีสัดส่วนเพียงแค่​ 1% แต่เมื่อคิดเป็นกำไรที่เกิดขึ้น​จริงจากรายได้เหล่านี้แล้ว​ พบว่าในปี​ 2561​ ที่ผ่านมา​ ปตท.​ มีกำไรลดลง​ เพราะบริษัทร่วมขาดทุนสต๊อก​น้ำมัน​ จึงกระทบกับกำไรของ​บริษัท​ ประเด็นที่น่าสนใจอยู่ตรงที่ว่า​ แม้กำไรโดยรวมจะลดลง​ แต่กำไรส่วนที่เกิดจากธุรกิจ​อื่นๆ​ที่มีสัดส่วนรายได้​เพียง​ 1% เท่ากันทุกปี​ กลับเพิ่มขึ้นจาก​ 5% เป็น​ 6% และสุดท้ายก็เพิ่มเป็น​ 7% เมื่อปี​ 2561 ที่ผ่านมา

​เมื่อรายรับรวมเท่าเดิมแต่กำไรเพิ่มขึ้น​ ก็หมายถึงสามารถ​จัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ​ได้มากขึ้นยังไงล่ะ​​

และมีแนวโน้ม​ว่าปตท.จะพยายามปลูกต้นกล้า​ 1% นี้ให้โตขึ้น​ ด้วยการตั้งเป้าว่าจะขยายเพิ่มเป็น​ 3,500 สาขาภายใน​ 5 ปี​ด้วยนะ

2. PTG

หลายๆคนน่าจะเคยได้ยินร้านกาแฟพันธุ์ไทย ไม่นานมานี้​ PTG ได้เข้าซื้อหุ้นของร้าน COFFEE WORLD​ เรียกได้ว่าเป็นการเดินหน้าเข้าสู่สมรภูมิ​รบธุรกิจ Non-Oil​ อย่างเต็มสูบเลยทีเดียว ก่อนหน้านี้​ร้านกาแฟพันธุ์​ไทยมีอยู่ประมาณ​ 100 สาขาตามปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ​ เมื่อรวมกับร้าน​ COFFEE WORLD ซึ่งชอบเปิดอยู่ในห้างแล้ว​ ก็เท่ากับ PTG มีร้านกาแฟของตัวเองราว​ 200​ สาขาเลยทีเดียว

เมื่อรายได้ของปั้มน้ำมันไม่ได้มาจากขายน้ำมัน

ปัจจุบัน PTG มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Non-Oil เพียงแค่ 2-3% เท่านั้น แต่​วางแผนว่าภายในปี 2565-2566 จะมีรายได้ในส่วนของกำไรจากธุรกิจ Non-Oil 60% และธุรกิจน้ำมัน 40%

เมื่อรายได้ของปั้มน้ำมันไม่ได้มาจากขายน้ำมัน

จะเห็นได้ว่า​ รายได้ที่เกิดจากธุรกิจ Non-Oil มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆนั่นเอง

3. BCP

หรือปั๊มบางจาก​ ทำร้านกาแฟผ่านใต้เเบรนด์ “อินทนิล” ปั๊มบางจากได้ขยายธุรกิจเสริมหลายอย่าง เพื่อดึงดูดใจลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากขึ้น​ เช่น​ ร้านกาแฟอินทนิล​ ร้านสะดวกซื้อ SPAR

ปัจจุบัน​มีร้านกาแฟอินทนิลมากกว่า 400 สาขาและร้านสะดวกซื้อ SPAR มากกว่า​ 30​ สาขาทั่วประเทศ​แล้ว นอกจากนี้ร้านกาแฟอินทนิลยังโกอินเตอร์​อีกด้วยนะ​ เพราะไปเปิดสาขาในประเทศ​เพื่อนบ้าน​อย่างกัมพูชากับลาว​ BCP ยังวางเป้าหมายอีกด้วยนะจ๊ะ​ ​ว่าภายใน​ 3 ปีนี้จะขยายสาขาเพิ่มเป็น​ 50 สาขา

เมื่อรายได้ของปั้มน้ำมันไม่ได้มาจากขายน้ำมัน

กิ้งก่ายังต้องเปลี่ยนสีตามสิ่งแวดล้อมให้สามารถอยู่รอดได้​ มนุษย์​เราก็ปรับเปลี่ยนไปมากมายก่อนจะมาเป็นเผ่าพันธุ์​มนุษย์​ในปัจจุบันนี้​ ก็เป็นเรื่องธรรมชาติที่ธุรกิจต่างๆ​จะพยายามวิ่งตามเทรนด์โลกที่ไม่เคยหยุดหมุน​ จะได้ไม่โดน​ “Natural Selection (การคัดเลือกโดยธรรมชาติ)​” คัดออกจากวงโคจรยังไงล่ะจ๊ะ​ ตอนนี้พี่ทุยขอตัวไปหากาแฟจิบก่อนนะ​ เขียนบทความแล้วเปรี้ยวปาก​ ฮี่ฮี่

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: