โลกที่จะเปลี่ยนไปกับระบบ 5G

โลกที่จะเปลี่ยนไปกับ “ระบบ 5G”

3 min read  

ฉบับย่อ

  • ระบบเครือข่ายไร้สายเป็นตัวกลางเชื่อมโลกของเรา จึงเป็นตัวแปรสำคัญต่อการพัฒนาของโลก และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคน ซึ่งเริ่มโตจากการสื่อสารด้วยเสียง ข้อความ จนกลายเป็น Internet ส่งข้อมูลเชื่อมกันทั่วโลกจนเป็นระบบ 4G ในปัจจุบัน
  • ระบบ 5G มีความเสถียรของการส่งผ่านข้อมูล การ Lag และ ดีเลย์ต่ำเพียง 0.01 วินาที
  • จากข้อจำกัดที่ลดลงอาจก่อให้เกิดพฤติกรรมใหม่ อย่างการทำอะไรพร้อมๆกันจากคนละสถานที่ หรืออาจไปถึงขั้นแพทย์สามารถทำการผ่าตัดจากอีกฟากหนึ่งของมุมโลกได้เลยทีเดียว
  • ปัจจุบันเริ่มมีมือถือที่รองรับ 5G แล้ว แต่เครือข่ายยังเปิดทดลองเพียงแค่บางพื้นที่เท่านั้น

สิ่งหนึ่งที่พี่ทุยกำลังจับตามองเลยก็คือ ระบบเครือข่ายไร้สาย “ระบบ 5G” ที่กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนการใช้ชีวิตของเราในอนาคตอันใกล้ เครือข่ายไร้สายนั้นเป็นตัวกลางที่เชื่อมส่วนต่างๆโลกใบนี้เข้าไว้ด้วยกัน การที่ระบบเครือข่ายไร้สายนั้นพัฒนาไปแต่ละขั้นจะสร้างทั้งพฤติกรรม ความก้าวหน้าของประเทศและธุรกิจ และเกิดแนวคิดใหม่ๆขึ้น ในยุคของ 5G นั้นจะทำให้ระยะห่างของโลกเราลดลงเหลือเพียง 0.01 วินาทีเท่านั้น เร็วยิ่งกว่ากระพริบตาก็ติดต่อกันได้แล้ว

การเติบโตของระบบเครือข่ายไร้สาย

จุดเริ่มต้นของเครือข่ายไร้สายเริ่มจากส่งข้อมูลด้วยเสียง เกิดเป็นโทรศัพท์มือถือ เมื่อพัฒนามาอีกขั้นเป็น 2G ก็สามารถส่งข้อความเป็นตัวอักษรได้ จนกระทั่งเข้าสู่ยุค 3G ที่สามารถส่งผ่านข้อมูลผ่านมือถือหรือ Internet บนมือถือก็ทำให้เราสามารถ Video Call หากันได้ และได้เกิด Smartphone ขึ้นตามมา

ในปัจจุบันเป็นยุคของ 4G ที่สามารถส่งข้อมูลด้วยความเร็วถึง 100-300 เมกะบิทต่อวินาที ทำให้ยุคนี้เกิดธุรกิจใหม่อย่าง Streaming และการ Live สดขึ้นมา การดูวีดีโอผ่านมือถือเป็นเรื่องที่ง่ายและแพร่หลายจนแทบจะเป็นชีวิตประจำวันของเกือบทุกคนเลยทีเดียว

โลกที่จะเปลี่ยนไปกับระบบ 5G

ความสามารถของ “ระบบ 5G” ที่เหนือกว่า 4G ที่อาจมาเปลี่ยนพฤติกรรมเราในอนาคต

การปลดล็อคข้อจำกัดจะก่อให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ ขอบเขตของไอเดียความสร้างสรรค์ต่างๆก็จะขยายมากขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนการใช้ชีวิตในยุค 4G นั้นก็คือการ Streaming ซึ่งเปลี่ยนพฤติกรรมที่แต่เราต้องดาวน์โหลดหนังที่อยากดูมาไว้ที่เครื่องถึงจะได้ดูหนังที่มีความชัด แต่ในทุกวันนี้ 4G ถ่ายโอนข้อมูลได้รวดเร็วทำให้เราสามารถดูวีดีโอที่มีความคมชัดผ่านเว็บไซต์ Platform หรือแม้กระทั่ง Application ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายขึ้น

และอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นพฤติกรรมใหม่ที่เข้ามาใน 4G คือการ Live สด ที่ผู้ Live สามารถพูดคุยและตอบสนองไปกับคนดูได้เลยทันที ถึงแม้จะมีข้อจำกัดเรื่องการดีเลย์ ถึงแม้จะเป็นเพียงไม่กี่วินาทีก็ตาม ก็เป็นอุปสรรคต่อบางกิจกรรมอย่างการร้องเพลงและเล่นดนตรีจากคนละที่ไปพร้อมกัน ดีเลย์เพียง 1 วินาทีก็ทำให้ภาพรวมและจังหวะคร่อมกันไปหมด

สิ่งที่ทำให้ระบบเครือข่าวไร้สายนี้ก้าวผ่านไปนอกจากในเรื่องปริมาณข้อมูลมหาศาลที่ส่งได้ภายใน 1 วินาทีแล้ว ยังทลายกำแพงดีเลย์ที่เกิดขึ้นอีกด้วย ในระบบ 5G นั้นมีดีเลย์เพียง 1 ใน 100 วินาที หรือ 0.01 วินาทีเท่านั้น ทำให้เราสามารถทำกิจกรรมกับอีกฟากหนึ่งของโลกไปพร้อมๆกันได้ 

โดยเฉพาะการทำงานเป็นทีมที่ต้องทำและตัดสินจะไปพร้อมๆกัน อย่างการเล่นดนตรีและร้องเพลงไปพร้อมๆกันจากคนละมุมของโลก หรือแม้กระทั่งงานที่มีความละเอียดในวงการแพทย์อย่างการผ่าตัดก็ตาม แพทย์ที่มีฝีมือก็อาจมีโอกาสช่วยเหลือคนไข้ในอีกมุมของโลกได้โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล

ในปัจจุบันมีหลายค่ายมือถือที่ออกโทรศัพท์ใหม่มารองรับแล้ว แต่เครือข่ายสัญญาณนั้นยังอยู่ในช่วงทดลองและเปิดใช้งานแค่บางประเทศและบางพื้นที่เท่านั้น โดยมีแผนที่จะเริ่มใช้งานจริงในช่วงปี 2020 ที่จะถึงนี้

โลกที่จะเปลี่ยนไปกับระบบ 5G

ปัญหาของ 5G ในปัจจุบัน

ถึงแม้จะเป็นอีกขั้นหนึ่งของนวัตกรรมที่ดูสวยหรู แต่ในปัจจุบันก็ยังมีอุปสรรคที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาอยู่ และยังมีปัญหาที่พบระหว่างการทดลองทดสอบระบบการใช้งาน 5G อีกด้วย

ความร้อนจากการใช้งาน – 5G เป็นระบบที่มีการส่งข้อมูลเร็วกว่า 4G ถึง 100 เท่า นั่นทำให้การทำงานของระบบโทรศัพท์มือถือทำงานหนักมากขึ้นเป็นอย่างมาก จนเกิดความร้อนสะสม ทำให้โทรศัพท์มือถือที่รองรับระบบ 5G ในปัจจุบัน ในระหว่างการทดสอบต้องเปลี่ยนกลับไปเป็น 4G เพื่อลดการทำงานและลดความร้อนที่เกิดขึ้น

อายุของแบตเตอรี่ – จากความร้อนและการทำงานหนักทำให้แบตโทรศัพท์มือถือถูกใช้งานมากขึ้น ทำให้แบตเตอรี่หมดไว และ ทำให้อายุการใช้งานของแบตมือถือสั้นลงจากการทำงานหนักอีกด้วย แค่ตอนนี้พี่ทุยว่าแบตมันก็หมดเร็วมาก ๆ ละ อาจจะต้องรอให้เทคโนโยลีเรื่อยแบคเตอรี่พัฒนาไปอีกหน่อยด้วย

ต้นทุนการผลิตมือถือที่สูงขึ้น – ในปัจจุบันราคามือถือนั้นเติบโตสูงมากขึ้นๆทุกปี และด้วยชิปที่ไว้เชื่อมต่อระบบ 5G นั้นเป็นนวัตกรรมที่ใหม่จึงอาจทำให้ต้นทุนการผลิตยิ่งสูงขึ้นไปอีก

ต้นทุนการสร้างเครือข่ายสัญญาณ – 5G ใช้คลื่นส่งสัญญาณที่ต่างกับ 4G โดยจุดกระจายสัญญาณของ 5G นั้นมีระยะสั้นกว่าของ 4G เป็นอย่างมาก ครอบครุมพื้นที่เพียง 2%ของระยะที่ 4G ทำได้ อาจทำให้ต้องผลิตเสาสัญญาณเพิ่มเป็นจำนวนมากซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการผลิตเสากระจายสัญญาณที่มากขึ้นมหาศาล

สรุปแล้วเครือข่ายไร้สายในยุค 5G เป็นที่น่าสนใจมาก (ก.ไก่ล้านตัว) น่าจะเปลี่ยนโลกของเราให้พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นได้เลยทีเดียว แต่ถึงแม้มือถือ 5G จะเป็นระบบที่น่าสนใจแต่ก็ยังต้องใช้เวลาในการพัฒนา และกระจายโครงข่ายไปให้ทั่วทุกพื้นที่การใช้งาน ซึ่งอาจจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี ในไทย

ใครที่มีแพลนจะเปลี่ยนมือถือใหม่ก็อาจจะคิดเยอะขึ้นนิดนึง เพราะถ้ามือถือเครื่องที่ใช้อยู่ยังไม่เก่าและใช้งานได้ดีอยู่ก็อาจจะชะล่าใจซักนิด รอการอัพเดทของระบบ 5G ในอนาคตอันใกล้ สำหรับใครมือถือใช้มานานแล้วสภาพไม่ไหวแล้วก็อาจจะเปลี่ยนเครื่องใหม่ในช่วงและไปรอใช้ “ระบบ 5G” อีกทีตอนระบบทุกอย่างพร้อมเสถียรแล้วอีกที


Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: